
Norwegian Viva
Overview
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
- Space Ratio ที่เหนือกว่า: ด้วยอัตราส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสาร (Space Ratio) ที่สูงถึง 36.1 – 43.3 (ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร) Norwegian Viva มอบความรู้สึกโปร่งสบาย ลดความแออัด แม้จะเป็นเรือขนาดใหญ่
- Ocean Boulevard: การปฏิวัติพื้นที่ดาดฟ้าเรือด้วยทางเดินเลียบทะเลขนาดใหญ่บนดาดฟ้า 8 (Deck 8) พื้นที่กว่า 44,000 ตารางฟุต ที่ไม่ใช่แค่ทางเดิน แต่เป็นศูนย์รวมร้านอาหาร เลานจ์กลางแจ้ง และสระว่ายน้ำ Infinity Pool ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสัมผัสทะเลได้ใกล้ชิดกว่าการอยู่บนดาดฟ้าชั้นบนสุด
- The Haven Complex รูปแบบใหม่: การย้ายตำแหน่งของ “The Haven” (โซนห้องพักหรูส่วนตัว) ไปไว้ที่ท้ายเรือ (Aft) แทนที่จะเป็นส่วนบนสุดของหัวเรือ เพื่อมอบวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาที่เงียบสงบ พร้อมลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อทุกชั้นในโซนวีไอพี
- Indulge Food Hall: การฉีกกฎห้องอาหารบุฟเฟต์เดิมๆ ด้วย Food Hall ระดับพรีเมียมที่มีตัวเลือกอาหารนานาชาติกว่า ร้าน สั่งอาหารผ่านระบบดิจิทัลและเสิร์ฟร้อนถึงโต๊ะ แก้ปัญหาคิวและความวุ่นวาย
- กิจกรรมระดับโลก: สนามแข่งรถโกคาร์ท 3 ชั้น (Viva Speedway) ที่ใหญ่ที่สุดในทะเล และสไลเดอร์แห้งแบบ Free-fall (The Drop) ที่สูงถึง 10 ชั้น สร้างประสบการณ์ความตื่นเต้นที่ท้าทายแรงโน้มถ่วง
ข้อมูลตัวเรือ (Specification)
Norwegian Viva เป็นเรือลำที่สองในตระกูล Prima Class ต่อจากเรือพี่น้อง Norwegian Prima การสร้างเรือคลาสนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของ NCL ที่หันมาจับมือกับอู่ต่อเรือ Fincantieri แห่งประเทศอิตาลี แทนที่จะใช้บริการอู่ Meyer Werft ในเยอรมนีที่เคยสร้างเรือตระกูล Breakaway Plus 9 การเปลี่ยนอู่ต่อเรือนี้สะท้อนถึงความต้องการเปลี่ยนงานดีไซน์ให้มีความเป็นศิลปะแบบอิตาเลียน หรูหรา และเน้นรายละเอียดของงานตกแต่งภายในมากขึ้น
เรือถูกส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2023 ณ อู่ต่อเรือ Marghera เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี 1 โดยมีภารกิจหลักในช่วงแรกคือการให้บริการเส้นทางยุโรปเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนจะข้ามมหาสมุทรมาให้บริการในเส้นทางแคริบเบียน โดยใช้ท่าเรือซานฮวน (San Juan, Puerto Rico) เป็นฐานปฏิบัติการหลัก ซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบเรือที่เน้นพื้นที่เปิดโล่งรับลมทะเล
- ผู้สร้าง (Builder): Fincantieri (Italy)
- ปีที่เริ่มให้บริการ (Year Built): 2023
- ขนาดตันกรอส (Gross Tonnage): 142,500 – 143,535 GT
- ความยาว (Length): 299 เมตร (981 ฟุต)
- ความกว้าง (Beam): 40.5 เมตร (133 ฟุต)
- ระดับกินน้ำลึก (Draught): 8.7 เมตร (28.7 ฟุต)
- จำนวนดาดฟ้า (Decks): 20 ชั้น
- ความเร็วสูงสุด (Speed): 25.0 นอต (Knots)
