image

Oceania Allura

Overview

Oceania Allura เรือลำใหม่ล่าสุดจากสายการเดินเรือ Oceania Cruises ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวในปี ค.ศ. 2025 โดยเรือลำนี้ถือเป็นเรือลำที่แปดของกองเรือและเป็นลำที่สองในตระกูล Allura Class ต่อจากเรือพี่สาวคือ Oceania Vista

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

Oceania Allura ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดภายใต้คอนเซปต์ “An Enchanted Evolution” หรือวิวัฒนาการที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสายการเดินเรือในการยกระดับมาตรฐานความหรูหรา โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็น “Small Ship Luxury” ที่เน้นความใกล้ชิดและการบริการที่ทั่วถึง รายงานฉบับนี้จะทำหน้าที่เป็นคู่มือที่ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่สเปกทางวิศวกรรม การออกแบบห้องพัก ประสบการณ์ด้านอาหารที่เป็นหัวใจสำคัญ ไปจนถึงกิจกรรมเสริมสร้างไลฟ์สไตล์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการความละเอียดระดับผู้เชี่ยวชาญ 1

1.1 The Finest Cuisine at Sea®: ความเป็นเลิศด้านอาหารที่ไร้คู่แข่ง

จุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดของ Oceania Cruises และเรือ Allura คือชื่อเสียงด้านอาหาร ในขณะที่เรือสำราญส่วนใหญ่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับห้องอาหารพิเศษ (Specialty Restaurants) แต่บน Oceania Allura ผู้โดยสารสามารถเข้าใช้บริการห้องอาหารพิเศษระดับกูร์เมต์ได้ ฟรี (รวมอยู่ในค่าตั๋วแล้ว) ความโดดเด่นเฉพาะตัวของ Allura ที่แตกต่างจากเรือคู่แฝด (Vista) คือการนำห้องอาหาร Jacques ซึ่งเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสระดับตำนานโดยเชฟ Jacques Pépin กลับมาให้บริการแทนที่ร้าน Ember เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่หลงใหลในความคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศส รวมถึงการยกระดับห้องอาหาร Red Ginger ด้วยเมนูฟิวชั่น Nikkei (ญี่ปุ่น-เปรู) ที่ทันสมัย 2

1.2 สัดส่วนพื้นที่และความเป็นส่วนตัว (Generous Space Ratios)

ด้วยขนาดระวางขับน้ำประมาณ 67,000 ตัน แต่จำกัดจำนวนผู้โดยสารไว้เพียง 1,200 ท่าน ทำให้ Allura มี อัตราส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสาร (Space Ratio) สูงถึงประมาณ 55.8 (ตัน/คน) ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงสถิติ เพราะบ่งบอกถึงความหนาแน่นของผู้โดยสารที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับเรือขนาดใหญ่ (Mass Market Ships มักมีค่านี้อยู่ที่ 30-35) ผู้โดยสารจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่พบเจอกับความแออัด ไม่ต้องต่อคิวแย่งชิงเก้าอี้ริมสระน้ำ หรือรอคิวเข้าห้องอาหารนานเกินไป 5

1.3 ห้องพักมาตรฐานที่กว้างขวางที่สุด (Residential-Style Luxury)

Oceania Allura ไม่มีห้องพักแบบไม่มีหน้าต่าง (Inside Staterooms) ห้องพักเริ่มต้นของเรือลำนี้คือระดับ French Veranda และ Veranda Stateroom ซึ่งมีขนาดมาตรฐานเริ่มต้นที่ 27 ตารางเมตร (291 ตารางฟุต) ขนาดนี้ถือว่าใหญ่กว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมอย่างมาก (เรือทั่วไปห้องมีระเบียงมักเริ่มต้นที่ 18-20 ตรม.) การออกแบบเน้นความรู้สึกเหมือน “บ้านพักตากอากาศ” (Residential Style) มากกว่าห้องพักโรงแรมทั่วไป ด้วยการใช้วัสดุหรูหราและห้องน้ำขนาดใหญ่ที่กรุด้วยหินอ่อน 7

1.4 การบริการระดับบุคคล (Personalized Service)

