กลับมาพบกันอีกครั้งกับซีรีส์เจาะลึก Disney Adventure เรือสำราญลำใหม่ล่าสุดที่ฮอตที่สุดในเอเชีย! หลังจากที่ EP. 1 เราพาไปทัวร์โซนต่างๆ และไฮไลท์สุดอลังการบนเรือกันมาแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลามาตอบคำถามยอดฮิตที่ว่า “ไปพักบนเรือสำราญ จะเลือกห้องแบบไหนดี?” ขอบอกเลยว่าห้องพักบนเรือ Disney Adventure ถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจ เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกขนาดครอบครัวและทุกสไตล์การพักผ่อน ลองมาดูกันว่าห้องพักทั้ง 4 ประเภทหลัก แบบไหนที่จะ “คลิก” กับทริปของคุณที่สุดครับ!

1. Inside Stateroom (ห้องพักด้านใน) — คุ้มค่า ตอบโจทย์สายแอคทีฟ
- size: 13.5 – 15.3 ตร.ม. (รองรับสูงสุด 4 ท่าน) / แบบ Deluxe 19.4 ตร.ม.
- Highlights: นี่คือห้องที่ราคาประหยัดและเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินที่สุด! ทำเลส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใกล้โซนความบันเทิงและกิจกรรมต่างๆ เหมาะมากสำหรับสายแอคทีฟที่แพลนว่า “จะใช้เวลาสนุกอยู่นอกห้องทั้งวัน แค่กลับมาอาบน้ำนอน”
- ✨ ความพิเศษ: สำหรับห้อง Deluxe Inside Stateroom with Reef View จะมีความเก๋ตรงที่มาพร้อม “หน้าต่างดิจิทัล” ที่จำลองวิวใต้ท้องทะเล (Discovery Reef) ให้คุณได้ชมเพลินๆ แม้จะพักห้องด้านในก็ตาม
2. Oceanview Stateroom (ห้องพักวิวทะเล) — สัมผัสความสดชื่นของมหาสมุทร
- size: 13.5 – 15.3 ตร.ม. (รองรับสูงสุด 4 ท่าน) / แบบ Deluxe 19.4 ตร.ม.
- Highlights: อัปเกรดความฟินขึ้นมาอีกนิดด้วย “หน้าต่างกระจกบานใหญ่” (หน้าต่างจริง) ที่ให้คุณตื่นมาพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ และวิวเส้นขอบฟ้าของท้องทะเลกว้างใหญ่แบบเต็มตา ช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายมากยิ่งขึ้น
3. Verandah Stateroom (ห้องพักพร้อมระเบียงส่วนตัว) — ชิลสุด ฟินสุด สูดอากาศได้เต็มปอด
- size: 19.4 ตร.ม. / แบบ Deluxe (Oceanview/Garden View/Reef View) 23.5 ตร.ม.
- Highlights: ใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวและรักการดื่มด่ำบรรยากาศ ห้องนี้คือคำตอบ! เพราะมาพร้อมระเบียงส่วนตัวให้ออกไปนั่งจิบกาแฟยามเช้า รับลมทะเล หรือจะเลือกวิวห้องที่หันเข้าหาสวน Imagination Garden และโซน Discovery Reef ก็ได้ฟีลลิ่งไปอีกแบบ
4. Concierge Stateroom (ห้องพักระดับคอนเซียร์จ) — ที่สุดของความพรีเมียมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ
นี่คือคลาสห้องพักที่หรูหราที่สุดบนเรือ มีให้เลือกหลายแบบ ไปจนถึงห้องแบบที่มีระเบียงล้อมรอบ (Wrap-around Verandah) กว้างขวางอลังการ แต่สิ่งที่แพงกว่าขนาดห้อง คือ “สิทธิพิเศษ (Perks)” ที่เรียกได้ว่า V.I.P แบบสุดๆ ได้แก่:
- Fast Track: สิทธิ์ขึ้นเรือกลุ่มแรก (ตั้งแต่ 11:00 น.) และเลือกลงเรือก่อนหรือนั่งรอชิลๆ ที่ D Lounge ก็ได้
- Exclusive Access: เข้าใช้ Concierge Lounge ได้ตลอดวัน (มีบริการอาหาร เครื่องดื่ม และ Happy Hour ฟรี!) รวมถึงสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ Deck 19
- Priority Booking: ได้สิทธิ์จองกิจกรรมยอดฮิตอย่าง Royal Gathering ล่วงหน้าได้ถึง 130 วัน (ไวกว่าห้องทั่วไป)
- Extra Perks: ฟรี WiFi 24 ชั่วโมง, สิทธิ์เข้าชมโชว์ก่อนใครพร้อมป๊อปคอร์นฟรี, เข้าใช้บริการ Spa (Sauna/Steam) ฟรี, มีโซนร้านค้าเฉพาะ และบริการ Guest Service ส่วนตัวคอยดูแลตลอดทริป
🧳 สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานที่มีให้ “ทุกห้อง”
ไม่ว่าจะเลือกพักห้องไทป์ไหน ดิสนีย์ก็เตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ครบครัน:
- เตียงขนาด Queen Size นุ่มฟู (สำหรับห้องระดับ Deluxe ขึ้นไป)
- ห้องน้ำแบบแยกสัดส่วน (Split Bathroom) ช่วยให้ใช้งานพร้อมกันได้สะดวก (มีในห้องพักส่วนใหญ่)
- บริการ Room Service ส่งตรงถึงห้องตลอด 24 ชั่วโมง!
- พอร์ตชาร์จไฟครบทั้ง USB-A และ USB-C, ทีวี, ตู้เซฟ และกระจกแต่งตัวบานเต็ม
💡 Editor’s Trick (ทริคจากคนเคยไป): > พื้นที่ในห้องพักบนเรือสำราญจะค่อนข้างกะทัดรัด (Compact) แนะนำให้ จัดเสื้อผ้าใส่ถุง Ziplock แยกเป็นเซ็ตรายวันหรือแยกตามรายบุคคล จะช่วยประหยัดพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าได้มหาศาล! นอกจากนี้ เตียงบนเรือถูกออกแบบมาให้ยกสูง สามารถสอดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เก็บไว้ใต้เตียงได้เลย เพื่อไม่ให้เกะกะทางเดิน เพราะเมื่อถึงเวลานอน หากต้องกางโซฟาเบดออกมา พื้นที่เดินในห้องจะแคบลงพอสมควรครับ
📌 ในตอนต่อไป: ได้เวลามาคุยเรื่องตัวเลขกันแล้ว! ทริปในฝันแบบนี้จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่? จองตอนไหนถึงจะคุ้มที่สุด? อะไรฟรี อะไรต้องจ่ายเพิ่ม? รอติดตาม [Disney Adventure Series] EP. 3: เจาะลึกราคาตั๋วเรือ (Pricing Structure) ได้เลยครับ!
พร้อมที่จะไปเปิดประตูห้องพักบนเรือในฝันหรือยัง? สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ประเมินราคา และจองทริปของคุณได้แล้ววันนี้ที่ HaboCruise.com | LINE: @habo