- ระบบขับเคลื่อน (Propulsion): Diesel-electric; ABB Azipod XO
- ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): 3,215 ท่าน (Double Occupancy) 3,950 ท่าน (Max Capacity)
- จำนวนลูกเรือ (Crew): 1,388 ท่าน
- จำนวนห้องพัก (Total Cabins): 1,646 ห้อง
Accommodation
Norwegian Viva ได้รับการยกย่องว่ามีห้องพักที่กว้างขวางที่สุดเมื่อเทียบกับเรือรุ่นใหม่ๆ ในตลาด 2 การตกแต่งภายในเน้นโทนสีสว่าง ไม้สีอ่อน และเส้นสายที่ทันสมัย ให้ความรู้สึกเหมือนโรงแรมบูติคหรู การจัดแบ่งประเภทห้องพัก (Category) มีความซับซ้อนเพื่อให้ตอบโจทย์งบประมาณและความต้องการที่หลากหลายของผู้โดยสาร
Studio (ห้องพักสำหรับผู้เดินทางคนเดียว)
ออกแบบมาเพื่อ Solo Traveler โดยเฉพาะ ไม่มีค่าธรรมเนียมพักเดี่ยว (Single Supplement) ซึ่งปกติจะชาร์จเพิ่ม 100% ในเรือทั่วไป
- Category Code: T1
- ขนาด: ประมาณ 9 ตารางเมตร (95 sq ft) กะทัดรัดแต่ฟังก์ชันครบ ทั้งเตียง Full-size, ห้องน้ำแยกส่วน และไฟปรับบรรยากาศ (Mood Lighting)
- สิทธิพิเศษ: คีย์การ์ดเข้าใช้ Studio Lounge พื้นที่ส่วนกลางเฉพาะชาว Studio เพื่อพบปะเพื่อนใหม่ มีบริการกาแฟ ขนม และเครื่องดื่มฟรีตลอดวัน
Oceanview & Inside (ห้องพักแบบมีหน้าต่างและไม่มีหน้าต่าง)
ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่เน้นการทำกิจกรรมนอกห้องพัก
ห้องพักที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ (Porthole หรือ Picture Window) เพื่อรับแสงธรรมชาติและชมวิวทะเล แต่ไม่สามารถเปิดออกได้ มักตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นล่างหรือบริเวณหัวเรือ/ท้ายเรือ
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง | ขนาดห้อง (ตร.ม.) | รายละเอียด |
| O4 / OA | Family / Large Oceanview | 22-34 | ห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ (Large Picture Window) เปิดไม่ได้ ขนาดห้องกว้างพอๆ กับห้อง Balcony |
| OB | Standard Oceanview | 17 | ห้องมีหน้าต่างทรงกลม (Round Window) |
| I4 | Family Inside | 15-24 | ห้องไม่มีหน้าต่าง สำหรับครอบครัว (พักได้สูงสุด 4 ท่าน) |
| IA / IB / IF | Standard Inside | 15-24 | ห้องไม่มีหน้าต่าง มาตรฐาน |
Balcony (ห้องพักแบบมีระเบียง)
หรือที่ผู้ใช้บางท่านเรียกว่า “Verandah” เป็นประเภทห้องยอดนิยมที่สุด บนเรือ Viva ห้อง Balcony มีความกว้างขวางและตกแต่งสวยงาม
สิ่งอำนวยความสะดวก: เตียง Queen-size (แยกเป็น 2 เตียงเดี่ยวได้), โซฟา, โต๊ะทำงาน, ทีวี Interactive, ตู้เย็น, ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ
หมายเหตุสำคัญ: ในห้องระดับ Balcony ปกติ ไม่มี เสื้อคลุมอาบน้ำ (Robes) และเครื่องทำกาแฟให้เป็นมาตรฐาน (ต้องเป็นระดับ Club Balcony ขึ้นไปจึงจะมีให้)
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง | ขนาดห้อง (ตร.ม.) | ขนาดระเบียง (ตร.ม.) | รายละเอียด |
| B1 | Aft-Facing Balcony | 25 | 9 | ห้องท้ายเรือยอดนิยม วิวคลื่นท้ายเรือสวยงามและระเบียงใหญ่กว่าปกติ |