ด้วยจำนวนลูกเรือ 800 คน ต่อผู้โดยสาร 1,200 คน คิดเป็นอัตราส่วน 2 ลูกเรือต่อ 3 ผู้โดยสาร (1:1.5) ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก ทำให้การบริการมีความรวดเร็ว ทั่วถึง และสามารถจดจำรายละเอียดส่วนตัวของผู้โดยสารได้ เช่น เครื่องดื่มที่ชอบ หรือตำแหน่งที่นั่งประจำ 5

ข้อมูลตัวเรือ (Specification)

  • ปีที่สร้าง (Year Built): 2025
  • ระดับชั้น (Class): Allura Class (Sister ship to Vista)
  • ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 67,000 ตัน 5
  • ความยาว (Length): 791 ฟุต (241 เมตร) 1
  • ความกว้าง (Beam): 106 ฟุต (32 เมตร) 5
  • ความเร็ว (Speed): 20 นอต (Knots) 5
  • จำนวนชั้น (Decks): 15 ชั้น (ชั้นผู้โดยสาร 11 ชั้น) 6
  • ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): 1,200 ท่าน (พักคู่) / สูงสุด 1,469 ท่าน
  • จำนวนลูกเรือ (Crew): 800 ท่าน 5
  • สัดส่วนพื้นที่ (Space Ratio): 55.8 (ที่ 1,200 คน)
  • สัดส่วนลูกเรือ (Guest-to-Crew): 1.5 : 1

Accommodation

ห้องพักบน Oceania Allura ได้รับการออกแบบภายใต้ปรัชญา “Home away from home” โดยเน้นความกว้างขวาง การตกแต่งที่หรูหราแบบร่วมสมัย และที่สำคัญคือ “All-Veranda Ship” (เรือที่มีระเบียงทุกห้องในทางปฏิบัติ) ต่อไปนี้คือรายละเอียดเจาะลึกของห้องพักแต่ละประเภท พร้อมรหัส Category Code และสิ่งอำนวยความสะดวก

สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)

ไม่ว่าผู้โดยสารจะพักในห้องระดับใด จะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานระดับพรีเมียมดังนี้ 7:

  • Tranquility Bed: เตียงนอนนวัตกรรมเฉพาะของ Oceania ที่ได้รับการยกย่องว่านอนสบายที่สุด พร้อมชุดเครื่องนอน 1,000-thread-count
  • Refrigerated Mini-Bar: มินิบาร์พร้อมน้ำอัดลมและน้ำดื่ม Vero Water® (Still & Sparkling) เติมฟรีทุกวัน
  • Room Service: บริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง
  • Bathroom: ห้องน้ำตกแต่งด้วยหินอ่อน/แกรนิต พร้อมผลิตภัณฑ์อาบน้ำ Aquamar® Bath + Skincare Essentials
  • Technology: อินเทอร์เน็ต Starlink® WiFi (ความเร็วสูง), ทีวีจอแบน Interactive พร้อมหนังออนดีมานด์
  • Comfort: เสื้อคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายหนานุ่ม (Plush Robes) และรองเท้าแตะ (Slippers)
  • Misc: ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ, ร่ม, และบริการขัดรองเท้า

Inside Staterooms (ห้องไม่มีหน้าต่าง)

สถานะ: ไม่มีให้บริการ (Not Available)

Oceania Allura ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาด Luxury ที่ให้ความสำคัญกับทัศนียภาพ ดังนั้นโครงสร้างเรือจึงไม่มีการสร้างห้องพักแบบ Inside Stateroom ผู้โดยสารทุกท่านบนเรือลำนี้จะได้รับแสงธรรมชาติและวิวทะเลเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ

Oceanview Staterooms

ในทางเทคนิค เรือลำนี้ไม่มีห้องพักแบบ “Oceanview” ที่เป็นกระจกหน้าต่างปิดตาย (Picture Window) แบบดั้งเดิม แต่จะมีห้องประเภท French Veranda มาทดแทนในระดับราคาเริ่มต้น

Category B5: French Veranda Stateroom

  • รหัส (Code): B5
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7 (Deck 7)
  • ขนาดพื้นที่: ประมาณ 22 ตารางเมตร (240 ตารางฟุต) 8
  • ลักษณะพิเศษ: ห้องพักประเภทนี้มีประตูกระจกบานเลื่อนเต็มบานจากพื้นจรดเพดาน (Floor-to-ceiling glass doors) ที่สามารถเปิดออกรับลมทะเลได้จริง แต่จะมีราวกันตกกั้นอยู่ทันที (ไม่มีพื้นระเบียงยื่นออกไปให้วางเก้าอี้)

