image

Oceania Vista

Overview

สำหรับ Oceania Cruises ซึ่งเป็นแบรนด์เรือสำราญที่วางตำแหน่งตนเองอย่างโดดเด่นในกลุ่ม “Upper Premium” ที่เน้นหนักด้านอาหาร (Culinary-focused) และจุดหมายปลายทาง (Destination-focused) การเปิดตัว Oceania Vista ในปี 2023 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเรือลำใหม่ลำแรกในรอบกว่า 10 ปี และเป็นเรือลำแรกในตระกูล Allura Class 1

Oceania Vista ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันในแง่ของความใหญ่โตมโหฬาร แต่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ “ความหรูหราที่เข้าถึงได้และเป็นส่วนตัว” (Residential-Style Luxury) ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า “A New Perspective” หรือมุมมองใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านการตกแต่งภายในที่ฉีกกฎความขรึมขลังแบบดั้งเดิมของแบรนด์ มาสู่ความร่วมสมัย ความโปร่งโล่ง และการใช้องค์ประกอบจากธรรมชาติ 2

 

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

 

หนึ่งในดัชนีชี้วัดความหรูหราที่สำคัญที่สุดในวงการเรือสำราญคือ “Space Ratio” (อัตราส่วนพื้นที่ต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคน) และ “Crew-to-Guest Ratio” (อัตราส่วนลูกเรือต่อผู้โดยสาร) Oceania Vista นำเสนอตัวเลขที่น่าประทับใจ:

  • Space Ratio: ด้วยขนาดระวางขับน้ำ 67,000 ตัน แต่รองรับผู้โดยสารเพียง 1,200 ท่าน ทำให้มีอัตราส่วนพื้นที่สูงถึง 57:1 4 ตัวเลขนี้สูงกว่าเรือสำราญขนาดใหญ่ทั่วไป (Mass Market) ที่มักอยู่ที่ระดัย 30-40 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแปลผลได้ว่าผู้โดยสารจะสัมผัสได้ถึงความกว้างขวาง ไม่แออัด ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและระเบียงทางเดิน
  • Service Level: ด้วยจำนวนลูกเรือ 800 คน อัตราส่วนลูกเรือต่อผู้โดยสารอยู่ที่ 1 : 1.5 (ลูกเรือ 2 คนดูแลแขก 3 คน) 4 อัตราส่วนนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าบริการจะมีความรวดเร็วและใส่ใจในรายละเอียด (Personalized Service) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของตลาดลักซ์ชัวรี่

1.2 การปฏิวัติรูปแบบห้องพัก (Accommodation Revolution)

Oceania Vista สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเป็นเรือแบบ “All-Veranda” (ห้องพักมีระเบียงทั้งหมด) ในทางปฏิบัติ โดยไม่มีห้องพักแบบ Inside Stateroom (ไม่มีหน้าต่าง) หรือ Oceanview (หน้าต่างปิดตาย) แบบดั้งเดิมให้บริการ 2 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว Solo Veranda Stateroom เป็นครั้งแรก เพื่อตอบสนองต่อนักเดินทางกลุ่ม Solo Traveler ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ให้สามารถเข้าถึงประสบการณ์หรูหราได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียม Single Supplement ที่สูงเกินจริง 6

1.3 ความเป็นเลิศด้านอาหาร (Culinary Mastery)

ภายใต้สโลแกน “The Finest Cuisine at Sea®” Vista ได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้นด้วยการบรรจุห้องอาหาร (Dining Venues) ถึง 12 แห่ง ลงในเรือขนาดกลาง 1 อัตราส่วนห้องอาหารต่อผู้โดยสารระดับนี้แทบไม่พบในเรือขนาดเดียวกัน ไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวห้องอาหารใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ Ember (อาหารอเมริกันร่วมสมัย) และ Aquamar Kitchen (อาหารเพื่อสุขภาพ) ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวตามเทรนด์สุขภาพและรสนิยมสมัยใหม่ 8

1.4 การออกแบบสไตล์เรสซิเดนซ์ (Residential Design Philosophy)

