ภาพรวมการท่องเที่ยวเรือสำราญในออสเตรเลีย (Overview)
อุตสาหกรรมเรือสำราญในภูมิภาคออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 2026/2027 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โครงสร้างตลาดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการยุติบทบาทของแบรนด์ P&O Cruises Australia ซึ่งเป็นแบรนด์เรือสำราญที่อยู่คู่กับออสเตรเลียมายาวนานกว่า 90 ปี โดยกองเรือจะถูกควบรวมเข้ากับแบรนด์ Carnival Cruise Line อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 เป็นต้นไป 1 เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ตลาด Mass Market ในภูมิภาคนี้จะถูกขับเคี่ยวกันระหว่างสองยักษ์ใหญ่คือ Carnival และ Royal Caribbean International เป็นหลัก ในขณะที่แบรนด์ระดับพรีเมียมและลักชัวรีกำลังแยกตัวออกไปจับกลุ่มตลาดเฉพาะทางอย่างชัดเจน
ในภูมิภาคนี้ เส้นทางจะถูกแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่:
- Sydney – New Zealand
- Brisbane – Queensland & Great Barrier Reef
- Kimberley
- Tasmania
- South Pacific
- Repositioning
Zone 1: นิวซีแลนด์และเส้นทางข้ามทะเลทาสมัน (New Zealand & Trans-Tasman)
เส้นทางนิวซีแลนด์ถือเป็น “Crown Jewel” หรือเส้นทางยอดนิยมสูงสุดสำหรับตลาดเรือสำราญในภูมิภาคนี้ ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียและนักท่องเที่ยวจากระยะไกล (Long-haul) เส้นทางนี้โดดเด่นด้วยความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ตั้งแต่ฟยอร์ดที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งไปจนถึงเมืองที่มีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์
ท่าเรือต้นทาง (Departure Ports) และโลจิสติกส์
การเลือกท่าเรือต้นทางมีผลอย่างมากต่อรูปแบบการเดินทางและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย:
- ซิดนีย์, ออสเตรเลีย (Sydney – White Bay & Overseas Passenger Terminal):
- บทบาท: เป็นฮับหลักสำหรับการเดินทางแบบไป-กลับ (Roundtrip) ซึ่งมักใช้เวลา 10-14 คืน ท่าเรือ Overseas Passenger Terminal (OPT) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงข้าม Opera House รองรับเรือขนาดใหญ่ เช่น Anthem of the Seas และ Celebrity Edge ส่วนท่าเรือ White Bay จะรองรับเรือขนาดเล็กกว่าและต้องลอดผ่านสะพาน Harbour Bridge
- ข้อดี: สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่บินมาลงซิดนีย์ และให้ประสบการณ์การล่องเรือออกจากอ่าวซิดนีย์ที่สวยงามระดับโลก
- บริสเบน, ออสเตรเลีย (Brisbane International Cruise Terminal):
- บทบาท: ท่าเรือใหม่ที่ทันสมัย รองรับตลาดจากรัฐควีนส์แลนด์ โดยมีเรืออย่าง Carnival Encounter และ Grand Princess ให้บริการ
- ข้อควรระวัง: การเดินทางจากบริสเบนไปนิวซีแลนด์ใช้เวลาเดินเรือในทะเลนานกว่าซิดนีย์เล็กน้อย
- โอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์ (Auckland – Queens Wharf/Princes Wharf):
- บทบาท: เป็นท่าเรือหลักสำหรับการเดินทางแบบเที่ยวเดียว (One-way) ระหว่างซิดนีย์-โอ๊คแลนด์ หรือ โอ๊คแลนด์-ซิดนีย์