| B4 | Family Balcony | 21 | 4 | ออกแบบมาสำหรับครอบครัว รองรับได้สูงสุด 4 ท่าน (เตียงเสริมจากโซฟาหรือเตียงดึงลง) |
| BA / BB / BF | Standard Balcony | 21-34 | 4-7 | ห้องมาตรฐาน แบ่งตามตำแหน่ง (Mid-ship, Forward, Aft) และชั้นดาดฟ้า |
| B9 | Spa Balcony | 21 | 4 | ตั้งอยู่ใกล้สปา (Mandara Spa) สะดวกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำสปา |
| BX | Sail Away Balcony (Guaranteed) | 21 | 4 | ห้องราคาประหยัด เลือกตำแหน่งไม่ได้ |
Club Balcony Suite (คลับ บัลโคนี สวีท)
สิทธิพิเศษ (Club Balcony Privileges):
- การจองล่วงหน้า: จองร้านอาหารและกิจกรรมบันเทิงได้ล่วงหน้ากว่าห้องปกติ (จองร้านอาหารได้ 125 วันก่อนเดินทาง, กิจกรรม 21 วัน)
- ของสมนาคุณ: ฟรีสปาร์คกลิ้งไวน์ 1 ขวดเมื่อขึ้นเรือ, ขนม/ของว่าง (Treats) เสิร์ฟที่ห้อง 2 ครั้งต่อทริป
- บริการซักรีด: ฟรีซักรีด (Valet Laundry) หรือรีดผ้า 1 ถุง/ครั้ง (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น)
- ห้องน้ำ: ห้องน้ำกว้างกว่าและหรูหรากว่าห้อง Balcony ปกติ มักจะมีฝักบัวขนาดใหญ่หรืออ่างอาบน้ำในบางห้อง
Suites (ห้องสวีทนอกเขต The Haven)
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง | ขนาดห้อง (ตร.ม.) | ขนาดระเบียง (ตร.ม.) | รายละเอียด |
| SI / SH | Aft-Facing Suite with Large Balcony | 41-59 | 19-34 | ตั้งอยู่ท้ายเรือ วิวสวยงามมาก ระเบียงกว้างขวางเป็นพิเศษ |
| SJ | Family Suite with Master Bedroom & Balcony | 36 | 4 | เหมาะสำหรับครอบครัว มีพื้นที่กว้างกว่าห้องปกติ แต่ระเบียงอาจไม่ใหญ่มาก |
| SK / HU | Forward-Facing Suite with Balcony | 38-46 | 14-18 | ตั้งอยู่หัวเรือ ให้มุมมองเดียวกับกัปตันเรือ |
The Haven (เดอะ เฮเว่น): อาณาจักรส่วนตัวเหนือระดับ
“A Ship Within a Ship” (เรือซ้อนเรือ) The Haven บน Norwegian Viva ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยย้ายไปอยู่บริเวณท้ายเรือ (Aft) เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด ผู้เข้าพักในโซนนี้จะได้รับบริการ Butler ตลอด 24 ชั่วโมง และ Concierge ส่วนตัว
สิทธิพิเศษ (The Haven Privileges): 5
- บริการ: พ่อบ้านส่วนตัว (Butler) 24 ชม., ผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge), บริการนำส่งขึ้น-ลงเรือ (Escort) หลีกเลี่ยงคิว
- พื้นที่ส่วนตัว: สระว่ายน้ำ The Haven Infinity Pool, อ่างจากุซซี่, ห้องอาหาร The Haven Restaurant (เช้า/กลางวัน/เย็น), The Haven Lounge & Bar, ลิฟต์ส่วนตัวสำหรับโซน Haven
- สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง: เตียงนอนคุณภาพสูง (Bliss Collection), เมนูหมอน, ผลิตภัณฑ์อาบน้ำหรู (L’Occitane), เครื่องทำกาแฟ Nespresso, โทรศัพท์มือถือสำหรับใช้บนเรือ, ขนม/ของว่างเสิร์ฟถึงห้องทุกคืน
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง (Category Name) | ขนาดห้องโดยรวม (ตร.ม.) | ขนาดระเบียง (ตร.ม.) | ความจุ (ท่าน) | รายละเอียดและจุดเด่น |
