image

Celestyal Discovery

Overview

สำหรับ Oceania Cruises ซึ่งเป็นแบรนด์เรือสำราญที่วางตำแหน่งตนเองอย่างโดดเด่นในกลุ่ม “Upper Premium” ที่เน้นหนักด้านอาหาร (Culinary-focused) และจุดหมายปลายทาง (Destination-focused) การเปิดตัว Oceania Vista ในปี 2023 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเรือลำใหม่ลำแรกในรอบกว่า 10 ปี และเป็นเรือลำแรกในตระกูล Allura Class 1

Oceania Vista ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันในแง่ของความใหญ่โตมโหฬาร แต่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ “ความหรูหราที่เข้าถึงได้และเป็นส่วนตัว” (Residential-Style Luxury) ภายใต้ปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า “A New Perspective” หรือมุมมองใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านการตกแต่งภายในที่ฉีกกฎความขรึมขลังแบบดั้งเดิมของแบรนด์ มาสู่ความร่วมสมัย ความโปร่งโล่ง และการใช้องค์ประกอบจากธรรมชาติ 2

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

1.1 ขนาดที่เหมาะสม: กลยุทธ์การเข้าถึงพื้นที่พิเศษ (Strategic Mid-Sized Advantage)

ในขณะที่อุตสาหกรรมเรือสำราญกำลังมุ่งหน้าสู่การสร้าง “Megaships” ที่รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 5,000 คน Celestyal Discovery กลับเลือกที่จะยืนหยัดในตำแหน่งเรือขนาดกลาง (Mid-sized Vessel) ด้วยระวางขับน้ำประมาณ 42,289 ตัน และความยาว 203 เมตร 1 ขนาดนี้ไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด การมีขนาดกะทัดรัดช่วยให้เรือสามารถเทียบท่าในเกาะขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดทางกายภาพของท่าเรือ ซึ่งเรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ตัวอย่างเช่น ท่าเรือในเกาะ Milos หรือเกาะ Patmos ในกรีซ ซึ่งมักต้องใช้เรือเล็กขนถ่าย (Tendering) หากใช้เรือใหญ่ แต่ Celestyal Discovery สามารถเข้าจอดได้ใกล้กว่า หรือเทียบท่าได้สะดวกกว่า ลดเวลาในการเดินทางเข้าฝั่งและเพิ่มเวลาท่องเที่ยวให้กับผู้โดยสาร

นอกจากนี้ อัตราส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสาร (Space Ratio) ของเรือลำนี้ยังถูกออกแบบมาให้มีความสมดุล ไม่แออัดจนเกินไป ให้ความรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและความผ่อนคลาย ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวระดับบนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย

1.2 การปฏิรูปสู่ความพรีเมียม (Premium Refurbishment & Renovation)

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือกระบวนการปรับปรุงเรือ (Refurbishment) ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการในปี 2023 จนถึงการปรับปรุงครั้งล่าสุดในช่วงฤดูหนาวปี 2024-2025 2 การลงทุนมูลค่ามหาศาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทาสีหรือเปลี่ยนพรมใหม่ แต่เป็นการปรับโครงสร้างการบริการ (Service Architecture) ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนห้องพักจำนวน 47 ห้องในปี 2025 ซึ่งเน้นไปที่ห้องพักระดับสูงและห้องที่มีระเบียง การเพิ่มขึ้นนี้รวมถึงการสร้างห้องสวีทประเภทใหม่ “Grand Horizon Suites” ที่ตั้งอยู่เหนือสะพานเดินเรือ ซึ่งมอบทัศนียภาพเดียวกับกัปตันเรือ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสายเรือในการยกระดับแบรนด์ (Brand Elevation) จากตลาด Mass Market สู่ตลาด Premium Market อย่างเต็มตัว

