rov banner

Ovation of the Seas

Overview

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

นวัตกรรมจุดชมวิวเหนือระดับ: The North Star®

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดทางสถาปัตยกรรมภายนอกของเรือคือ North Star® ซึ่งเป็นกระเช้าลอยฟ้าทรงแคปซูลแก้วรูปอัญมณี ที่ติดตั้งอยู่บนแขนกลไฮดรอลิกบริเวณดาดฟ้าเรือ นวัตกรรมนี้ได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดบนเรือสำราญ โดยสามารถยกตัวผู้โดยสารขึ้นสู่ความสูงกว่า 300 ฟุต (ประมาณ 91 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล และสามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา 1 การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้โดยสารได้สัมผัสทัศนียภาพของท้องทะเลและเมืองท่าในมุมมองแบบ Bird’s-eye view ซึ่งหาไม่ได้จากการยืนชมวิวบนดาดฟ้าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรือล่องผ่านสถานที่ที่มีความงดงามทางธรรมชาติสูง เช่น ธารน้ำแข็งในอลาสก้า หรืออ่าวซิดนีย์ฮาร์เบอร์

1.2 การปฏิวัติพื้นที่ความบันเทิง: Two70® และ Vistarama™

พื้นที่บริเวณท้ายเรือซึ่งมักจะเป็นห้องอาหารในเรือยุคเก่า ได้ถูกเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็น Two70® พื้นที่อเนกประสงค์ที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทะเล ในช่วงเวลากลางวัน พื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ (Living Room) ที่เปิดรับแสงธรรมชาติผ่านผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน (Floor-to-ceiling windows) ที่มีความสูงเทียบเท่าตึก 2 ชั้นครึ่ง เปิดมุมมองกว้าง 270 องศา

อย่างไรก็ตาม ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงเกิดขึ้นในยามค่ำคืน เมื่อเทคโนโลยี Vistarama™ เข้ามามีบทบาท โดยเปลี่ยนผนังกระจกใสเหล่านั้นให้กลายเป็นฉากรับภาพความละเอียดสูงระดับ 12K ที่มีความกว้างกว่า 100 ฟุต ผสมผสานกับการทำงานของ Roboscreens® ซึ่งเป็นจอภาพ LED จำนวน 6 จอที่ติดตั้งบนแขนกลหุ่นยนต์ สามารถเคลื่อนไหว บิดหมุน และประกอบร่างเป็นภาพต่างๆ ได้อย่างอิสระ สอดประสานกับการแสดงกายกรรม แสง สี และเสียง สร้างประสบการณ์ความบันเทิงแบบ Immersive ที่ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของการแสดงนั้นจริงๆ

1.3 พื้นที่กิจกรรมในร่มอเนกประสงค์: SeaPlex®

เพื่อตอบโจทย์สภาพอากาศที่แปรปรวนในเส้นทางเดินเรือต่างๆ Royal Caribbean ได้สร้างสรรค์ SeaPlex® ซึ่งเป็นพื้นที่กิจกรรมในร่มที่ใหญ่ที่สุดในท้องทะเล (Largest Indoor Active Space at Sea) 7 ความโดดเด่นของ SeaPlex คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งาน (Transformative Space) ได้อย่างหลากหลาย ในช่วงเวลาหนึ่งอาจเป็นสนามบาสเกตบอลขนาดมาตรฐาน แต่สามารถเปลี่ยนเป็นลานสเก็ตโรลเลอร์ หรือโรงเรียนสอนศิลปะการแสดงละครสัตว์ (Trapeze School) ได้ในเวลาต่อมา และที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญคือการเป็นลาน รถบั๊ม (Bumper Cars) แห่งแรกในโลกบนเรือสำราญ ซึ่งเป็นการนำความสนุกจากสวนสนุกบนบกมาไว้กลางมหาสมุทรได้อย่างลงตัว

1.4 ประสบการณ์ไร้แรงโน้มถ่วง: RipCord® by iFLY®

สำหรับผู้ที่แสวงหาความตื่นเต้น Ovation of the Seas ได้ติดตั้งเครื่องจำลองการดิ่งพสุธา (Skydiving Simulator) ไว้บนดาดฟ้าเรือในชื่อ RipCord® by iFLY® เทคโนโลยีอุโมงค์ลมแนวตั้งนี้ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสประสบการณ์การลอยตัวในอากาศได้เสมือนการกระโดดร่มจริง ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย นับเป็นครั้งแรกที่กิจกรรมผาดโผนระดับนี้ถูกนำมาให้บริการบนเรือสำราญ