การวิเคราะห์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด แต่ยังต้องการเปิดประตูนอนฟังเสียงคลื่นและรับลมธรรมชาติ โดยยอมแลกกับการไม่มีพื้นที่นั่งเล่นนอกระเบียง.10

Veranda Stateroom (ห้องพักมีระเบียง)

นี่คือประเภทห้องพักหลักของเรือ (Core Inventory) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานเรือสำราญทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

Standard Veranda Stateroom

  • รหัส (Code): B1, B2, B3, B4 (แบ่งตามตำแหน่ง บน/ล่าง/กลางลำ/หัวท้าย)
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7, 8
  • ขนาดพื้นที่: 27 ตารางเมตร (291 ตารางฟุต) รวมระเบียง 11
  • จุดเด่น: พื้นที่ 27 ตรม. ถือเป็นขนาดเริ่มต้นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในวงการ (Standard Veranda ของเรือคู่แข่งมักอยู่ที่ 18-22 ตรม.)
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง:
  • ระเบียงส่วนตัวปูพื้นไม้สัก (Teak Veranda) พร้อมเก้าอี้นั่งเล่น 2 ตัวและโต๊ะ
  • พื้นที่นั่งเล่น (Sitting Area) แยกส่วน พร้อมโซฟาและโต๊ะทานอาหารเช้า
  • ห้องน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ พร้อมโซนอาบน้ำแบบ Walk-in Rainforest Shower (ใหญ่กว่ามาตรฐานปกติมาก)
  • ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ (Generous closet space)

Concierge Level Veranda Stateroom

  • รหัส (Code): A1, A2, A3, A4
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7, 8, 9, 10, 11, 12 (มักอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า เช่น ชั้นสูงหรือกลางลำเรือ)
  • ขนาดพื้นที่: 27 ตารางเมตร (291 ตารางฟุต) รวมระเบียง (ขนาดเท่ากับ Standard Veranda) 11
  • สิทธิพิเศษระดับ Concierge (Privileges): ผู้โดยสารที่จองห้องระดับนี้จะได้รับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าอย่างมาก ได้แก่:
  • Laundry: บริการซักรีดฟรี (สูงสุด 3 ถุงต่อห้อง) 13
  • Lounge Access: สิทธิ์เข้าใช้ Concierge Lounge ส่วนตัว (Deck 9) ที่มีพนักงานดูแล เครื่องดื่ม กาแฟ และของว่างให้บริการตลอดวัน
  • Spa Access: สิทธิ์เข้าใช้พื้นที่พักผ่อน Aquamar Spa Terrace ได้ไม่จำกัด (ปกติมีค่าใช้จ่าย)
  • Dining Priority: สิทธิ์จองร้านอาหารพิเศษออนไลน์ได้ก่อนห้องพักปกติ
  • Welcome Gift: ไวน์ Prosecco ต้อนรับ 1 ขวด
  • Services: บริการรีดผ้าฟรีในวันแรก (Embarkation), บริการขัดรองเท้าฟรี
  • Amenities: กระเป๋า Tote Bag ของ Oceania และผ้าห่ม Cashmere สำหรับห่มชมวิวที่ระเบียง.15

Concierge Level Solo Veranda Stateroom (สำหรับผู้เดินทางคนเดียว)

  • รหัส (Code): S
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 9 (เช่น ห้อง 9141) 16
  • ขนาดพื้นที่: ประมาณ 25 ตารางเมตร (270 ตารางฟุต) 16
  • จุดเด่น: ออกแบบมาเพื่อผู้เดินทางคนเดียวโดยเฉพาะ (Solo Traveler) โดยมีระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวาง และได้รับสิทธิพิเศษระดับ Concierge ทั้งหมดเหมือนห้องพักคู่ ตัดปัญหาการต้องจ่ายค่าธรรมเนียม Single Supplement ที่แพงเกินความจำเป็น.17

Suites

ห้องสวีทบน Oceania Allura นิยามความหมายใหม่ของ “Ultra-Luxury” ด้วยพื้นที่มหาศาลและการบริการจาก Butler ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง

Penthouse Suite

  • รหัส (Code): PH1, PH2, PH3
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7, 9, 10, 11
  • ขนาดพื้นที่: 41 ตารางเมตร (440 ตารางฟุต) 7
  • ลักษณะ: ห้องหน้ากว้างที่มีการจัดวางพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาด มี Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำที่กว้างขวางพร้อมอ่างล้างหน้าคู่ (Dual Vanities)
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติม (Suite Privileges):
  • Butler Service: บริการบัตเลอร์ส่วนตัว 24 ชั่วโมง
  • Executive Lounge: สิทธิ์เข้าใช้ Executive Lounge (Deck 11) เฉพาะแขกห้องสวีท
  • In-Suite Dining: สามารถสั่งอาหารจากห้องอาหารพิเศษ (Specialty Restaurants) มาทานในห้องได้แบบ Course-by-course.14

Oceania Suite

  • รหัส (Code): OC
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 11, 12 (ชั้นบนสุด วิวดีที่สุด)
  • ขนาดพื้นที่: 93 – 111 ตารางเมตร (1,000 – 1,200 ตารางฟุต) 7
  • ลักษณะ: ออกแบบเหมือนอพาร์ตเมนต์หรูริมทะเล มีห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน (Separate Bedroom) และห้องทำงาน (Media Room/Study) ที่สามารถปรับเป็นห้องนอนแขกได้ มีห้องน้ำ 2 ห้อง (Master Bath มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่)
  • สิทธิพิเศษระดับสูง:
  • บาร์ส่วนตัวในห้องพร้อมสุราและไวน์พรีเมียม 6 ขวด (Full-size bottles setup)
  • ตระกร้าผลไม้สดเติมทุกวัน
  • เช็คอินก่อนเวลา (Priority Embarkation 11:00 น.).13

Vista Suite

  • รหัส (Code): VS
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 8, 9, 10 (ตำแหน่งหัวเรือ – Forward Facing)
  • ขนาดพื้นที่: 135 – 172 ตารางเมตร (1,450 – 1,850 ตารางฟุต) 7
  • ลักษณะ: ตั้งอยู่ส่วนหน้าสุดของเรือ มอบวิวทะเลแบบพาโนรามา 180-270 องศา โดดเด่นด้วยระเบียงขนาดใหญ่ที่โอบล้อมตัวห้อง (Wraparound Balcony) การตกแต่งเน้นโทนสี Indigo และ Cerulean
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: มีทุกอย่างเหมือน Oceania Suite แต่ได้เปรียบเรื่องวิวและพื้นที่ระเบียง.

Owner’s Suite

  • รหัส (Code): OS
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 8, 9, 10 (ตำแหน่งท้ายเรือ – Aft Facing)
  • ขนาดพื้นที่: 204 – 223 ตารางเมตร (2,200 – 2,400 ตารางฟุต) กินพื้นที่ความกว้างทั้งหมดของเรือ (Full Beam) 7
  • ลักษณะ: คือที่สุดแห่งความหรูหรา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และผ้าบุจาก Ralph Lauren Home มีห้องโถงทางเข้า (Foyer), ห้องดนตรี (Music Room), ห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่, และระเบียงขนาดมหึมาที่มองเห็นวิวท้ายเรือ (Wake View) ที่สวยงามที่สุด

สิทธิพิเศษสูงสุด: ได้รับสิทธิพิเศษทุกอย่างรวมถึงบริการ In-suite Embarkation Lunch (อาหารกลางวันต้อนรับเสิร์ฟถึงห้อง).

Dining Experience

Oceania Cruises ยึดมั่นในปรัชญา “The Finest Cuisine at Sea®” อย่างเคร่งครัด บนเรือ Allura มีห้องอาหารหลากหลายประเภท ซึ่งจุดเด่นคือ ห้องอาหารพิเศษ (Specialty Restaurants) ทุกแห่งรวมอยู่ในค่าตั๋วแล้ว (Complimentary) ไม่มีการเก็บ Cover Charge เพิ่มเติม (ยกเว้นห้อง Privée และการจับคู่ไวน์พิเศษ)

4.1 ห้องอาหารหลักและบุฟเฟต์ (Main & Casual Dining)