1.3 ความเป็นเลิศด้านเส้นทาง: ปรัชญา Destination Intensive

Celestyal Discovery ถูกวางตัวให้เป็นเรือธงสำหรับเส้นทางระยะสั้นที่เข้มข้น (Intensive Itineraries) ภายใต้แคมเปญ “Iconic Aegean” (3-4 คืน) และ “Iconic Arabia” 4 จุดเด่นของเส้นทางเหล่านี้คือการให้เวลาบนฝั่งที่ยาวนานกว่าปกติ (Longer Port Stays) และการแวะหลายจุดหมายในหนึ่งวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรือขนาดใหญ่ทำได้ยาก การออกแบบตารางเดินเรือเช่นนี้ตอบโจทย์นักเดินทางที่มีเวลาจำกัดแต่ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เช่น การชมพระอาทิตย์ตกที่ซานโตรินี หรือการรับประทานอาหารค่ำที่มิโคนอส ซึ่งเรือส่วนใหญ่มักออกจากท่าก่อนเวลาดังกล่าว

1.4 การบริการแบบ “Celestyal Experience”

จิตวิญญาณของการบริการบนเรือลำนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดการต้อนรับแบบกรีก ความสัมพันธ์ระหว่างลูกเรือและผู้โดยสารบนเรือขนาด 1,266 คนนี้มีความใกล้ชิดและอบอุ่นมากกว่าเรือขนาดใหญ่ 5 ผู้โดยสารจะได้รับการจดจำชื่อและความชอบส่วนตัวได้ง่ายกว่า สร้างความรู้สึกของการ “กลับบ้าน” ซึ่งเป็นจุดขายที่แตกต่างจากความหรูหราแบบเย็นชาของแบรนด์อื่นๆ

ข้อมูลตัวเรือ (Specification)

  • ชื่อเรือเดิม (Former Name): AIDAaura
  • ปีที่ต่อสร้าง (Year Built): 2003
  • ปีที่ปรับปรุงล่าสุด (Last Refurbished): 2023 (Phase 1), 2025 (Phase 2)
  • อู่ต่อเรือ (Builder): Aker MTW Werft, Germany
  • ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 42,289 ตัน (GT)
  • ความยาว (Length): 203.2 เมตร (667 ฟุต)
  • ความกว้าง (Beam): 28.1 เมตร (92 ฟุต)
  • กินน้ำลึก (Draft): 6.30 เมตร (20.6 ฟุต)
  • จำนวนชั้น (Decks): 12 ชั้น (ชั้นผู้โดยสาร 9-10 ชั้น)
  • ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): 1,266 คน (Double Occupancy)
  • ความจุสูงสุด (Max Capacity): ~1,684 คน (รวมเตียงเสริม)
  • จำนวนลูกเรือ (Crew): 418 – 492 คน
  • สัญชาติเรือ (Flag Registry): มอลตา (Malta)

Accommodation

หัวใจของการเดินทางบน Celestyal Discovery คือการพักผ่อนที่สะดวกสบาย ภายหลังการปรับปรุงในปี 2025 ห้องพักบนเรือได้รับการยกระดับทั้งในด้านจำนวนและการตกแต่ง โดยมีห้องพักรวมประมาณ 680 ห้อง 11 การออกแบบภายในเน้นโทนสีที่อบอุ่น สว่าง และทันสมัย (Contemporary Design) เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายหลังจากวันอันยาวนานในการท่องเที่ยวบนฝั่ง

สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)

เพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ทุกห้องพักบนเรือไม่ว่าจะประเภทใด จะได้รับการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานดังต่อไปนี้:

  • ระบบปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้เอง (Adjustable Air-Conditioning)
  • ห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัว (Private Bathroom with Shower)
  • โทรทัศน์จอแบนพร้อมช่องสัญญาณดาวเทียม (Flat-screen TV)
  • โทรศัพท์ภายใน (Telephone)
  • ไดร์เป่าผม (Hair Dryer)
  • ตู้เซฟอิเล็กทรอนิกส์ (Safety Deposit Box)
  • ปลั๊กไฟมาตรฐานยุโรป 220V และพอร์ต USB Type A สำหรับชาร์จอุปกรณ์ 12

Inside Staterooms (ห้องไม่มีหน้าต่าง)

ห้องพักประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ “นักสำรวจ” ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกิจกรรมบนเรือหรือการท่องเที่ยวบนฝั่ง และต้องการห้องพักที่เงียบสงบสำหรับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ แม้จะไม่มีหน้าต่าง แต่การออกแบบแสงสว่าง (Lighting Design) ช่วยให้ห้องดูไม่อึดอัด