1.5 เทคโนโลยีเพื่อการพักผ่อน: Virtual Balcony

ในแง่ของการออกแบบห้องพัก เรือลำนี้ได้แก้ไขจุดอ่อนของ “ห้องไม่มีหน้าต่าง” (Inside Stateroom) ด้วยการนำเทคโนโลยี Virtual Balcony มาใช้ โดยติดตั้งจอความละเอียดสูงขนาด 80 นิ้ว จรดพื้นถึงเพดาน เพื่อฉายภาพสด (Real-time footage) จากกล้องที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวเรือ พร้อมระบบเสียงบรรยากาศจริง ทำให้ผู้อยู่ในห้องรู้สึกเหมือนมีระเบียงส่วนตัวและสามารถมองเห็นสภาพอากาศภายนอกได้จริง ซึ่งช่วยลดความรู้สึกอึดอัดและอาการเมาเรือได้เป็นอย่างดี 

ข้อมูลตัวเรือ (Specification)

Ovation of the Seas เป็นเรือลำดับที่ 3 ในตระกูล Quantum Class (ต่อจาก Quantum of the Seas และ Anthem of the Seas) ซึ่งถือเป็นชั้นเรือที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุดของ Royal Caribbean ในขณะนั้น (ก่อนการมาถึงของ Icon Class) เรือลำนี้ถูกสั่งต่อประกอบโดยอู่ต่อเรือ Meyer Werft ในเมือง Papenburg ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านความประณีตและนวัตกรรม

  • ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 168,666 ตัน (GT)
  • ความยาว (Length): 348 เมตร (1,141 ฟุต)
  • ความกว้าง (Beam): 41.2 เมตร (แนวน้ำ) / 48.9 เมตร (กว้างสุด)
  • ระดับกินน้ำลึก (Draft): 8.5 เมตร (28 ฟุต)
  • ความเร็วเดินทาง (Cruising Speed): 22 นอต (ประมาณ 40.7 กม./ชม.)
  • จำนวนชั้น (Decks): 16 ชั้น (สำหรับผู้โดยสาร 14 ชั้น)
  • จำนวนห้องพัก (Staterooms): 2,091 ห้อง
  • ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): 4,180 คน (พักคู่) / 4,905 คน (สูงสุด)
  • ระบบขับเคลื่อน (Propulsion): Diesel-electric / Azipod XO thrusters
  • ลูกเรือ (Crew): ประมาณ 1,500 คน
  • สัญชาติเรือ (Registry): บาฮามาส (Bahamas)

Accommodation

Ovation of the Seas มีห้องพักรวม 2,137 ห้อง ที่ได้รับการออกแบบตกแต่งในสไตล์ “Modern Luxury” ผสมผสานความอบอุ่นและความทันสมัย การจัดแบ่งประเภทห้องพักมีความซับซ้อนเพื่อให้ตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม โดยมีขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)

ไม่ว่าจะเป็นห้องพักประเภทใด ผู้โดยสารจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานดังนี้:

  • เตียงนอน Royal King Bed (ขนาดกว้าง 72.5 นิ้ว x ยาว 82 นิ้ว) ที่สามารถแยกเป็นเตียงเดี่ยว 2 เตียงได้
  • ระบบทีวี Interactive จอแบน
  • โทรศัพท์, ตู้นิรภัย (Safe), เครื่องเป่าผม
  • ตู้เย็นมินิบาร์ (Mini-cooler)
  • ช่องเสียบ USB และปลั๊กไฟ (US/European sockets) – แนะนำให้พก Universal Adapter
  • ห้องน้ำส่วนตัว

Inside Staterooms (ห้องพักภายในตัวเรือ)

ห้องพักกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นทำกิจกรรมนอกห้องพัก หรือต้องการความมืดสนิทสำหรับการพักผ่อน

ห้องพักแบบไม่มีหน้าต่าง (Inside Stateroom)