ห้องอาหารรายละเอียดและจุดเด่น
The Grand Dining Room (Deck 6)ห้องอาหารหลักที่โอ่อ่า ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า ให้บรรยากาศเหมือนโรงแรมหรูในยุโรป ให้บริการอาหารเช้า กลางวัน และเย็น เมนูเปลี่ยนทุกวัน รวมถึงเมนู “Global Journeys” และเมนูเพื่อสุขภาพจาก Aquamar 18
Terrace Café (Deck 12)บุฟเฟต์ที่หรูหราและมีความหลากหลายสูง มีระเบียงทานอาหารด้านนอกท้ายเรือ มื้อเย็นจะมีซูชิและซาชิมิสดใหม่ และมุมอาหารอินเดีย รวมถึงธีม Chef’s Market Dinners ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น 19
Waves Grill (Deck 12)ร้านอาหารริมสระว่ายน้ำ ให้บริการอาหารสไตล์อเมริกันกูร์เมต์ เช่น เบอร์เกอร์เนื้อ Wagyu, แซนด์วิช Reuben และสมูทตี้ผลไม้สด 21

4.2 ห้องอาหารพิเศษ (Specialty Restaurants) – ต้องจองล่วงหน้า

Jacques (Deck 5) – การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่

นี่คือความแตกต่างสำคัญระหว่าง Allura และ Vista บนเรือ Allura สายการเดินเรือได้ตัดสินใจนำห้องอาหาร Jacques กลับมาให้บริการแทนที่ร้าน Ember ตามคำเรียกร้องของแฟนพันธุ์แท้

  • คอนเซปต์: อาหารฝรั่งเศสสไตล์ Bistro ที่ดูแลโดยเชฟ Jacques Pépin (Executive Culinary Director)
  • เมนูเด่น: ซุปหัวหอมฝรั่งเศส (Onion Soup), หอยทากอบเนย (Escargots), ตับห่าน (Foie Gras), และปลา Dover Sole ที่แล่ก้างที่โต๊ะ
  • บรรยากาศ: ตกแต่งสไตล์ปารีเซียงคลาสสิก ให้ความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติก 2

Red Ginger (Deck 5) – รสชาติเอเชียร่วมสมัย

  • คอนเซปต์: อาหารเอเชียฟิวชั่น (Pan-Asian) ที่มีการตกแต่งด้วยสีแดงและดำ
  • ความพิเศษบน Allura: เปิดตัวเมนู Nikkei Cuisine (อาหารลูกผสมญี่ปุ่น-เปรู) 12 รายการใหม่ เช่น Ceviche Nikkei (ปลาทูน่าหมักซอสเสือ), Peruvian-Style Beef Short Rib และ Miso-Glazed Scallops เพิ่มเติมจากเมนูคลาสสิกอย่าง Miso Sea Bass 4

Polo Grill (Deck 14) – สเต็กเฮาส์อเมริกัน

  • คอนเซปต์: ร้านสเต็กระดับพรีเมียมที่ใช้เนื้อวัว USDA Prime Dry-Aged 28 วัน
  • เมนูเด่น: สเต็ก Porterhouse 32 ออนซ์, ซุปหอยลาย New England Clam Chowder, และเมนู Surf & Turf (กุ้งมังกรและเนื้อฟิเลต์) 24

Toscana (Deck 14) – อิตาเลียนขนานแท้

  • คอนเซปต์: อาหารอิตาเลียนที่ใช้สูตรลับจากครอบครัวของเชฟ เสิร์ฟในภาชนะ Versace อันหรูหรา
  • เมนูเด่น: พาสต้าทำสดใหม่ทุกวัน, เนื้อลูกวัว Osso Buco และเมนู Antipasti จากรถเข็น

4.3 ประสบการณ์ใหม่และของว่าง (Innovative & Snacks)

  • Aquamar Kitchen (Deck 12): ห้องอาหารแนว Wellness-inspired ให้บริการมื้อเช้าและกลางวัน เน้นอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติดี เช่น Avocado Toast, Poke Bowls, และแพนเค้กกล้วยหอมไร้แป้ง 26
  • The Creperie (Deck 14): โซนใหม่ล่าสุดที่มาแทนที่ห้องสมุดเดิม เสิร์ฟเครปฝรั่งเศสและวาฟเฟิลตลอดช่วงบ่าย 28

Baristas & The Bakery: บาร์กาแฟ illy® และเบเกอรี่อบสดใหม่สไตล์ฝรั่งเศส/อิตาเลียน 18