  • ชื่อทางการ: Interior Cosmos Cabin
  • ขนาดห้องโดยเฉลี่ย: 14 – 15 ตารางเมตร (160 sq.ft.) 13
  • รายละเอียดการพัก: รองรับผู้เข้าพักได้ 2-4 ท่าน โดยบางห้องจะมีเตียงเสริมแบบพับเก็บได้ (Pullman Beds) สำหรับผู้เข้าพักคนที่ 3 และ 4
  • Category Codes & Locations:
    • Category IA: ดาดฟ้า 4 และ 5 – เป็นระดับเริ่มต้นที่ราคาประหยัดที่สุด 13
    • Category IB: ดาดฟ้า 4 และ 5 – อาจมีตำแหน่งที่ดีกว่า IA เล็กน้อย เช่น อยู่ใกล้ลิฟต์หรือบันได 13
    • Category IC: ดาดฟ้า 6 และ 7 – ตั้งอยู่บนชั้นที่สูงขึ้น ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง สะดวกต่อการเดินทางไปยังห้องอาหารหรือบาร์ 13

Oceanview Staterooms

ห้องพักประเภทนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแสงสว่างจากธรรมชาติและต้องการตื่นขึ้นมาพร้อมกับวิวของท้องทะเลหรือท่าเรือ การมีหน้าต่างช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง (Airiness) ให้กับห้องพักได้อย่างมาก

  • ชื่อทางการ: Exterior Cosmos Cabin
  • ขนาดห้องโดยเฉลี่ย: 14 – 19 ตารางเมตร 13 (ขนาดอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของโครงสร้างเรือ)
  • ลักษณะหน้าต่าง: ส่วนใหญ่เป็นหน้าต่างสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ (Picture Window) ที่ไม่สามารถเปิดได้ แต่บางห้องในชั้นล่างอาจเป็นช่องกระจกทรงกลม (Porthole)
  • Category Codes & Locations:
    • Category XA: ดาดฟ้า 4 และ 5 – ขนาดกะทัดรัด (ประมาณ 14 ตร.ม.) เหมาะสำหรับพัก 2 ท่าน 13
    • Category XBO (Obstructed View): ดาดฟ้า 6 และ 7 – ห้องพักที่มีหน้าต่าง แต่วิวถูกบดบังบางส่วนหรือทั้งหมดโดยเรือช่วยชีวิต (Lifeboats) เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการแสงธรรมชาติในราคาประหยัด 12
    • Category XB: ดาดฟ้า 3, 4 และ 6 – ห้องพักวิวทะเลมาตรฐาน ไม่มีสิ่งกีดขวาง 13
    • Category XC: ดาดฟ้า 4, 5 และ 6 – ห้องพักขนาดมาตรฐาน (ประมาณ 17-19 ตร.ม.) รองรับได้ถึง 3-4 ท่าน 13
    • Category XD: ดาดฟ้า 5 และ 7 – ถือเป็นห้อง Oceanview ที่ดีที่สุด (Prime Locations) มักตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เงียบสงบหรือมองเห็นวิวได้กว้างไกล 13

Balcony Stateroom (ห้องพักมีระเบียง)

ในการปรับปรุงปี 2025 Celestyal ได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนห้องพักประเภทนี้อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับรับลมทะเล ห้องพักประเภทนี้มาพร้อมกับประตูกระจกบานเลื่อนจากพื้นจรดเพดานที่เปิดออกสู่ระเบียงส่วนตัว

  • ชื่อทางการ: Balcony Cosmos Cabin
  • ขนาดห้องโดยเฉลี่ย:
    • พื้นที่ภายใน: ประมาณ 17 – 19 ตารางเมตร 13
    • พื้นที่ระเบียง: ประมาณ 3 – 6 ตารางเมตร
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: ระเบียงส่วนตัวพร้อมเก้าอี้และโต๊ะเล็ก เหมาะสำหรับการจิบกาแฟยามเช้าหรือชมพระอาทิตย์ตก
  • Category Code & Location:
    • Category BA: ดาดฟ้า 7 – เป็นประเภทหลักของห้องระเบียงบนเรือลำนี้ 4

สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้เข้าพักห้อง Balcony (2025 Refit Benefits):

นอกเหนือจากตัวห้องแล้ว ผู้เข้าพักยังได้รับสิทธิพิเศษที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ได้แก่:

  • สิทธิ์เข้าร่วมงานปาร์ตี้ “Sail Away” สุดพิเศษ (Exclusive Sail Away Party) 2
  • เมนูหมอน (Pillow Menu) ให้เลือกความนุ่มตามความต้องการ
  • ชั่วโมงค็อกเทลประจำวัน (Daily Hosted Cocktail Hours)

Suites

ห้องสวีทบน Celestyal Discovery ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ทุกระดับจะได้รับการดูแลและบริการที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป

3.4.1 Junior Dream Suite (SJA, SJB)

เป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ห้องสวีทที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเพิ่มจำนวนห้องประเภทนี้ในการปรับปรุงปี 2025

  • ขนาด: ประมาณ 21 – 25 ตารางเมตร (รวมระเบียง) 4
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 6, 9 และ 11 (ตำแหน่งใหม่อาจมีการกระจายตัวตามการปรับปรุง) 18
  • ลักษณะเด่น: พื้นที่นั่งเล่น (Living Area) ที่กว้างขวางขึ้น โซฟาเบด และระเบียงส่วนตัวที่กว้างกว่าห้อง Balcony ปกติ
  • ความจุ: 2-3 ท่าน (บางห้องรองรับได้ถึง 4 ท่าน)

3.4.2 Grand Dream Suite (SG)

ห้องสวีทขนาดใหญ่ที่มอบความโอ่อ่าและความเป็นส่วนตัวสูงสุด ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่วิวดีที่สุดของเรือ

  • ขนาด: ประมาณ 32 – 57 ตารางเมตร (รวมพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่พิเศษ) 4
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 7 (มักอยู่บริเวณหัวเรือ หรือตำแหน่งที่มีระเบียงกว้างพิเศษ) 13
  • จุดเด่นไฮไลท์: ห้องน้ำมาพร้อมกับ อ่างจากุซซี่ (Jet Tub) ส่วนตัว 4 พื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน (Separate Living Area) และระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถวางเตียงอาบแดดได้

3.4.3 Grand Horizon Suite (SH) – New for 2025

นี่คือ “Crown Jewel” หรือห้องพักระดับสูงสุดที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ในการปรับปรุงปี 2025

  • ขนาด: ประมาณ 42 ตารางเมตร (455 sq.ft.) 4
  • ตำแหน่ง: ดาดฟ้า 11 18 – คาดการณ์ว่าเป็นตำแหน่งเหนือสะพานเดินเรือ หรือจุดสูงสุดที่มองเห็นวิวพาโนรามาได้กว้างไกล
  • ลักษณะเด่น: การออกแบบใหม่ทั้งหมดด้วยหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน (Floor-to-ceiling windows) ระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ และการตกแต่งที่หรูหราที่สุดบนเรือ
  • (หมายเหตุ: ห้อง Stargazer Penthouse Suite (SP) มีให้บริการเฉพาะบนเรือ Celestyal Journey เท่านั้น ไม่ปรากฏบน Celestyal Discovery) 

สิทธิพิเศษ: The Celestyal Suite Experience

ผู้เข้าพักในห้องสวีท โดยเฉพาะระดับ Grand Dream (SG) และ Grand Horizon (SH) จะได้รับอภิสิทธิ์ระดับ “VIP” ที่ถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของเรือส่วนตัว สิทธิพิเศษที่โดดเด่นประกอบด้วย

สิทธิพิเศษ (Benefit)รายละเอียด (Description)
Dedicated Diningสิทธิ์รับประทานอาหารที่ร้าน “The Smoked Olive” (ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน) ได้ทุกมื้อ (เช้า/กลางวัน/เย็น) ในบรรยากาศส่วนตัว ไม่ต้องต่อคิวในห้องอาหารหลัก
Ray’s Sundeck Accessสิทธิ์เข้าใช้พื้นที่ดาดฟ้าอาบแดดส่วนตัว “Ray’s” (Deck 11) พร้อมบริการเครื่องดื่มถึงที่นอนอาบแดดและคาบาน่า 21
Concierge Serviceบริการผู้ช่วยส่วนตัวสำหรับการจองทัวร์ จองสปา หรือจัดการความต้องการพิเศษต่างๆ
Priority Servicesเช็คอินช่องทางพิเศษ (Priority Check-in), การขึ้น-ลงเรือก่อนใคร (Priority Embarkation/Disembarkation) และบริการรับกระเป๋าด่วน
Thermal Spa Accessสิทธิ์เข้าใช้บริการ Thermal Suite ในสปาฟรี (เฉพาะ Grand Suites) เพื่อการผ่อนคลายด้วยความร้อนและน้ำ 2
In-Room Diningบริการอาหารในห้องพักฟรี (Complimentary In-Room Dining) สำหรับมื้อที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
Beverage Perksมินิบาร์ในห้องพัก (อาจรวมถึง Bottomless Minibar ในระดับสูงสุด) และงานเลี้ยงค็อกเทลส่วนตัว