  • Category Code & รายละเอียด:
  • ขนาดห้องเฉลี่ย: ประมาณ 15.4 – 17.3 ตารางเมตร (166 – 187 ตารางฟุต)
  • รายละเอียดหมวดหมู่และรหัส (Categories & Codes):
Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1U, 2U, 3U, 4UInterior with Virtual Balconyห้องพักมาตรฐานพร้อมระเบียงเสมือนจริง (เลขน้อยมักอยู่ชั้นบนหรือตำแหน่งดีกว่า)
2WStudio Interiorห้องพักสำหรับผู้เดินทางคนเดียว (Solo Traveler) ขนาดเล็กกว่า (ประมาณ 9.4 ตร.ม. / 101 sq. ft.) พร้อม Virtual Balcony ไม่มีค่าธรรมเนียมพักเดี่ยว (Single Supplement)
ZIInterior Guaranteeตั๋วราคาโปรโมชั่นที่ระบุเพียงประเภทห้อง แต่ไม่สามารถเลือกเลขห้องหรือชั้นได้ (ทางเรือจะสุ่มให้)

Oceanview Staterooms (ห้องพักวิวทะเล)

ห้องพักที่มาพร้อมหน้าต่างเพื่อให้คุณชมวิวทะเลและท้องฟ้าได้ประมาณนึง

ห้องพักที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ (Porthole หรือ Picture Window) เพื่อรับแสงธรรมชาติและชมวิวทะเล แต่ไม่สามารถเปิดออกได้ มักตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นล่างหรือบริเวณหัวเรือ/ท้ายเรือ

  • ขนาดเฉลี่ย: 17.0 – 19.9 ตารางเมตร (182 – 214 ตารางฟุต)
Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1N, 2NOcean Viewห้องพักวิวทะเลมาตรฐาน หน้าต่างบานใหญ่
3M, 4MLarge Ocean Viewห้องพักวิวทะเลที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานเล็กน้อย มักอยู่บริเวณหัวเรือหรือท้ายเรือ
YOOcean View Guaranteeตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Ocean View แต่ไม่ระบุเลขห้อง

Balcony Staterooms (ห้องพักพร้อมระเบียง)

เป็นประเภทห้องพักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีระเบียงส่วนตัวสำหรับรับลมทะเล

  • ขนาดเฉลี่ย:
    • พื้นที่ภายในห้อง: 16.4 – 18.4 ตารางเมตร (177 – 198 ตารางฟุต)
    • พื้นที่ระเบียง: 5.1 – 11.0 ตารางเมตร (55 – 119 ตารางฟุต)
  • สิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม: โซฟา (บางห้องเป็น Sofa Bed), โต๊ะและเก้าอี้บริเวณระเบียง
Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1D, 2D, 3D, 4DOcean View Balconyห้องระเบียงมาตรฐาน วิวทะเลปกติ (เลขน้อยตำแหน่งดีกว่า)
1C, 2COcean View Balcony (Large Balcony)ห้องพักที่มีขนาดระเบียงใหญ่พิเศษ (ประมาณ 6-10 ตร.ม.)
1E, 2EObstructed Ocean View Balconyห้องระเบียงที่มีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนียภาพ (เช่น เรือชูชีพ) ราคาจะประหยัดกว่า
2FStudio Balconyห้องระเบียงสำหรับพักเดี่ยว (Solo) ขนาดห้อง 11 ตร.ม. + ระเบียง 5 ตร.ม.
XBBalcony Guaranteeตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Balcony แต่ไม่ระบุเลขห้อง

Suites (ห้องพักระดับพรีเมียม)

ห้องพักระดับสวีทบน Anthem of the Seas ไม่ได้เป็นเพียงห้องพักขนาดใหญ่ แต่ถูกจัดอยู่ในระบบ Royal Suite Class ซึ่งแบ่งระดับการบริการและสิทธิพิเศษออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ได้แก่ Sea Class, Sky Class และ Star Class เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ

Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1D, 2D, 3D, 4DOcean View Balconyห้องระเบียงมาตรฐาน วิวทะเลปกติ (เลขน้อยตำแหน่งดีกว่า)
1C, 2COcean View Balcony (Large Balcony)ห้องพักที่มีขนาดระเบียงใหญ่พิเศษ (ประมาณ 6-10 ตร.ม.)
1E, 2EObstructed Ocean View Balconyห้องระเบียงที่มีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนียภาพ (เช่น เรือชูชีพ) ราคาจะประหยัดกว่า
2FStudio Balconyห้องระเบียงสำหรับพักเดี่ยว (Solo) ขนาดห้อง 11 ตร.ม. + ระเบียง 5 ตร.ม.
XBBalcony Guaranteeตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Balcony แต่ไม่ระบุเลขห้อง

สิทธิพิเศษระดับ Royal Suite Benefit ผู้เข้าพักจะได้รับบริการที่เหนือระดับ (Exclusivity) ดังนี้:

ระบบห้องสวีทบนเรือตระกูล Quantum Class ถูกยกระดับให้มีความพิเศษเหนือกว่าเรือรุ่นก่อนๆ ภายใต้ชื่อ Royal Suite Class ซึ่งแบ่งระดับการบริการและสิทธิประโยชน์ออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ได้แก่ Sea Class, Sky Class, และ Star Class โดยแต่ละระดับจะได้รับสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

A. Star Class (ระดับสูงสุด: ความหรูหราไร้ขีดจำกัด)

เป็นระดับที่หรูหราที่สุด มอบประสบการณ์แบบ All-Inclusive และบริการส่วนตัวระดับ VVIP

  • ประเภทห้อง: Royal Loft Suite, Owner’s Loft Suite, Grand Loft Suite, Sky Loft Suite (บางห้อง) 3
  • ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
  • Royal Loft Suite (RL): ห้องสวีท 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 152 ตารางเมตร (1,660 sq. ft.) พร้อมระเบียงขนาดใหญ่  ตารางเมตร (620 sq. ft.)
  • Grand Loft Suite (GL): สวีท 2 ชั้น พื้นที่ประมาณ 65-78 ตร.ม.
  • สิทธิพิเศษ (Star Class Benefits): 
  • Royal Genie Service: ผู้ช่วยส่วนตัวระดับมืออาชีพที่ดูแลทุกความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่จองที่นั่งแถวหน้าในโชว์ ไปจนถึงวางแผนปาร์ตี้ส่วนตัว
  • Complimentary Gratuities: ฟรีค่าทิปพนักงานทั้งหมด
  • Unlimited Dining: รับประทานอาหารในร้านอาหารพิเศษ (Specialty Dining) ได้ฟรีทุกมื้อ
  • Beverage Package: ฟรีแพ็กเกจเครื่องดื่มระดับ Deluxe (รวมแอลกอฮอล์)
  • VOOM Internet: ฟรีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ Surf + Stream
  • สิทธิ์เข้าใช้ Coastal Kitchen (ร้านอาหารส่วนตัว) ได้ตลอดทั้งวัน
  • สิทธิ์เข้าใช้ Suite Lounge

B. Sky Class (ระดับพรีเมียม: ความสะดวกสบายเหนือระดับ)

เน้นบริการ Concierge และสิทธิพิเศษในการเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัว

  • ประเภทห้อง: Owner’s Suite, Grand Suite (1 & 2 Bedroom), Sky Loft Suite
  • ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
  • Grand Suite 1 Bedroom (GS): พื้นที่ประมาณ 32-35 ตร.ม. พร้อมระเบียง 10 ตร.ม.
  • สิทธิพิเศษ (Sky Class Benefits): 
  • บริการ Concierge Service ช่วยจัดการการจองต่างๆ
  • รับประทานอาหารที่ Coastal Kitchen ได้ตลอดทั้งวัน (เช้า, กลางวัน, เย็น)
  • ฟรีอินเทอร์เน็ต VOOM (1 รหัสต่อ 1 ผู้เข้าพัก)
  • สิทธิ์เข้าใช้ Suite Lounge (พร้อมบริการเครื่องดื่มและของว่างฟรีในช่วงเวลา Happy Hour)
  • Priority Boarding & Departure (ช่องทางพิเศษขึ้น-ลงเรือ)
  • ที่นั่งสำรองพิเศษในโรงละคร (Reserved Seating)

C. Sea Class (ระดับเริ่มต้น: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า)

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ห้องพักกว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้น