Entertainment & Activities

Oceania Allura มุ่งเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) และ “ความผ่อนคลาย” (Wellness) มากกว่าความบันเทิงที่ฉูดฉาด

5.1 ศูนย์การเรียนรู้และเวิร์คช็อป (Enrichment Centers)

  • The Culinary Center (Deck 14): โรงเรียนสอนทำอาหารบนเรือแห่งแรกของโลกที่มี Station ทำอาหารส่วนตัวสำหรับผู้เรียนทุกคน ผู้โดยสารจะได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารจากเชฟมืออาชีพ และยังมีโปรแกรม Culinary Discovery Tours™ ที่พาลงไปจ่ายตลาดท้องถิ่นกับเชฟก่อนกลับมาปรุงอาหารบนเรือ 30
  • Artist Loft (Deck 14): สตูดิโอศิลปะที่มีศิลปินอาชีพ (Artists in Residence) มาประจำการเพื่อสอนวาดภาพสีน้ำมัน, สีน้ำ, สเก็ตช์ภาพ หรือทำงานฝีมือ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 32
  • LYNC Digital Center (Deck 14): ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล มีคลาสสอนฟรี เช่น การถ่ายภาพท่องเที่ยวด้วย iPhone, การแต่งรูป, การใช้โซเชียลมีเดีย และการตัดต่อวิดีโอ เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ 34

5.2 สุขภาพและความงาม (Wellness & Sports)

  • Aquamar Spa + Vitality Center (Deck 15): ศูนย์สปาและฟิตเนสครบวงจร มีไฮไลท์คือ Aquamar Spa Terrace ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงส่วนตัวที่มีอ่างน้ำวนและเตียงนอนชมวิวทะเล (ฟรีสำหรับห้องระดับ Concierge ขึ้นไป) นอกจากนี้ยังมีคลาสโยคะ พิลาทิส และห้องทรีตเมนต์บำบัด 36
  • Sports Deck: ชั้นดาดฟ้ามีลู่วิ่งจ็อกกิ้ง, สนามพัตต์กอล์ฟ (Putting Green), สนาม Pickleball, Paddle Tennis และ Shuffleboard 37

5.3 ความบันเทิงและพื้นที่พักผ่อน (Entertainment & Social)

  • Allura Lounge (Deck 5): โรงละครหลักสำหรับการแสดงโชว์, ดนตรีคลาสสิก และการบรรยายพิเศษจากวิทยากร (Guest Speakers) 38
  • Martinis (Deck 6): บาร์เปียโนที่เป็นตำนานของ Oceania ให้บรรยากาศคลาสสิกและผ่อนคลาย
  • Founders Bar (Deck 6): บาร์ค็อกเทลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เน้นศาสตร์ Mixology ขั้นสูง เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีควันและกลิ่นหอมซับซ้อน 39
  • Library (Deck 14): ห้องสมุดที่ย้ายตำแหน่งใหม่มาอยู่ใกล้กับ Horizons Lounge ตกแต่งอย่างสวยงาม เงียบสงบ มีหนังสือคัดสรรกว่า 1,000 เล่ม
  • Horizons (Deck 14): เลานจ์ชมวิวพาโนรามาที่หัวเรือ เป็นสถานที่จัด Afternoon Tea ในช่วงบ่าย และเปลี่ยนเป็นคลับดนตรีในช่วงค่ำ 38

Conclusion

Oceania Allura ไม่ใช่เพียงแค่เรือสำราญลำใหม่ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของปรัชญา “Small Ship Luxury” ที่ผสานความหรูหราเข้ากับความอบอุ่นและการบริการที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วยจุดเด่นด้านอาหารที่หาตัวจับยาก (โดยเฉพาะการกลับมาของ Jacques และเมนู Nikkei ใหม่), พื้นที่ห้องพักที่กว้างขวางที่สุดในคลาส, และสัดส่วนผู้โดยสารต่อพื้นที่ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Allura เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางกลุ่ม Foodie Travelers และผู้ที่แสวงหาการพักผ่อนที่เหนือระดับอย่างแท้จริง การลงทุนจองห้องพักบนเรือลำนี้ไม่ใช่การซื้อตั๋วเดินทาง แต่เป็นการซื้อประสบการณ์การใช้ชีวิตใน “บ้านพักตากอากาศลอยน้ำ” ที่จะพาคุณสำรวจโลกด้วยมุมมองใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพ

Scroll to Top