การออกแบบภายในโดย Studio DADO จากไมอามี เน้นความรู้สึกเหมือน “บ้านพักตากอากาศระดับไฮเอนด์” มากกว่าโรงแรม หรือเรือสำราญ การใช้โทนสีที่นุ่มนวล (Soft Tones) เช่น สีครีม สีข้าวสาลี และสีเทาอ่อน ผสมผสานกับวัสดุอย่างหินอ่อนและไม้ธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและหรูหราแต่ไม่เกร็ง (Relaxed Luxury) 2

ข้อมูลตัวเรือ (Specification)

  • ชื่อเรือ (Ship Name): Oceania Vista
  • ตระกูลเรือ (Class): Allura Class
  • ปีที่เริ่มให้บริการ (Inaugural Year): 2023
  • อู่ต่อเรือ (Builder): Fincantieri S.p.A.
  • สัญชาติเรือ (Registry): Marshall Islands
  • ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 67,000 ตัน
  • ความยาว (Length): 241 เมตร (791 ฟุต)
  • ความกว้าง (Beam): 32 – 36 เมตร
  • ความเร็ว (Speed): 20 นอต (Cruising Speed)
  • จำนวนดาดฟ้า (Decks): 11 ชั้น (Decks 5-16)
  • ความจุผู้โดยสาร (Capacity): 1,200 ท่าน (Double Occupancy)
  • จำนวนลูกเรือ (Crew): 800 ท่าน
  • จำนวนห้องพัก (Staterooms): 612 ห้อง

Accommodation

หัวใจสำคัญของ Oceania Vista คือห้องพักที่ได้รับการออกแบบให้เป็นเสมือนบ้าน (Sanctuary) บนท้องทะเล ดังที่กล่าวข้างต้น เรือลำนี้ ไม่มีห้องพักแบบไม่มีหน้าต่าง (Inside Stateroom) แบบดั้งเดิม การจัดหมวดหมู่ห้องพักจึงมีความแตกต่างจากเรือทั่วไปอย่างสิ้นเชิง รายละเอียดเชิงลึกมีดังนี้:

สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)

ไม่ว่าผู้โดยสารจะพักในห้องระดับใด จะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานระดับพรีเมียมดังนี้ 7:

  • Tranquility Bed: เตียงนอนนวัตกรรมเฉพาะของ Oceania ที่ได้รับการยกย่องว่านอนสบายที่สุด พร้อมชุดเครื่องนอน 1,000-thread-count
  • Refrigerated Mini-Bar: มินิบาร์พร้อมน้ำอัดลมและน้ำดื่ม Vero Water® (Still & Sparkling) เติมฟรีทุกวัน
  • Room Service: บริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมง
  • Bathroom: ห้องน้ำตกแต่งด้วยหินอ่อน/แกรนิต พร้อมผลิตภัณฑ์อาบน้ำ Aquamar® Bath + Skincare Essentials
  • เครื่องใช้ในห้องน้ำแบรนด์ Bulgari 13
  • Technology: อินเทอร์เน็ต Starlink® WiFi (ความเร็วสูง), ทีวีจอแบน Interactive พร้อมหนังออนดีมานด์
  • Comfort: เสื้อคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายหนานุ่ม (Plush Robes) และรองเท้าแตะ (Slippers)
  • Misc: ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ, ร่ม, และบริการขัดรองเท้า

Inside Staterooms (ห้องไม่มีหน้าต่าง)

สถานะ: ไม่มีให้บริการ (Not Available)

Oceania Allura ถูกออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มตลาด Luxury ที่ให้ความสำคัญกับทัศนียภาพ ดังนั้นโครงสร้างเรือจึงไม่มีการสร้างห้องพักแบบ Inside Stateroom ผู้โดยสารทุกท่านบนเรือลำนี้จะได้รับแสงธรรมชาติและวิวทะเลเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ

Oceanview Staterooms

ในทางเทคนิค เรือลำนี้ไม่มีห้องพักแบบ “Oceanview” ที่เป็นกระจกหน้าต่างปิดตาย (Picture Window) แบบดั้งเดิม แต่จะมีห้องประเภท French Veranda มาทดแทนในระดับราคาเริ่มต้น