Dining Experience

Celestyal Discovery นำเสนอภูมิทัศน์ทางอาหาร (Culinary Landscape) ที่สะท้อนถึงเส้นทางที่เรือล่องผ่าน โดยผสมผสานรสชาติเข้มข้นของอาหารกรีกและเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับอาหารนานาชาติ ภายใต้ระบบการชำระเงินแบบใหม่ “Celestyal One” และ “CelestyalPay” ผู้โดยสารมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้บริการร้านอาหารต่างๆ มากขึ้น 22

4.1 ห้องอาหารที่รวมในค่าตั๋ว (Complimentary Dining)

เรือลำนี้มีห้องอาหารที่รวมอยู่ในค่าโดยสารแล้วถึง 4-5 แห่ง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน:

  • Thalassa Restaurant (Deck 8): ห้องอาหารหลัก (Main Dining Room) ที่ให้บริการมื้อค่ำแบบ A La Carte ในบรรยากาศหรูหรา เมนูมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ครอบคลุมอาหารกรีกดั้งเดิม (เช่น Moussaka, Souvlaki) อาหารยุโรป และตัวเลือกมังสวิรัติ การตกแต่งเน้นความคลาสสิกและแสงไฟที่นุ่มนวล 23
  • The Taverna (Deck 9): ห้องอาหารบุฟเฟต์ที่เป็นหัวใจของมื้อเช้าและมื้อกลางวัน นำเสนอความหลากหลายของอาหารนานาชาติ จุดเด่นคือโซนที่นั่งกึ่งกลางแจ้งท้ายเรือ (Alfresco Dining) ที่ให้ผู้โดยสารได้รับประทานอาหารพร้อมสัมผัสลมทะเล 23
  • Greek Deli (Deck 10): มุมอาหารว่างสไตล์กรีกที่ให้บริการโยเกิร์ตกรีกสดใหม่ แซนด์วิช และของว่างท้องถิ่นในช่วงบ่าย เหมาะสำหรับการรองท้องหลังกลับจากทัวร์ 24
  • Pizza Oven (Deck 9): สเตชั่นพิซซ่าอบสดใหม่ แป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียน ให้บริการฟรีในช่วงบ่ายและเย็น 24

4.2 ห้องอาหารพิเศษ (Specialty Dining) – ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สำหรับโอกาสพิเศษ Celestyal Discovery มีร้านอาหารเฉพาะทางที่ยกระดับวัตถุดิบและการปรุง:

  • Grill Seekers (Deck 8): สวรรค์ของคนรักเนื้อและอาหารทะเล (Surf & Turf) ร้านนี้เชี่ยวชาญด้านการย่างสเต็กเกรดพรีเมียม (เช่น วากิว, แบล็คแองกัส) และอาหารทะเลสดใหม่ เมนูแนะนำรวมถึงกุ้งมังกรย่างและซี่โครงแกะ 24
  • Pink Moon (Deck TBA): ร้านอาหารเอเชียฟิวชั่นที่นำเสนอรสชาติจัดจ้านจากตะวันออก เช่น ราเมนญี่ปุ่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นเวียดนาม และผัดไทย ให้รสชาติที่แตกต่างและแก้เลี่ยนจากอาหารฝรั่ง 23
  • The Smoked Olive (Deck 8): ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน/อิตาเลียนที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูง ความพิเศษ: ร้านนี้ให้บริการฟรีสำหรับแขกห้อง Suite ทุกมื้อ แต่สำหรับแขกทั่วไปอาจเปิดให้จองมื้อค่ำโดยมีค่าใช้จ่าย (Cover Charge) หรือ A La Carte 25

4.3 บาร์และเลานจ์ (Bars & Lounges)

ด้วยบาร์กว่า 9 แห่งทั่วเรือ ผู้โดยสารจะไม่ขาดแคลนเครื่องดื่มแก้วโปรด:

  • Martini Bar & Lounge (Deck 9): บาร์ซิกเนเจอร์ที่มีเมนูมาร์ตินี่หลากหลายสูตรและค็อกเทลคลาสสิก 21
  • Grapevine (Deck 8): ไวน์บาร์ที่รวบรวมไวน์ชั้นเยี่ยมจากไร่องุ่นในกรีซและทั่วโลก 21
  • Fig & Honey (Deck 10): บาร์เพื่อสุขภาพ ให้บริการน้ำผลไม้ปั่นสด สมูทตี้ และไอศกรีมเจลาโต้ (Gelato) 21
  • Halara Cove Bar (Deck 10): บาร์ริมสระว่ายน้ำที่ให้บริการเครื่องดื่มเย็นๆ ตลอดวัน

Entertainment & Activities

แม้จะเป็นเรือขนาดกลาง แต่ Celestyal Discovery จัดสรรพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาดเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

5.1 สุขภาวะองค์รวม: Sozo Spa (Wellness)

Sozo Health Spa (Deck 11) คือศูนย์กลางแห่งความผ่อนคลาย คำว่า “Sozo” ในภาษากรีกโบราณหมายถึงการรักษาความสมดุลของร่างกายและจิตวิญญาณ สปาแห่งนี้ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การนวดบำบัดแบบอโรมา ทรีตเมนต์หน้า ห้องซาวน่า และห้องอบไอน้ำ นอกจากนี้ยังมี Fitness Center ที่มีอุปกรณ์ครบครันสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายพร้อมชมวิวทะเล 5

5.2 ความบันเทิงและมหรสพ (Entertainment)

  • Amphitheatro Show Lounge (Deck 8 & 9): โรงละครหลักของเรือที่มีความสูง 2 ชั้น เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ระดับมืออาชีพทุกค่ำคืน ตั้งแต่การแสดงกายกรรมผาดโผน (Cirque Fantastic) ไปจนถึงดนตรีพื้นเมืองและการเต้นรำสไตล์กรีก 24
  • Discovery Lounge (Deck 10): พื้นที่สังสรรค์อเนกประสงค์ที่มีดนตรีสดบรรเลงเบาๆ และใช้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ
  • AFTer Disco Bar and Lounge (Deck 10): สถานบันเทิงยามค่ำคืนบริเวณท้ายเรือ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเต้นรำและปาร์ตี้ดึก

5.3 พื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง (Outdoor Recreation)

  • Halara Cove (Deck 10): สระว่ายน้ำหลักของเรือที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง รายล้อมด้วยเตียงอาบแดด เป็นศูนย์รวมกิจกรรมในช่วงกลางวัน 24
  • Sun Deck (Deck 11, 12): พื้นที่ดาดฟ้าชั้นบนสุดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือและอาบแดด
  • Agora Shops (Deck 8): โซนช้อปปิ้งที่จำหน่ายสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และของที่ระลึกจากกรีซ 24

Conclusion

Celestyal Discovery เป็นเรือสำราญที่ผสานความแข็งแกร่งทางวิศวกรรมเข้ากับศิลปะการใช้ชีวิตแบบเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างลงตัว การปรับปรุงขนานใหญ่ในปี 2024 และ 2025 ได้เปลี่ยนเรือลำนี้ให้กลายเป็นรีสอร์ทลอยน้ำที่มีความทันสมัย พร้อมด้วยห้องพักและห้องสวีทที่ตอบโจทย์ความต้องการระดับพรีเมียม จุดแข็งด้านขนาดที่กะทัดรัดช่วยให้เรือสามารถพานักเดินทางเข้าถึงหัวใจของจุดหมายปลายทางได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเกาะลับในทะเลอีเจียนหรือเมืองท่าในอ่าวอาหรับ สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่น Celestyal Discovery คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานี้

Scroll to Top