  • ประเภทห้อง: Junior Suite, Junior Suite with Large Balcony
  • Category Codes: J1, J3, J4 
  • ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
  • Junior Suite: พื้นที่ประมาณ 25 ตารางเมตร (267 sq. ft.) พร้อมระเบียง 7.5 ตารางเมตร (81 sq. ft.)
  • สิทธิพิเศษ (Sea Class Benefits): 
  • สิทธิ์รับประทานอาหารมื้อเย็นที่ Coastal Kitchen (ขึ้นอยู่กับที่ว่างและต้องจองล่วงหน้า)
  • ชุดเครื่องนอนและที่นอนเกรดพรีเมียม (Royal Caribbean Plush Bathrobes & Luxury Pillow Top Mattress)
  • ผลิตภัณฑ์อาบน้ำแบรนด์หรู (Luxury Bathroom Amenities – เช่น L’Occitane หรือ Gilchrist & Soames)
  • เครื่องชากาแฟ Lavazza ในห้องพัก

Dining Experience

Ovation of the Seas ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการอาหารจากระบบ Dynamic Dining เดิม กลับมาใช้ระบบ Traditional Dining และ My Time Dining ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ยังคงรักษาโครงสร้างร้านอาหารที่หลากหลายและสวยงามเอาไว้ โดยมีตัวเลือกมากกว่า 15 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มร้านอาหารที่รวมในค่าตั๋ว (Complimentary) และร้านอาหารพิเศษ (Specialty)

4.1 Complimentary Dining (ร้านอาหารที่รวมในค่าตั๋วเรือ)

ผู้โดยสารสามารถอิ่มอร่อยได้ไม่อั้นกับร้านอาหารเหล่านี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม หากไม่ได้ซื้อแพ็กเกจเพิ่ม)

  1. Main Dining Rooms (ห้องอาหารหลัก): แม้จะมีการรวมเมนูเป็นหนึ่งเดียว (Unified Menu) แต่เรือยังคงรักษาบรรยากาศการตกแต่งของ 4 ห้องอาหารเดิมไว้ ได้แก่ The Grande (หรูหราคลาสสิก), Chic (ร่วมสมัย), Silk (ตกแต่งสไตล์เอเชียวิจิตร), และ American Icon Grill (สไตล์อเมริกันโรดทริป) เมนูอาหารจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน ครอบคลุมอาหารนานาชาติ อาหารเอเชีย และเมนูเพื่อสุขภาพ ให้บริการทั้งมื้อเช้า กลางวัน (ในวันที่เรือล่องทะเล) และเย็น
  2. Windjammer Marketplace: ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติขนาดใหญ่บนชั้น 14 ที่มีซุ้มอาหารหลากหลายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารเอเชีย (ก๋วยเตี๋ยว, ผัดหมี่, แกงต่างๆ) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคนี้ มีวิวทะเลพาโนรามาที่งดงาม
  3. Sorrento’s Pizza: ร้านพิซซ่าสไตล์นิวยอร์ก อบสดใหม่ตลอดวัน ให้บริการฟรีจนถึงดึก เป็นจุดนัดพบยอดนิยมสำหรับมื้อดึก
  4. Café Promenade: คาเฟ่ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ให้บริการกาแฟ (เกรดมาตรฐาน), ชา, แซนด์วิช, ครัวซองต์, คุกกี้ และพิซซ่าชิ้นเล็กๆ
  5. SeaPlex Dog House: รถขายฮอทดอก (Food Truck Style) ที่ตั้งอยู่ในโซน SeaPlex เสิร์ฟไส้กรอกกูร์เมต์หลากหลายชนิดพร้อมท็อปปิ้ง
  6. Fish & Ships℠: (ไฮไลท์พิเศษของ Ovation) ร้านอาหารริมสระน้ำที่มาแทนที่ Kung Fu Panda Noodle Shop เดิม ให้บริการเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Fish & Chips (ปลาชุบแป้งทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง) สไตล์อังกฤษแท้ๆ, ปลาหมึกทอด (Calamari) หมายเหตุ: เมนูหลักส่วนใหญ่ให้บริการฟรี แต่อาจมีเมนูพิเศษบางรายการ เช่น Lobster Roll ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 
  7. Solarium Bistro: ห้องอาหารบรรยากาศกึ่งเอ้าท์ดอร์บริเวณหัวเรือ เน้นอาหารเพื่อสุขภาพ มักให้บริการบุฟเฟต์มื้อเช้าและกลางวันฟรี (มื้อเย็นอาจต้องจองหรือมีค่าใช้จ่ายในบางเส้นทาง)
  8. Coastal Kitchen: ร้านอาหารฟิวชั่นเมดิเตอร์เรเนียน-แคลิฟอร์เนีย บรรยากาศส่วนตัว สงวนสิทธิ์เฉพาะแขกห้อง Suite (Junior Suite ขึ้นไป) และสมาชิก Pinnacle Club เท่านั้น 