Category B5: French Veranda Stateroom

  • รหัส (Code): B5
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7 (Deck 7)
  • ขนาดพื้นที่: ประมาณ 22 ตารางเมตร (240 ตารางฟุต) 8
  • ลักษณะพิเศษ: ห้องพักประเภทนี้มีประตูกระจกบานเลื่อนเต็มบานจากพื้นจรดเพดาน (Floor-to-ceiling glass doors) ที่สามารถเปิดออกรับลมทะเลได้จริง แต่จะมีราวกันตกกั้นอยู่ทันที (ไม่มีพื้นระเบียงยื่นออกไปให้วางเก้าอี้)
  • การวิเคราะห์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุด แต่ยังต้องการเปิดประตูนอนฟังเสียงคลื่นและรับลมธรรมชาติ โดยยอมแลกกับการไม่มีพื้นที่นั่งเล่นนอกระเบียง.10

Veranda Stateroom (ห้องพักมีระเบียง)

นี่คือประเภทห้องพักหลักของเรือ Vista ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อยตามตำแหน่งและสิทธิพิเศษ:

3.3.1 Veranda Stateroom (Standard)

  • Category Code: B1, B2, B3, B4 19
  • ขนาดห้องโดยเฉลี่ย: 291 ตารางฟุต (ประมาณ 27 ตารางเมตร) รวมพื้นที่ระเบียง 6
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7 และ 8 20
  • รายละเอียด: เป็นห้องมาตรฐานที่มีพื้นที่กว้างขวางกว่า French Veranda โดยมีพื้นที่ระเบียงส่วนตัวปูไม้สัก (Teak Veranda) ยื่นออกไปพร้อมเก้าอี้และโต๊ะสำหรับนั่งพักผ่อน การตกแต่งใช้โทนสี “Harvest and Wheat” (สีฟางข้าวและสีข้าวสาลี) ตัดกับสีส้ม Sienna ให้ความรู้สึกอบอุ่นและร่วมสมัย 6
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: เหมือน French Veranda แต่เพิ่มพื้นที่ระเบียงและพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขึ้น

3.3.2 Concierge Level Veranda Stateroom

  • Category Code: A1, A2, A3, A4 1
  • ขนาดห้องโดยเฉลี่ย: 291 ตารางฟุต (ประมาณ 27 ตารางเมตร) เท่ากับห้อง Veranda ปกติ 22
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7, 8, 9, 10, 11, 12 (ตำแหน่ง Prime Location เช่น กลางลำเรือหรือชั้นสูง) 19
  • ความแตกต่างและสิทธิพิเศษ (Concierge Privileges): ห้องนี้มุ่งเน้นการยกระดับบริการ (Service Upgrade) 20
  • Concierge Lounge Access: สิทธิ์เข้าใช้เลานจ์ส่วนตัวที่มีพนักงาน Concierge คอยดูแล จองร้านอาหาร/ทัวร์ พร้อมบริการเครื่องดื่ม กาแฟ และของว่างฟรีตลอดวัน
  • Aquamar Spa Terrace Access: สิทธิ์เข้าใช้ระเบียงสปาส่วนตัวและจากุซซี่แบบไม่จำกัด (Unlimited Access)
  • Room Service Upgrade: สามารถสั่งอาหารจากเมนู Grand Dining Room มาทานในห้องได้ (มื้อกลางวันและเย็น)
  • Laundry Service: บริการซักรีดฟรีสูงสุด 3 ถุงต่อห้อง 20
  • Priority Embarkation: สิทธิ์ขึ้นเรือก่อนเวลา (Priority Noon Embarkation)
  • Welcome Champagne: แชมเปญต้อนรับหนึ่งขวด

3.3.3 Concierge Level Solo Veranda Stateroom (สำหรับผู้เดินทางคนเดียว)

  • Category Code: S (หรือระบุเป็น Solo Veranda ในระบบ) 25
  • ขนาดห้องโดยเฉลี่ย: 270 ตารางฟุต (ประมาณ 25 ตารางเมตร) 22
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 9 (Deck 9) 22
  • บทวิเคราะห์: นี่คือ “Game Changer” ของ Vista ห้องนี้ถูกออกแบบมาเพื่อนักเดินทางคนเดียวโดยเฉพาะ (Dedicated for Solo Travelers) มีขนาดกว้างขวางมากเมื่อเทียบกับห้อง Solo ของเรืออื่นๆ (ที่มักเล็กและไม่มีระเบียง) ห้องนี้มีระเบียงส่วนตัวและพื้นที่นั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน และที่สำคัญคือได้รับสิทธิพิเศษระดับ Concierge Level ครบถ้วน รวมถึงสิทธิ์เข้า Lounge และ Spa Terrace 6

Suites

ห้องสวีทบน Oceania Allura นิยามความหมายใหม่ของ “Ultra-Luxury” ด้วยพื้นที่มหาศาลและการบริการจาก Butler ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง

3.4.1 Penthouse Suite

  • Category Code: PH1, PH2, PH3 1
  • ขนาดห้อง: 440 ตารางฟุต (ประมาณ 41 ตารางเมตร) 1
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7, 10, 11 20
  • รายละเอียด: พื้นที่กว้างขวางกว่าห้อง Veranda อย่างชัดเจน มีการออกแบบ Walk-in Closet (ห้องแต่งตัว) ขนาดใหญ่ และห้องน้ำที่มีอ่างล้างหน้าคู่ (Dual Vanities) เพื่อความสะดวกสบายสำหรับคู่รัก 24
  • สิทธิพิเศษ: Butler Service, Executive Lounge, Course-by-course In-Suite Dining (สั่งอาหารจากร้านอาหารมาทานในห้องได้ทีละคอร์ส) 26

3.4.2 Oceania Suite

  • Category Code: OC 1
  • ขนาดห้อง: 1,000 – 1,200 ตารางฟุต (ประมาณ 93 – 111 ตารางเมตร) 1
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 11, 12 (ท้ายเรือ – Aft Locations) 19
  • รายละเอียด: ออกแบบให้เหมือนอพาร์ตเมนต์หรูในนิวยอร์กหรือลอนดอน มีการแยกพื้นที่ Living Room และ Dining Room ออกจากห้องนอนอย่างชัดเจน มีห้อง Media Room สำหรับดูหนัง และห้องน้ำแขก (Guest Bathroom) เพิ่มเข้ามา ระเบียงกว้างขวางมากและมักจะอยู่ท้ายเรือให้วิวพาโนรามา (Wake View) 18
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติม: Bar Setup ในห้องชุดพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พรีเมียม 6 ขวด (Full-size bottles) 20

3.4.3 Vista Suite

  • Category Code: VS 1
  • ขนาดห้อง: 1,450 – 1,850 ตารางฟุต (ประมาณ 135 – 172 ตารางเมตร) 1
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 8, 9, 10, 12 (หัวเรือ – Forward Locations) 19
  • รายละเอียด: ตั้งอยู่บริเวณหัวเรือ ให้วิวเดียวกับกัปตัน (Captain’s View) 180 องศา ตกแต่งด้วยหินอ่อน Luminescent และไม้โอ๊ค Weathered Oak มีห้องแต่งตัวขนาดใหญ่และอ่างอาบน้ำ Porcelain แบบลอยตัว (Soaking Tub) 24
  • สิทธิพิเศษ: เทียบเท่า Owner’s Suite พร้อมการจองร้านอาหารและกิจกรรมชายฝั่งเป็นกรณีพิเศษ

3.4.4 Owner’s Suite

  • Category Code: OS 1
  • ขนาดห้อง: 2,200 – 2,400 ตารางฟุต (ประมาณ 204 – 223 ตารางเมตร) 1
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 8, 9, 10 (ท้ายเรือ – Spanning the Full Beam) 22
  • รายละเอียด: คือที่สุดของความหรูหรา (Crème de la crème) กินพื้นที่ความกว้างตลอดลำเรือที่ท้ายเรือ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Ralph Lauren Home ทั้งหมด มีห้องดนตรี (Music Room), ห้องอาหารขนาดใหญ่, และระเบียงล้อมรอบ (Wraparound Veranda) ผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานให้แสงธรรมชาติท่วมท้น
  • สิทธิพิเศษสูงสุด: สามารถสั่งอาหารจากร้านอาหารพิเศษ (Specialty Restaurants) เข้ามาทานในห้องได้ไม่จำกัด พร้อมสิทธิ์ในการขึ้น-ลงเรือก่อนใคร และ Priority ในทุกกิจกรรม 26
สิทธิพิเศษ (Privilege)Veranda (B)Concierge (A/S)Penthouse (PH)Oceania/Vista/Owner’s
ระเบียงส่วนตัว (Private Veranda)
เครื่องใช้ Bulgari
Concierge Lounge Access
Aquamar Spa Terrace Access
ซักรีดฟรี (Free Laundry)3 ถุง
Butler Service (24-hr)
Executive Lounge Access
In-Suite Bar Setup (Full Bottles)