| H2 | The Haven Premier Owner’s Suite with Large Balcony | 195 | 77 | 8 | ที่สุดของความหรูหรา ห้องขนาดมหึมาพร้อมระเบียงโอบล้อม (Wraparound) ท้ายเรือ มีจากุซซี่ส่วนตัวที่ระเบียง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ และโต๊ะทานอาหาร |
| H3 | The Haven Deluxe Owner’s Suite with Large Balcony | 149-163 | 57-68 | 6 | หรูหราเป็นรองเพียง H2 มีระเบียงกว้างขวางพร้อมจากุซซี่ ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน และส่วนรับประทานอาหาร |
| H4 | The Haven Aft-Facing Owner’s Suite with Master Bedroom & Large Balcony | 91-92 | 49-50 | 4 | ตั้งอยู่ท้ายเรือ (Aft) วิวทะเลพาโนรามา ระเบียงกว้างมากพร้อมจากุซซี่ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำใหญ่ และห้องนั่งเล่น |
| H5 | The Haven Owner’s Suite with Large Balcony | 50-57 | 10-12 | 4 | ห้องสวีทขนาดใหญ่พร้อมห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน Walk-in closet และห้องน้ำหรู |
| H6 | The Haven 2-Bedroom Family Villa with Large Balcony | 56-61 | 13-18 | 6 | ออกแบบมาเพื่อครอบครัวโดยเฉพาะ มี 2 ห้องนอน (ห้องนอนหลักและห้องนอนเล็ก) 2 ห้องน้ำ และพื้นที่นั่งเล่น |
| HA | The Haven Aft-Facing Penthouse with Large Balcony | 77 | 46 | 2 | เพนท์เฮาส์ท้ายเรือที่เน้นขนาดระเบียงกว้างพิเศษ เหมาะสำหรับคู่รักที่ชอบใช้เวลาชมวิวนอกห้อง |
| HB | The Haven Aft-Facing Penthouse with Master Bedroom & Large Balcony | 46-56 | 12-20 | 4 | คล้ายกับ HA แต่รองรับผู้เข้าพักได้มากกว่า มีห้องนอนหลักแยกส่วน |
| HE | The Haven Penthouse with Balcony | 27-33 | 8-13 | 3 | ห้องเริ่มต้นของ The Haven แต่ยังคงความหรูหราและสิทธิ์เข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางครบถ้วน |
Dining Experience
Norwegian Viva นำเสนอห้องอาหารที่หลากหลายกว่าเรือใดๆ ในระดับเดียวกัน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือห้องอาหารฟรี (Complimentary) และห้องอาหารพิเศษ (Specialty Dining) ที่มีค่าบริการเพิ่มเติม
4.1 ห้องอาหารฟรี (Complimentary Dining) – รวมในค่าตั๋วแล้ว
จุดเด่นของ NCL คือ “Freestyle Dining” ไม่มีการล็อกเวลาทานอาหารหรือล็อกโต๊ะประจำ
- Indulge Food Hall (Deck 8): (Highlight)
- คอนเซปต์: นี่คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมการทานอาหารบนเรือ เป็นศูนย์อาหารระดับพรีเมียมที่มีร้านย่อยๆ รวมตัวกันกว่า 11 ร้าน ผู้โดยสารสามารถนั่งที่โต๊ะใดก็ได้และสั่งอาหารผ่านแท็บเล็ตบนโต๊ะ จากนั้นพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟร้อนๆ
- เมนูเด่น:
- Q Texas Smokehouse: บาร์บีคิวซี่โครง, แซนวิชหมูฉีก (Pulled Pork), ขนมปังข้าวโพด (Jalapeño Cornbread)
- The Latin Quarter: กัวคาโมเล่, ทอสทาด้า
- Nudls: ผัดไทย, ก๋วยเตี๋ยวสิงคโปร์, ย็อกกี้
- Tamara: อาหารอินเดีย เช่น Chicken Tikka Masala
- Desserts: เค้กและไอศกรีมหลากหลาย
- บรรยากาศ: มีทั้งโซนในร่มและโซน Indulge Outdoor Lounge ที่ท้ายเรือ ให้บรรยากาศการทานอาหารริมทะเลที่ยอดเยี่ยม