4.2 Specialty Dining (ร้านอาหารพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

ร้านอาหารเหล่านี้มอบประสบการณ์การทานอาหารที่ยกระดับขึ้น ทั้งในด้านวัตถุดิบ การบริการ และธีมของร้าน (คิดค่าบริการแบบ Cover Charge หรือ A La Carte)

  • Jamie’s Italian by Jamie Oliver: ร้านอาหารอิตาเลียนโดยเชฟคนดัง Jamie Oliver โดดเด่นด้วยพาสต้าทำสดใหม่ทุกวัน (Homemade Pasta) และแผ่นไม้เสิร์ฟ Cold Cuts (Planks) วัตถุดิบคุณภาพสูงในบรรยากาศอบอุ่น
  • Chops Grille℠: สเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Caribbean เสิร์ฟเนื้อสเต็กเกรดพรีเมียม (Dry-aged steaks) และอาหารทะเลสดใหม่ เช่น Maine Lobster
  • Wonderland Imaginative Cuisine: ประสบการณ์อาหารแนว Molecular Gastronomy ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ เมนูแบ่งตามธาตุ (Sun, Ice, Fire, Water, Earth) การนำเสนออาหารมีความตื่นตาตื่นใจและรสชาติที่คาดเดาไม่ได้ ถือเป็นร้านที่ “ต้องลอง” สักครั้ง
  • Izumi: ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม แบ่งเป็น 2 โซนคือ
    • Izumi Sushi: ให้บริการซูชิ ซาชิมิ และโรลต่างๆ (A La Carte)
    • Izumi Teppanyaki: โชว์การปรุงอาหารบนกระทะร้อนโดยเชฟที่มากความสามารถ ทั้งสนุกและอร่อย (ต้องจองล่วงหน้าเพราะที่นั่งจำกัด)
  • Chef’s Table: ประสบการณ์ดินเนอร์ส่วนตัวสุดหรู ดูแลโดยเชฟใหญ่ (Executive Chef) ของเรือ เสิร์ฟอาหารคอร์สพร้อมไวน์ที่จับคู่อย่างลงตัว (Wine Pairing)
  • La Patisserie: ร้านกาแฟและขนมหวานพรีเมียม ให้บริการกาแฟ Starbucks (ในบางเส้นทาง) และขนมมาการอง ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล

Entertainment & Activities

Ovation of the Seas ถูกออกแบบให้เป็น “เรือสำหรับทุกฤดูกาล” (Ship for All Seasons) ด้วยพื้นที่กิจกรรมในร่มจำนวนมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ได้แม้ในวันที่อากาศหนาวเย็นหรือฝนตก

5.1 โซนกิจกรรมและการผจญภัย (Adventure & Action)

  • RipCord® by iFLY®: เครื่องจำลองการดิ่งพสุธาแห่งแรกและแห่งเดียวในทะเล (First Skydiving Simulator at Sea) ตั้งอยู่บริเวณท้ายเรือ ให้คุณสัมผัสลมแรงดันสูงที่พยุงตัวให้ลอยขึ้นเหมือนบินได้จริง (แนะนำให้จองล่วงหน้าทันทีที่ขึ้นเรือ)
  • FlowRider®: เครื่องจำลองการโต้คลื่นขนาดยักษ์ ความยาว 40 ฟุต สำหรับเล่นเซิร์ฟบอร์ด (Stand-up surfing) หรือบอดี้บอร์ด (Boogie boarding) ท่ามกลางวิวมหาสมุทร
  • Rock Climbing Wall: หน้าผาจำลองความสูง 30 ฟุต ตั้งอยู่ด้านข้างของเรือ ท้าทายความสามารถในการปีนป่ายพร้อมชมวิวทะเล
  • North Star®: แคปซูลชมวิว 360 องศาที่ได้กล่าวถึงในบทนำ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเพื่อเก็บภาพความประทับใจจากมุมสูง