Dining Experience

Oceania Cruises ยึดมั่นในสโลแกน “The Finest Cuisine at Sea®” และบนเรือ Vista ปรัชญานี้ถูกนำเสนอผ่านห้องอาหาร 12 แห่ง ซึ่งมีความหลากหลายและคุณภาพเทียบเท่าร้านอาหาร Fine Dining บนบก ต่อไปนี้คือรายละเอียดของแต่ละห้องอาหาร:

4.1 ห้องอาหารใหม่ (New Venues Exclusive to Vista)

  • Ember (Deck 5):
  • Concept: ห้องอาหาร Signature แห่งใหม่ที่นำเสนออาหารอเมริกันร่วมสมัย (Inventive American Creations)
  • Ambiance: การตกแต่งผสมผสานความอบอุ่นของอิฐเปลือยและไม้ เข้ากับความทันสมัย สไตล์ New York Loft
  • Menu Highlights: Braised Short Ribs on Polenta (ซี่โครงตุ๋นบนโพเลนต้า), Grilled Swordfish with Asparagus (ปลากระโทงดาบย่าง), Crab Cakes with Spicy Aioli และ Cobb Salad with Smoked Chicken 7
  • Availability: เปิดให้บริการมื้อกลางวันและมื้อเย็น
  • Aquamar Kitchen (Deck 12):
  • Concept: เน้นอาหารเพื่อสุขภาพ (Wellness & Vitality) ภายใต้แนวคิด “Guilt-free indulgence”
  • Ambiance: ตกแต่งสไตล์ Beach House สีขาวสว่างตา โปร่งโล่ง ให้ความรู้สึกสดชื่น
  • Menu Highlights:
  • Breakfast: น้ำผลไม้สกัดเย็น (Cold-pressed juices), สมูทตี้ Superfood, โทสต์อะโวคาโด
  • Lunch: ชามพลังงาน (Energy Bowls), Lebanese Bowl (เนื้อเคฟตา, ฟาลาเฟล), Yellowfin Tacos (ทาโก้ปลาทูน่าครีบเหลือง), และแซนด์วิชไก่กรอบธัญพืช 8
  • Availability: มื้อเช้าและมื้อกลางวัน (ไม่ต้องจอง)

4.2 ห้องอาหารซิกเนเจอร์และคลาสสิก (Signature & Classic Venues)

  • The Grand Dining Room (Deck 6): ห้องอาหารหลักที่โอ่อ่า ตกแต่งด้วยโทนสีขาวและทอง พร้อมภาพวาดต้นวิลโลว์ เมนูเปลี่ยนทุกวัน มีทั้งอาหารยุโรปคลาสสิก (Jacques Pépin Classics) และ Tasting Menu จากเชฟ 8
  • Polo Grill (Deck 14): สเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันคลาสสิก เสิร์ฟเนื้อ USDA Prime Aged 40 วัน และอาหารทะเลสดใหม่ ตกแต่งด้วยเก้าอี้หนังสีเข้ม ให้ความรู้สึกเหมือนคลับผู้ดี 9
  • Toscana (Deck 14): ห้องอาหารอิตาเลียนที่ใช้สูตรลับประจำตระกูลของเชฟชาวอิตาลี เสิร์ฟบนจาน Versace ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เมนูเด็ดคือ Octopus Carpaccio และ Gnocchi ทำสด 9
  • Red Ginger (Deck 5): ห้องอาหารเอเชียร่วมสมัย (Pan-Asian) ตกแต่งด้วยสีแดงและดำสุดชิค เสิร์ฟเมนูฟิวชั่นไทย ญี่ปุ่น เกาหลี เช่น สลัดเป็ดแตงโม และแกงเนื้อแกะ 31

4.3 ห้องอาหาร Casual และ Specialty อื่นๆ

  • Terrace Café (Deck 14): บุฟเฟต์คุณภาพสูง (High-end Buffet) มื้อเช้า กลางวัน และเย็น สามารถนั่งทานริมระเบียงท้ายเรือได้ มีสถานี Rotisserie ย่างเนื้อและอาหารทะเลสดใหม่ 32
  • Waves Grill (Deck 12): บาร์ริมสระน้ำ เสิร์ฟเบอร์เกอร์เนื้อ Wagyu, แซนด์วิช, และสมูทตี้ 32
  • Baristas (Deck 14): บาร์กาแฟสไตล์อิตาเลียนที่เสิร์ฟ illy coffee และขนมอบสดใหม่ตลอดวัน พร้อมวิวทะเล 270 องศา 31
  • Privée (Deck 14): ห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวสุดหรู (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) สำหรับแขกไม่เกิน 10 ท่าน ตกแต่งด้วยผนังกระจกและโคมไฟระย้าอลังการ เสิร์ฟเมนูจับคู่วายน์ระดับพรีเมียม
  • Culinary Center Dining Room: ห้องอาหารใหม่ที่เชื่อมต่อกับศูนย์สอนทำอาหาร สำหรับงานเลี้ยงส่วนตัวและการจับคู่อาหารและไวน์ 8

Entertainment & Activities

Oceania Vista เน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมปัญญาและการผ่อนคลาย (Enrichment & Relaxation) มากกว่ากิจกรรมผาดโผน

5.1 Wellness & Sanctuary

  • Aquamar Spa + Vitality Center: ศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมที่มีพื้นที่กว้างขวาง ให้บริการทรีตเมนต์หลากหลาย
  • Aquamar Spa Terrace: ระเบียงสปาส่วนตัวด้านหน้าเรือ (Forward) พร้อมสระ Plunge Pool และอ่างจากุซซี่ เป็นพื้นที่ Exclusive สำหรับห้อง Concierge และ Suite เท่านั้น 20
  • Pool Deck: สระน้ำกลางเรือที่ออกแบบใหม่ให้เหมือนรีสอร์ทส่วนตัว มีซุ้ม Cabana และการตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเงียบสงบ (Tranquil Oasis) 33

5.2 Enrichment & Edutainment

  • LYNC Digital Center: ศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลแห่งใหม่ ให้บริการคลาสเรียนฟรี (Complimentary Classes) เกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย, การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน, และการตัดต่อวิดีโอ เพื่อให้ผู้โดยสารเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ 35
  • The Culinary Center: โรงเรียนสอนทำอาหารบนเรือที่ผู้เรียนจะได้ลงมือทำจริง (Hands-on) โดยมีเชฟคอยสอน 8
  • Artist Loft: สตูดิโอศิลปะที่มีศิลปินในพำนัก (Artists in Residence) มาสอนวาดภาพและงานฝีมือ 36

5.3 Social & Nightlife

  • Founders Bar: บาร์ค็อกเทลใหม่ล่าสุดที่เน้นศาสตร์ Mixology ขั้นสูง มีการใช้เทคนิคควัน (Smoke bubbles) และกลิ่นอโรมา เมนูเด่นเช่น The Figsation และ Benevolent Dictator 37
  • Martinis: บาร์คลาสสิกที่เป็นสัญลักษณ์ของ Oceania ได้รับการออกแบบใหม่ (Reimagined) ด้วยสไตล์ Art Deco ที่หรูหรา 39
  • The Grand Staircase: บันไดวนกลางโถง Atrium ที่โดดเด่นด้วยเสาคริสตัลส่องสว่าง (Crystal Pillar) เป็นจุดถ่ายภาพและจุดนัดพบที่สำคัญที่สุดของเรือ 10
  • Library: ห้องสมุดขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยไม้และพรมหนานุ่ม มีหนังสือคัดสรรมากมาย เป็นหนึ่งในห้องสมุดที่สวยที่สุดในทะเล

Conclusion

Oceania Vista คือบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการผสมผสาน “ความหรูหรา” เข้ากับ “ความรู้สึกเหมือนบ้าน” ได้อย่างลงตัว การตัดสินใจยกเลิกห้อง Inside และมุ่งเน้นห้อง Veranda ทั้งหมด รวมถึงการเพิ่มห้อง Solo และห้องอาหารใหม่ๆ แสดงให้เห็นว่า Oceania Cruises ไม่เพียงแต่อนุรักษ์จุดแข็งเดิม แต่ยังกล้าที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่แสวงหาประสบการณ์การพักผ่อนที่เน้นคุณภาพอาหาร ความเป็นส่วนตัว และการบริการที่ใส่ใจ Oceania Vista คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานี้

Scroll to Top