- Hudson’s (Deck 7): ห้องอาหารหลัก (Main Dining Room) ที่ใหญ่ที่สุด วิวทะเล 270 องศาผ่านกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน เมนูเปลี่ยนทุกวัน
- The Commodore Room (Deck 6): ห้องอาหารหลักอีกแห่ง บรรยากาศคลาสสิก อบอุ่น และเป็นทางการมากกว่า Hudson’s
- Surfside Café & Grill (Deck 17): ห้องอาหารบุฟเฟต์ดั้งเดิม ให้บริการครบ 3 มื้อ แต่ขนาดพื้นที่จะเล็กกว่าเรือทั่วไป เนื่องจาก NCL กระจายผู้โดยสารไปที่ Indulge Food Hall แทน
- The Local Bar & Grill (Deck 8): ผับสไตล์อเมริกัน เปิด 24 ชั่วโมง (หรือเกือบตลอดเวลา) เป็นจุดนัดพบยอดนิยม
- เมนูเด่น: Reuben Sandwich, Fish n’ Chips, ปีกไก่ทอด, เบอร์เกอร์, และพายแอปเปิ้ล
4.2 ห้องอาหารพิเศษ (Specialty Dining) – มีค่าบริการเพิ่มเติม
เหมาะสำหรับการเฉลิมฉลองหรือเปลี่ยนบรรยากาศ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง เฉลี่ย $40-$60 ต่อท่าน หรือรวมในแพ็คเกจ Free at Sea)
| ชื่อร้านอาหาร (Restaurant) | ประเภทอาหาร (Cuisine) | รายละเอียดและราคาโดยประมาณ |
| Palomar | Mediterranean Seafood | (New) ร้านอาหารซิกเนเจอร์ใหม่ เน้นอาหารทะเลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน วัตถุดิบเกรดพรีเมียม เช่น ปเลย่างทั้งตัว ($60) |
| Cagney’s Steakhouse | American Steakhouse | สเต็กเฮาส์ระดับตำนานของ NCL เสิร์ฟเนื้อ Certified Angus Beef, ทรัฟเฟิลฟรายส์ และซุปหัวหอม ($60) |
| Le Bistro | French | อาหารฝรั่งเศสสุดหรู บรรยากาศโรแมนติก แชนเดอเลียร์คริสตัล เมนูเด็ดคือ Escargots และ Filet de Boeuf ($60) |
| Onda by Scarpetta | Italian | สาขาจากร้านอาหารชื่อดังบนฝั่ง (Scarpetta) โดดเด่นด้วยพาสต้าเส้นสดและอาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ ($40) |
| Food Republic | Asian-Latin Fusion | อาหารฟิวชั่นสไตล์ Tapas สั่งผ่านไอแพด เช่น ซูชิโรล, เกี๊ยวซ่า, ทาโก้ ($50 หรือ a la carte) |
| Hasuki | Teppanyaki | เชฟปรุงอาหารบนกระทะเหล็กต่อหน้า พร้อมโชว์ควงมีดและมุกตลก สนุกสนานเหมาะกับครอบครัว ($60) |
| Nama | Sushi & Sashimi | ซูชิบาร์ระดับไฮเอนด์ วัตถุดิบสดใหม่ ($50) |
| Los Lobos | Mexican | อาหารเม็กซิกันพรีเมียม พร้อม Guacamole ทำสดที่โต๊ะ ($40) |
Entertainment & Activities
5.1 กิจกรรมแอดเวนเจอร์ (Thrills at Sea)
- Viva Speedway (ชั้น 18-20): สนามแข่งรถโกคาร์ท 3 ชั้นกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุด มีความยาวสนามกว่า 400 เมตร (1,400 ฟุต) รองรับรถได้ 15 คันต่อรอบ ขับผ่านโค้งและทางตรงที่ทำความเร็วได้ถึง 50 กม./ชม. พร้อมจุดชมวิว (Viewing Platform) สำหรับผู้ที่ไม่ขับ
- ค่าใช้จ่าย: ประมาณ $15 ต่อรอบ หรือแพ็คเกจเหมา $199 ตลอดทริป
- The Drop (ชั้น 18 ลงมา Deck 8): สไลเดอร์แห้ง (Dry Slide) แบบ Free-fall แห่งแรกของโลก สูง 10 ชั้น ผู้เล่นจะยืนบนแผ่นประตูกลที่พื้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออกให้ตัวดิ่งลงมาด้วยแรง G-force สูงสุด สร้างความตื่นเต้นระดับโลก