- ข้อดีเชิงกลยุทธ์: การเลือกเส้นทาง One-way (Trans-Tasman) ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางในทะเลได้ 2 วันเมื่อเทียบกับแบบ Roundtrip ทำให้มีเวลาแวะพอร์ตต่างๆ ในนิวซีแลนด์ได้มากขึ้น เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเจาะลึกนิวซีแลนด์จริงๆ 10
รายละเอียดเมืองท่าแวะพัก (Ports of Call) และไฮไลท์สำคัญ
เส้นทางนิวซีแลนด์แบ่งออกเป็นเกาะเหนือและเกาะใต้ ซึ่งให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:
- อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ (Fiordland National Park – Scenic Cruising):
- ลักษณะ: ไม่ใช่ท่าเรือที่จอดให้ลงเดิน แต่เป็นการล่องเรือชมทัศนียภาพผ่าน Milford Sound, Doubtful Sound และ Dusky Sound
- ไฮไลท์: หน้าผาสูงชัน น้ำตกที่พุ่งลงสู่ทะเล และสัตว์ป่าทางทะเล
- ข้อมูลเชิงลึก: สภาพอากาศในทะเลทาสมันและช่องแคบ Foveaux มีความแปรปรวนสูง มีโอกาสประมาณ 10-15% ที่เรืออาจไม่สามารถเข้าชมฟยอร์ดได้เนื่องจากคลื่นลมแรง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เอเจนต์ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า
- พอร์ตชาลเมอส์/ดูนิดิน (Port Chalmers for Dunedin):
- ลักษณะ: ท่าเรือน้ำลึก ห่างจากเมืองดูนิดินประมาณ 20 นาที
- ไฮไลท์: สถาปัตยกรรมแบบสกอตแลนด์ ปราสาท Larnach และรถไฟสาย Taieri Gorge (หากเปิดให้บริการ) รวมถึงทัวร์ดูนกเพนกวินตาเหลืองและนกอัลบาทรอสที่แหลม Otago
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์และธรรมชาติ
- ลิตเทิลตัน/ไครสต์เชิร์ช (Lyttelton for Christchurch):
- ลักษณะ: ประตูสู่เมืองไครสต์เชิร์ช เมืองที่มีกลิ่นอายอังกฤษมากที่สุด
- ไฮไลท์: การล่องเรือถ่อในแม่น้ำ Avon, ศูนย์ International Antarctic Centre
- เวลลิงตัน (Wellington):
- ลักษณะ: เมืองหลวงที่ตั้งอยู่ริมอ่าว จอดเรือใกล้ตัวเมือง
- ไฮไลท์: พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Te Papa Tongarewa, ทัวร์ตามรอย The Lord of the Rings (Weta Workshop) และรถราง Cable Car
- ข้อสังเกต: มักเป็นเมืองที่มีลมแรงที่สุด
- เนเปียร์ (Napier):
- ไฮไลท์: เมืองหลวงแห่งสถาปัตยกรรม Art Deco ของโลก (สร้างใหม่หลังแผ่นดินไหวปี 1931) และแหล่งไวน์ Hawkes Bay
- กิจกรรมแนะนำ: ทัวร์รถโบราณชมเมือง และทัวร์ชิมไวน์
- ทอรังงา (Tauranga):
- ไฮไลท์: ประตูสู่เมืองโรโตรัว (Rotorua) ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมเมารีและแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal)
- การบริหารเวลา: เรือมักจอดที่นี่นานกว่าปกติเพื่อให้เวลาเดินทางไป-กลับโรโตรัว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงต่อเที่ยว)
- เบย์ออฟไอส์แลนด์ (Bay of Islands – Russell/Waitangi):
- ลักษณะ: ต้องใช้เรือเล็กขนถ่ายผู้โดยสาร (Tender Port)
- ไฮไลท์: สถานที่ลงนามสนธิสัญญาไวตางิ (จุดกำเนิดชาติ) และการล่องเรือดูโลมาหรือลอดช่องหิน Hole in the Rock
- ความเสี่ยง: หากคลื่นแรง การขนถ่ายผู้โดยสารอาจถูกยกเลิก โดยเฉพาะเรือขนาดใหญ่
ช่วงเวลาการให้บริการ (Operating Period) และช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Best Month to Visit)
- ฤดูกาลให้บริการ: ตุลาคม ถึง เมษายน
- ช่วงพีค (Peak Season): มกราคม ถึง มีนาคม
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Best Month): กุมภาพันธ์
- บทวิเคราะห์: กุมภาพันธ์เป็นเดือนที่สภาพอากาศมีความเสถียรที่สุด อุณหภูมิอบอุ่น (เฉลี่ย 20-25°C) และโอกาสฝนตกในฟยอร์ดแลนด์น้อยกว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนี้ยังพ้นช่วงวันหยุดโรงเรียนของออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (มกราคม) ทำให้ความหนาแน่นของผู้โดยสารกลุ่มครอบครัวลดลง ราคามีความสมเหตุสมผลกว่าช่วงคริสต์มาส/ปีใหม่ 14
- ช่วงไหล่ฤดูกาล (Shoulder Season): ตุลาคม/พฤศจิกายน และ เมษายน
- ข้อดี/ข้อเสีย: ราคาถูกกว่ามาก แต่อากาศอาจหนาวเย็น (โดยเฉพาะเกาะใต้) และทะเลทาสมันอาจมีคลื่นลมแรงกว่า
สายเรือและเรือที่ให้บริการ (Cruise Line & Ship Profile)
ตารางเปรียบเทียบเรือหลักในเส้นทางนิวซีแลนด์ ฤดูกาล 2026/2027:
| สายเรือ (Cruise Line) | เรือ (Ship) | ท่าเรือหลัก | ตลาดเป้าหมาย (Target Market) | จุดเด่นผลิตภัณฑ์ (Key USP) | ระยะเวลา (Duration) |
| Royal Caribbean | Anthem of the Seas | Sydney | ครอบครัว, Active Couples | เรือตระกูล Quantum Class ออกแบบมาเพื่อเมืองหนาว มีพื้นที่ในร่มเยอะ (Two70, SeaPlex, Indoor Solarium) เหมาะมากกับอากาศแปรปรวนของ NZ 12 | 10-14 คืน |
| Royal Caribbean | Voyager of the Seas | Brisbane | ครอบครัว, ชาวควีนส์แลนด์ | เรือตระกูล Voyager Class เน้นกิจกรรมกลางแจ้งมากกว่า Anthem เหมาะกับลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่าและกิจกรรม Adventure | 10-14 คืน |
| Celebrity Cruises | Celebrity Edge | Sydney | คู่รัก, กลุ่มเพื่อน, Gen X+ | ความหรูหราระดับ “Modern Luxury” ดีไซน์เรือล้ำสมัย Infinite Veranda (ระเบียงในตัว) ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องเมื่ออากาศหนาว Magic Carpet ช่วยให้การขึ้นลงเรือ Tender สะดวกขึ้น 19 | 11-13 คืน |
| Princess Cruises | Royal Princess / Grand Princess | Sydney / Brisbane | ผู้สูงอายุ, Multi-gen | ผู้นำตลาดดั้งเดิม เน้นการเรียนรู้วัฒนธรรม (Enrichment) มีโปรแกรมท้องถิ่นเข้มข้น บริการ MedallionClass ช่วยอำนวยความสะดวก 8 | 13-14 คืน |
| Holland America | Noordam / Westerdam | Sydney / Auckland | ผู้สูงอายุ (60+), Traditional | เน้นความคลาสสิก ดนตรีสด และการแวะพักที่ยาวนาน อาหารคุณภาพสูง เหมาะกับลูกค้าที่ไม่ชอบความวุ่นวายของเรือใหญ่ 21 | 14 คืน |
Zone 2: ควีนส์แลนด์และเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Queensland & Great Barrier Reef)
โซนนี้เป็นตลาดหลักสำหรับการหนีหนาว (Winter Escape) ของชาวออสเตรเลีย โดยเฉพาะในช่วงกลางปี การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการเข้ามาของกองเรือ P&O เดิมภายใต้แบรนด์ Carnival ซึ่งจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญ
ท่าเรือต้นทาง (Departure Ports)
- บริสเบน: เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดสำหรับการล่องเรือไปเกรตแบร์ริเออร์รีฟ เพราะอยู่ใกล้กว่าซิดนีย์ ทำให้สามารถจัดทริป 7 คืนได้ครอบคลุม ในขณะที่ซิดนีย์ต้องใช้เวลา 9-12 คืน
- ซิดนีย์: ต้องใช้เวลาเดินทางในทะเล (Sea Days) มากกว่าเพื่อขึ้นไปถึงเขตร้อน
รายละเอียดเมืองท่าแวะพัก (Ports of Call) และไฮไลท์สำคัญ
- แอร์ลีบีช (Airlie Beach – Whitsundays):
- ลักษณะ: Tender Port
- ไฮไลท์: ประตูสู่หมู่เกาะ Whitsundays และหาด Whitehaven ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
- แคร์นส์ (Cairns – Yorkeys Knob):
- โลจิสติกส์: เรือขนาดใหญ่มักต้องจอดทอดสมอที่ Yorkeys Knob (ห่างจากตัวเมือง 20 นาที) และใช้เรือ Tender เข้าฝั่ง ซึ่งอาจใช้เวลานานและมีคลื่นโคลงเคลง ลูกค้าควรทราบข้อจำกัดนี้
- ไฮไลท์: รถไฟสาย Kuranda, กระเช้า Skyrail ผ่านป่าฝน และทริปดำน้ำดูปะการัง
- พอร์ตดักลาส (Port Douglas):
- ลักษณะ: Tender Port
- บรรยากาศ: มีความเป็นบูทีคและหรูหรากว่าแคร์นส์ เป็นจุดที่ใกล้แนวปะการังมากที่สุด
- วิลลิสไอส์แลนด์ (Willis Island):
- ลักษณะ: Scenic Cruising เท่านั้น (ไม่มีการขึ้นฝั่ง)
- บทบาท: เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีสถานีอุตุนิยมวิทยา การแวะที่นี่ทำเพื่อให้เรือมีสถานะเดินทาง “ระหว่างประเทศ” (International Voyage) ซึ่งอนุญาตให้เปิดร้านค้า Duty Free และคาสิโนบนเรือได้ เป็นเทคนิคทางกฎหมายที่ลูกค้ามักสงสัย 12
- เกาะมอร์ตัน (Moreton Island – Tangalooma):
- ไฮไลท์: การให้อาหารโลมาป่า, การดำน้ำดูซากเรือ (Wrecks) และการเล่นสไลเดอร์ทราย
- บทบาท: เป็นจุดหมายหลักสำหรับทริปสั้น (Sampler Cruises 3-4 คืน) ของ Carnival 23
ช่วงเวลาการให้บริการ (Operating Period) และช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Best Month to Visit)
- ฤดูกาลให้บริการ: ตลอดทั้งปี
- ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Best Month): สิงหาคม – กันยายน
- บทวิเคราะห์: เป็นช่วงปลายฤดูหนาว/ต้นฤดูใบไม้ผลิของออสเตรเลีย อากาศอบอุ่นกำลังดี (ไม่ร้อนจัด) ความชื้นต่ำ และที่สำคัญคือ พ้นฤดูแมงกะพรุนพิษ (Stinger Season) ซึ่งปกติจะระบาดหนักในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ทำให้สามารถเล่นน้ำได้ปลอดภัยกว่า นอกจากนี้ยังเป็นฤดูกาลอพยพของวาฬหลังค่อม (Humpback Whales) ซึ่งมีโอกาสเห็นได้จากบนเรือ 24
สายเรือและเรือที่ให้บริการ (Cruise Line & Ship Profile)
- Carnival Cruise Line (New Fleet):
- เรือ: Carnival Adventure (อดีต Pacific Adventure) และ Carnival Encounter (อดีต Pacific Encounter)
- กลยุทธ์: การรีแบรนด์จาก P&O สู่ Carnival จะยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบออสเตรเลียไว้ เช่น ร้านอาหาร “Luke’s Burger” และพื้นที่ส่วนตัว “Byron Beach Club” แต่เสริมด้วยบริการแบบ Carnival เช่น “Turtle Kids Club” (สำหรับเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ขวบ – จุดขายสำคัญสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก) และแอปพลิเคชัน HubApp ที่ทันสมัยขึ้น 1
- ตลาดเป้าหมาย: ครอบครัว, วัยรุ่น, และกลุ่ม Budget Traveler ที่มองหาความสนุกสนาน
- Royal Caribbean:
- เรือ: Quantum of the Seas (จากบริสเบน)
ตลาดเป้าหมาย: ครอบครัวที่ต้องการเรือที่มีเทคโนโลยีสูงและกิจกรรมในร่ม
Zone 3: เดอะคิมเบอร์ลีย์ (The Kimberley – Expedition Focus)
นี่คือ “The Next Big Thing” สำหรับตลาดลักชัวรีและนักผจญภัย เส้นทางนี้ไม่ใช่การล่องเรือเพื่อพักผ่อนธรรมดา แต่เป็นการ “สำรวจ” (Expedition) ธรรมชาติที่ดิบและเข้าถึงยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ท่าเรือต้นทาง (Departure Ports) และเส้นทาง
- เส้นทางมาตรฐาน: ดาร์วิน (Darwin) ไป บรูม (Broome) หรือย้อนกลับ (ใช้เวลา 10 คืน)
- ท่าเรือ: บรูม (Broome) มีชื่อเสียงเรื่องหาด Cable Beach และประวัติศาสตร์การทำมุก ส่วนดาร์วินเป็นเมืองหน้าด่านทางเหนือ
จุดแวะพักและปรากฏการณ์ธรรมชาติ (Nature Highlights)
- น้ำตกคิงจอร์จ (King George Falls): น้ำตกคู่ความสูง 100 เมตร ต้องนั่งเรือเล็ก (Zodiac/Xplorer) เข้าไปชม
- น้ำตกแนวนอน (Horizontal Falls): ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงที่รุนแรงผ่านช่องแคบเขา ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวจนดูเหมือนน้ำตกแนวนอน
- แนวปะการังมอนต์โกเมอรี่ (Montgomery Reef): เมื่อน้ำลง แนวปะการังขนาดมหึมาจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมา และน้ำทะเลจะไหลลงจากหลังแนวปะการังเกิดเป็นน้ำตกจำลองนับร้อยสาย เป็นภาพที่หาดูได้ยาก
ช่วงเวลาการให้บริการ และความลับของฤดูกาล (Seasonality Secrets)
- ฤดูกาล: เมษายน ถึง ตุลาคม (หน้าแล้ง – Dry Season)
- ช่วง “Waterfall Season”: เมษายน – พฤษภาคม
- จุดเด่น: เป็นช่วงหลังฤดูฝน น้ำตกต่างๆ (King George, Mitchell Falls) จะมีปริมาณน้ำมหาศาล สวยงามที่สุด พืชพรรณเขียวขจี
- ข้อควรระวัง: อากาศยังร้อนชื้นและอาจมีฝนหลงเหลือ 24
- ช่วง “Whale & Wildlife Season”: กรกฎาคม – กันยายน
- จุดเด่น: อากาศเย็นสบายที่สุด แห้งสนิท และเป็นช่วงที่วาฬหลังค่อมว่ายอพยพมายังน่านน้ำนี้
- ข้อควรระวัง: น้ำตกอาจแห้งขอด หรือเหลือน้ำน้อยมาก 27
- คำแนะนำ: หากลูกค้าเน้นดูน้ำตก ต้องไปเดือนพฤษภาคม หากเน้นดูวาฬและอากาศสบาย ต้องไปสิงหาคม
สายเรือและฮาร์ดแวร์ (Expedition Hardware)
ความแตกต่างของเรือมีผลต่อประสบการณ์อย่างมาก:
| สายเรือ (Cruise Line) | เรือ (Ship) | ฮาร์ดแวร์พิเศษ (Key Hardware) | ตลาดเป้าหมาย |
| Coral Expeditions | Coral Geographer/Adventurer | Xplorer Tenders: เรือเล็กแบบไฮดรอลิกที่ยกผู้โดยสารลงจากดาดฟ้าเรือแม่ได้เลย โดยไม่ต้องปีนบันไดข้างเรือ 28 | ผู้สูงอายุ, ชาวออสเตรเลีย, ผู้ที่กังวลเรื่องการปีนขึ้นลงเรือยาง (Zodiac) |
| Ponant | Le Jacques Cartier | Blue Eye Lounge: เลานจ์ใต้น้ำแห่งแรกของโลก ดีไซน์แบบเรือยอทช์หรูสไตล์ฝรั่งเศส | ตลาด Luxury, ชอบความอินเตอร์, อาหารฝรั่งเศส 30 |
| Silversea | Silver Cloud | Butler Service: มีบัตเลอร์ส่วนตัวทุกห้อง บริการแบบ Ultra-luxury รวมทุกอย่าง | ลูกค้าไฮเอนด์ที่ต้องการความสบายสูงสุดคู่การผจญภัย |
Zone 4: แทสเมเนียและออสเตรเลียใต้ (Tasmania & Southern Australia)
โซนนี้เน้นวัฒนธรรม อาหาร ไวน์ และประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เคยไปเส้นทางเขตร้อนมาแล้วและมองหาความแตกต่าง
เมืองท่าแวะพัก (Ports of Call)
- โฮบาร์ต (Hobart): เมืองหลวงที่มีเสน่ห์ จอดเรือใกล้ตลาด Salamanca และพิพิธภัณฑ์ MONA มักมีการค้างคืน (Overnight)
- พอร์ตอาเธอร์ (Port Arthur): แหล่งประวัติศาสตร์นักโทษ (Convict Site) มรดกโลก บรรยากาศขลังและสวยงาม
- เบอร์นี (Burnie): ประตูสู่อุทยานแห่งชาติ Cradle Mountain และแหล่งดูวอมแบต
- เกาะจิงโจ้ (Kangaroo Island – Penneshaw): ฟื้นตัวจากไฟป่าแล้ว เป็นแหล่งดูแมวน้ำ (Seal Bay) และหินรูปร่างแปลกตา (Remarkable Rocks)
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Best Month to Visit)
- กุมภาพันธ์: เนื่องจากเป็นเขตที่อยู่ใต้สุด อากาศจะเย็นกว่าส่วนอื่นของประเทศ เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นที่สุดและโอกาสฝนตกน้อยที่สุด เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมธรรมชาติ
สายเรือที่โดดเด่น
- Coral Expeditions (Circumnavigation): มีเส้นทางรอบเกาะแทสเมเนียที่เรือใหญ่เข้าไม่ได้ เช่น Port Davey ที่ต้องเดินป่าหรือนั่งเรือเล็กเข้าไปเท่านั้น 32
- Princess Cruises: มีเส้นทาง Round Australia ที่แวะครบทุกเมืองหลัก 34
- หมายเหตุ: Disney Wonder ยกเลิกเส้นทางนี้ในฤดูกาล 26/27 ทำให้ตัวเลือกสำหรับครอบครัวลดลง
Zone 5: แปซิฟิกใต้จากออสเตรเลีย (South Pacific from Australia)
แม้จะเป็นน่านน้ำสากล แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นส่วนต่อขยายของตลาดออสเตรเลีย
- เส้นทาง: มักเป็นวงรอบ (Loop) จากซิดนีย์หรือบริสเบน ไปยัง นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia) วานูอาตู (Vanuatu) และฟิจิ (Fiji)
- เมืองท่า: Noumea (ฝรั่งเศสในแปซิฟิก), Mystery Island (เกาะร้างที่สวยงามสำหรับการดำน้ำ), Port Vila
- เรือ: ครองตลาดโดย Carnival (Encounter/Adventure) และ Royal Caribbean
ช่วงเวลา: เที่ยวได้ตลอดปี แต่ พฤษภาคมและตุลาคม เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด ไม่ร้อนจัดและพ้นฤดูพายุหมุน
Zone 6: เส้นทางรอบทวีปและ Repositioning
สำหรับนักเดินทางที่มีเวลามากและมองหาความคุ้มค่า
- Round Australia (รอบทวีป):
- โดย: Princess Cruises (Crown Princess)
- ระยะเวลา: 28 คืน
- เส้นทาง: Sydney > Brisbane > Cairns > Darwin > Broome > Perth > Adelaide > Melbourne > Sydney
- จุดขาย: เก็บครบทุกไฮไลท์ของประเทศในทริปเดียว รวมถึงการล่องเรือชม Kimberley Coast (Yampi Sound) แบบไม่ต้อ
- จ่ายราคา Expedition
- Repositioning (ย้ายเรือ):
- เส้นทาง: ซิดนีย์-ฮาวาย-แวนคูเวอร์ (เมษายน) หรือ ย้อนกลับ (กันยายน/ตุลาคม)
- จุดเด่น: ราคาต่อคืนถูกที่สุด (Value for Money) แต่มีวันเดินเรือ (Sea Days) เยอะ เหมาะกับคนรักการใช้ชีวิตบนเรือและไม่รีบร้อน