5.2 SeaPlex®: อาณาจักรความสนุกในร่ม

พื้นที่อเนกประสงค์ขนาดมหึมาที่เปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมไปตลอดทั้งวัน:

  • Bumper Cars: สนุกสนานไปกับรถบั๊มไฟฟ้า พื้นที่กว้างขวางให้ขับชนกันอย่างปลอดภัย
  • Roller Skating: ลานสเก็ตโรลเลอร์พร้อมแสงสีเสียงและดีเจ
  • Trapeze School: โรงเรียนสอนศิลปะกายกรรมโหนบาร์ (Circus skills) ที่จะสอนให้คุณโหนตัวกลางอากาศอย่างปลอดภัย
  • Xbox Lounge: โซนเล่นเกมคอนโซล Xbox เชื่อมต่อออนไลน์ สำหรับเกมเมอร์ทุกวัย

5.3 ความบันเทิงและยามค่ำคืน (Entertainment & Nightlife)

  • Two70®: นอกจากเทคโนโลยี Vistarama ในตอนกลางคืนแล้ว ยังมีการแสดงชุดพิเศษ เช่น Spectra’s Cabaret ที่ผสมผสานการเต้นรำ กายกรรม และดนตรีเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์จอภาพอย่างน่าทึ่ง
  • Royal Theater: โรงละครหลักความจุ 1,300 ที่นั่ง จัดแสดงโชว์โปรดักชั่นระดับบรอดเวย์และออริจินัลโชว์ของ Royal Caribbean เช่น The Beautiful Dream และ Live. Love. Legs. ซึ่งเต็มไปด้วยเทคนิคตระการตา
  • Bionic Bar®: บาร์แห่งโลกอนาคตที่คุณสามารถสั่งเครื่องดื่มผ่านแท็บเล็ต แล้วชมแขนกลหุ่นยนต์ 2 ตัว ชงค็อกเทล (หรือม็อกเทล) ให้คุณอย่างแม่นยำพร้อมลีลาประกอบเพลง
  • Music Hall: สถานที่ฟังดนตรีสดที่ดีที่สุดบนเรือ ออกแบบเป็น 2 ชั้น ตกแต่งสไตล์ Rock & Roll มีวงดนตรีเล่นสด ปาร์ตี้เต้นรำ และโต๊ะพูล
  • Casino Royale: คาสิโนขนาดใหญ่สไตล์เวกัส มีเครื่องสล็อตหลายร้อยเครื่องและโต๊ะเกมต่างๆ ครบครัน 2

5.4 สุขภาพและการพักผ่อน (Wellness & Relaxation)

  • Vitality℠ at Sea Spa & Fitness: สปาครบวงจรให้บริการนวด ทรีตเมนต์หน้า และเสริมสวย พร้อมฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่มีอุปกรณ์ทันสมัยและคลาสออกกำลังกาย
  • Solarium: โซนสระน้ำและพื้นที่พักผ่อนบริเวณหัวเรือ สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (Adults Only) โดดเด่นด้วยหลังคากระจกใสและสระน้ำไล่ระดับ (Cascading pools) บรรยากาศเงียบสงบเหมือนรีสอร์ทส่วนตัว เหมาะสำหรับการพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือชมวิวขณะเรือแล่นออกจากท่า
  • Indoor & Outdoor Pools: สระว่ายน้ำกลางแจ้งและในร่ม (เปิด-ปิดหลังคาได้ตามสภาพอากาศ) พร้อมสระน้ำวนจากุซซี่ (Whirlpools) หลายจุดทั่วเรือ

Summary

Ovation of the Seas คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Royal Caribbean ในการนำเสนอนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยการผสานความตื่นเต้นของกิจกรรมระดับโลกเข้ากับความสะดวกสบายของที่พักและการบริการระดับพรีเมียม เรือลำนี้จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ต้องการเปิดประสบการณ์การล่องเรือสำราญในมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเป็นคู่ ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ก็สามารถค้นพบความสุขในแบบฉบับของตัวเองได้บนเรืออัจฉริยะลำนี้

Scroll to Top