- ค่าใช้จ่าย: ฟรี (Complimentary)
- The Rush: สไลเดอร์แห้งแบบคู่ (Dueling Slides) ให้คุณแข่งความเร็วกับเพื่อนลงมาจากชั้น 18 สู่ชั้น 8 (ฟรี)
5.2 โลกเสมือนจริงและความบันเทิง (Immersive Tech & Shows)
- Galaxy Pavilion (ชั้น 17): สวนสนุก VR (Virtual Reality) ในร่มที่ทันสมัยที่สุด มีเครื่องเล่น Simulator หลากหลาย เช่น รถแข่ง F1, รถไฟเหาะ VR, สนามกอล์ฟจำลอง (Topgolf Swing Suite) และ Escape Rooms
- ค่าใช้จ่าย: $8-$9 ต่อเกม หรือซื้อ Pass เหมาวัน/ทริป (เช่น $199 เหมาชั่วโมงเล่นโกคาร์ทและ VR)
- Viva Theater & Club: โรงละครมัลติฟังก์ชัน 3 ชั้น ที่ปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ (Retractable Seating)
- กลางวัน: อาจใช้จัดรายการเกมโชว์ชื่อดังเวอร์ชันเรือสำราญอย่าง The Price is Right Live ที่ผู้ชมมีสิทธิ์ลุ้นของรางวัลจริง 7
- กลางคืน: แปลงโฉมเป็นไนท์คลับสไตล์ลาสเวกัสพร้อมดีเจและแสงสีเสียงจัดเต็ม หรือแสดงโชว์บรอดเวย์ระดับโลกอย่าง Beetlejuice (ตรวจสอบโชว์ตามรอบเรือ)
5.3 การพักผ่อนและสระว่ายน้ำ (Pools & Relaxation)
- Infinity Beach (ชั้น 8): ไฮไลท์ของ Ocean Boulevard คือสระว่ายน้ำแบบไร้ขอบ (Infinity Pools) 2 สระที่ตั้งอยู่กราบซ้ายและขวาของเรือ ให้ความรู้สึกเหมือนว่ายน้ำเป็นเนื้อเดียวกับมหาสมุทร
- Main Pool Deck (ชั้น 17): พื้นที่สระว่ายน้ำหลัก พร้อมสวนน้ำเด็ก Kids Aqua Park ที่มีสไลเดอร์น้ำและโซนน้ำพุสำหรับเด็
- Vibe Beach Club (ชั้น 17): โซนพักผ่อนสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (Adults-only 18+) ที่มีความเป็นส่วนตัว มีบาร์เครื่องดื่ม อ่างจากุซซี่ Infinity และเตียงอาบแดดที่หรูหรา (จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้ ต้องซื้อบัตรผ่านรายวันหรือรายทริป)
- Mandara Spa: สปาระดับเวิลด์คลาส มีห้อง Thermal Suite ที่สวยงามมาก ประกอบด้วยสระน้ำตก (Waterfall Pool), ห้องซาวน่าถ่าน (Charcoal Sauna), ห้องเกลือ, และห้องน้ำแข็ง (Ice Room)
5.4 พื้นที่สำหรับเด็กและวัยรุ่น (Kids & Teens)
- Splash Academy: คลับสำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี มีกิจกรรมศิลปะ งานฝีมือ และเกมกลุ่ม
- Guppies: พื้นที่เล่นสำหรับเด็กเล็ก (6 เดือน – 3 ปี) พร้อมของเล่นเสริมพัฒนาการ (ผู้ปกครองต้องดูแล)
Entourage: คลับวัยรุ่น (13-17 ปี) ตกแต่งสไตล์เลานจ์ทันสมัย มีวิดีโอเกมและปาร์ตี้เต้นรำ
Conclusion
Norwegian Viva คือคำตอบสำหรับนักเดินทางที่มองหา “ความสมดุล” ระหว่างความตื่นเต้นของกิจกรรมล้ำสมัยและความเงียบสงบของการพักผ่อนที่หรูหรา ด้วยการออกแบบที่ลดความแออัด เพิ่มพื้นที่ส่วนตัว และปฏิวัติรูปแบบการทานอาหารด้วย Indulge Food Hall ทำให้ Viva ไม่ใช่แค่เรือสำราญ แต่เป็นรีสอร์ทหรูลอยน้ำที่คุ้มค่าแก่การสัมผัส ไม่ว่าคุณจะเป็นคู่รักที่ต้องการความโรแมนติก ครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมสำหรับทุกคน หรือนักเดินทางคนเดียวที่ต้องการสังคมใหม่ๆ บนเรือลำนี้มีพื้นที่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง