
Norwegian Prima
Overview
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
- พื้นที่ต่อผู้โดยสารสูงสุด (Highest Space Ratio): Norwegian Prima ได้รับการออกแบบให้มีสัดส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสารและพื้นที่ดาดฟ้าเปิดโล่ง (Outdoor Deck Space) มากที่สุดเมื่อเทียบกับเรือใหม่ในหมวดหมู่ Contemporary และ Premium 2
- Ocean Boulevard: การปฏิวัติแนวคิด Promenade Deck แบบเดิม ให้กลายเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ขนาด 44,000 ตารางฟุต ที่โอบล้อมรอบตัวเรือ ผู้โดยสารสามารถเดินเล่น ทานอาหาร และว่ายน้ำในสระ Infinity Pools ที่ขอบสระเชื่อมต่อกับเส้นขอบฟ้าได้ 2
- Indulge Food Hall: การนำเสนอศูนย์อาหารระดับพรีเมียม (Upscale Open-air Marketplace) แห่งแรกของแบรนด์ ที่รวบรวมร้านอาหารหลากหลายสไตล์ไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์เทรนด์การรับประทานอาหารที่เน้นความรวดเร็วแต่คุณภาพสูง 4
- Prima Speedway: สนามแข่งรถโกคาร์ท (Go-Kart) ที่ใหญ่และยาวที่สุดในทะเล ทอดตัวผ่าน 3 ชั้นดาดฟ้า (Decks) ด้วยความยาว 420 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของความบันเทิงที่ล้ำสมัย 6
- The Drop: สไลเดอร์แห้งแบบ Freefall แห่งแรกในโลกบนเรือสำราญ ที่มีความสูง 10 ชั้น และสร้างแรง G-force ได้สูงกว่ารถแข่ง F1
- งานศิลปะบนตัวเรือ (Hull Art): ออกแบบโดย Manuel Di Rita (Peeta) ศิลปินชาวอิตาลี ที่สร้างสรรค์ลวดลายกราฟฟิตี้ 3 มิติ ที่ขยายขึ้นไปถึงโครงสร้างส่วนบนของเรือ (Superstructure) เป็นครั้งแรก 1
ข้อมูลตัวเรือ (Specification)
โครงการสร้างเรือ Norwegian Prima เริ่มต้นขึ้นภายใต้ชื่อรหัส “Project Leonardo” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเรือที่มีขนาดเล็กกว่าเรือในตระกูล Breakaway Plus Class (เช่น Norwegian Encore หรือ Bliss) เล็กน้อย เพื่อความคล่องตัวในการเข้าจอดเทียบท่าในเมืองท่าที่มีข้อจำกัด และเพื่อสร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น 1
ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในเชิงวิศวกรรมและการผลิตคือ การที่ NCL ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจากอู่ต่อเรือ Meyer Werft ในเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ต่อเรือให้ NCL มาอย่างยาวนาน มาเป็น Fincantieri ในเมือง Marghera ประเทศอิตาลี 1 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อดีไซน์ของเรือที่มีความโฉบเฉี่ยวแบบอิตาเลียน (Italian Design) มากขึ้น โดยเฉพาะส่วนหัวเรือที่ตั้งตรง (Vertical Bow) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอุทกพลศาสตร์ (Hydrodynamics) ในการตัดคลื่น และเพิ่มความเสถียรให้กับตัวเรือ
- สิงหาคม 2021: เรือทำพิธีลอยลำ (Float out) ออกจากอู่แห้งที่ Fincantieri ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่บ่งบอกว่าโครงสร้างภายนอกเสร็จสมบูรณ์ 2
- สิงหาคม 2022: เรือเริ่มออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์ (Maiden Voyage) และเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการ 4
ผู้ออกแบบ: การออกแบบภายในและภายนอกได้รับความร่วมมือจากดีไซเนอร์ระดับโลกหลายราย รวมถึง Piero Lissoni, Rockwell Group, SMC Design, Tillberg Design of Sweden และ Studio Dado ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่หรูหราและร่วมสมัย
Norwegian Prima จัดเป็นเรือขนาดใหญ่ (Large Cruise Ship) แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม Mega Ship ซึ่งทำให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่และการบริการได้ทั่วถึงกว่า ข้อมูลจำเพาะโดยละเอียดมีดังนี้:
- ระดับชั้นเรือ (Class): Prima Class
- ระวางขับน้ำรวม (Gross Tonnage): 143,535 GT
- ความยาว (Length): 299.0 เมตร (981 ฟุต)
- ความกว้าง (Beam): 40.5 เมตร (Waterline) / 51.0 เมตร (Max)
- ระดับกินน้ำลึก (Draught): 8.7 เมตร
- จำนวนชั้นดาดฟ้า (Decks): 20 ชั้น
- ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): 3,099 คน (Double Occupancy)
Accommodation
Norwegian Prima นำเสนอห้องพักที่มีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในอุตสาหกรรม โดยเน้นการออกแบบที่ทันสมัย โทนสีสว่าง และฟังก์ชันการใช้งานที่ชาญฉลาด ขนาดห้องโดยเฉลี่ยของเรือลำนี้ถือว่ากว้างขวางกว่ามาตรฐานของ NCL เดิม
ห้องไม่มีหน้าต่าง (Inside Staterooms) & Studio
ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นทำกิจกรรมนอกห้อง
- ขนาดเฉลี่ย: 15-24 ตร.ม.
- Studio (T1): ห้องขนาดเล็ก (~9 ตร.ม.) สำหรับผู้เดินทางคนเดียวโดยเฉพาะ มี Studio Lounge ส่วนตัวให้สังสรรค์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ NCL ที่ช่วยให้คนโสดไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมห้องพักเพิ่ม (Single Supplement)
| รหัส (Code) | รายละเอียด | หมายเหตุ |
| I4 | Family Inside | พักได้สูงสุด 4 คน 17 |
| IA, IB, IF | Standard Inside | แบ่งตามตำแหน่งบนเรือ 17 |
| T1 | Studio | โซนส่วนตัวสำหรับ Solo Traveler 17 |
ห้องโอเชียนวิว (Oceanview Staterooms)
ห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ (เปิดไม่ได้) เพื่อรับแสงธรรมชาติ
- ขนาดเฉลี่ย: 17-34 ตร.ม.
จุดเด่น: ห้อง Category OA จะมีหน้าต่างวงกลมขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์
| รหัส (Code) | รายละเอียด | ขนาด (ตร.ม.) |
| O4 | Family Oceanview | ~22-34 ตร.ม. กว้างขวางสำหรับครอบครัว 12 |
| OA | Large Oceanview | ~22 ตร.ม. หน้าต่างกลมใหญ่ 25 |
| OB | Standard Oceanview | ~17 ตร.ม. 12 |
| OT | Solo Oceanview | สำหรับผู้เดินทางคนเดียว 25 |
| OX | Sail Away Oceanview | ราคาประหยัด แบบสุ่มห้อง 25 |
ห้องระเบียง (Balcony Staterooms)
ห้องยอดนิยมที่สุดบนเรือ มีประตูกระจกบานใหญ่เต็มบาน (Floor-to-ceiling)
- ขนาดเฉลี่ย: 21-34 ตร.ม. (รวมระเบียง)
- ขนาดระเบียง: 4-9 ตร.ม.
- สิ่งอำนวยความสะดวก: โต๊ะเครื่องแป้ง, โซฟา, ตู้เย็นมินิบาร์, ไดร์เป่าผม, ตู้เซฟ
| รหัส (Code) | รายละเอียด | หมายเหตุ |
| B1 | Aft-Facing Balcony | ระเบียงท้ายเรือ ขนาดใหญ่พิเศษ (~9 ตร.ม.) วิวสวย 12 |
| B4 | Family Balcony | พักได้ 4 คน (มีเตียงเสริม) |
| BA, BB, BF | Standard Balcony | แบ่งตามตำแหน่ง (Mid, Forward, Aft) และชั้นดาดฟ้า 12 |
| BT | Solo Balcony | ออกแบบสำหรับผู้เดินทางคนเดียวโดยเฉพาะ (New Concept) 24 |
| BX | Sail Away Balcony | ราคาประหยัด แบบสุ่มห้อง (Guarantee) 17 |
คลับระเบียงสวีท (Club Balcony Suites)
เดิมคือ Mini-Suite เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่กว่า Balcony ปกติเล็กน้อย และห้องน้ำมีความหรูหรากว่า 20
สิทธิพิเศษ (Club Balcony Perks):
- จองร้านอาหารและความบันเทิงล่วงหน้าได้ (Pre-book privileges)
- บริการซักรีดฟรี 1 ถุง (Valet Laundry)
- สปาร์คกลิ้งไวน์ต้อนรับ 1 ขวด
- ขนม (Treats) เสิร์ฟในห้อง 2 ครั้งต่อทริป
| รหัส (Code) | ชื่อประเภท | ขนาดห้อง (ตร.ม.) | รายละเอียด |
| M2 | Forward-Facing Club Balcony | ~21-26 ตร.ม. (+ระเบียง) | อยู่หัวเรือ ระเบียงกว้างพิเศษในบางห้อง 22 |
| M4 | Family Club Balcony | ~23-27 ตร.ม. | มีเตียงโซฟาสำหรับเด็ก ใกล้พื้นที่กิจกรรม 12 |
| MA, MB | Club Balcony Suite | ~22-25 ตร.ม. | ห้องมาตรฐาน พื้นที่ใช้สอยมากกว่า Balcony ปกติเล็กน้อย 12 |
| MX | Sail Away Club Balcony | ~22 ตร.ม. | ห้องราคาประหยัดแบบระบุโซนไม่ได้ (Guarantee) 17 |
Suites (ห้องสวีทนอกเขต The Haven)
สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง แต่ไม่ต้องการบริการเต็มรูปแบบของ The Haven ห้องกลุ่มนี้จะไม่มีสิทธิ์เข้าใช้โซน The Haven
| รหัส (Code) | ชื่อประเภท | ขนาด (ตร.ม.) | รายละเอียด |
| SL, SK, SJ | Forward/Family Suite | ~40-60 ตร.ม. | ห้องสวีทขนาดใหญ่ บางห้องอยู่หัวเรือ (Forward-facing) ได้วิวเดียวกับสะพานเดินเรือ 17 |
| SH, SI | Aft-Facing Suite | ~30-40 ตร.ม. | ห้องสวีทท้ายเรือ ระเบียงกว้าง ชมวิวคลื่นท้ายเรือ 17 |
The Haven (เดอะ เฮเว่น): อาณาจักรส่วนตัวเหนือระดับ
คอนเซปต์: “Ship-within-a-ship” หรือรีสอร์ทส่วนตัวซ้อนอยู่ในเรือสำราญ สำหรับ Prima นั้น The Haven ได้ถูกย้ายตำแหน่งไปไว้ที่ ท้ายเรือ (Aft) เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเดิมที่มักจะอยู่ส่วนหัวเรือ การย้ายตำแหน่งนี้ทำให้แขกของ The Haven สามารถสัมผัสวิวทะเลแบบเปิดกว้างโดยไม่มีกระจกบังลมขนาดใหญ่มาบดบังเหมือนส่วนหัวเรือ และยังใกล้ชิดกับเส้นทางน้ำที่เรือแล่นผ่าน 3
สิทธิพิเศษ (The Haven Privileges) 13:
- บริการ: Butler และ Concierge ส่วนตัว 24 ชั่วโมง (Escort ขึ้น-ลงเรือ)
- พื้นที่ส่วนตัว: สระว่ายน้ำ Infinity Pool ส่วนตัว, Sundeck ขนาดใหญ่, ห้องอาหาร The Haven Restaurant, และ The Haven Lounge & Bar
- สิ่งอำนวยความสะดวก: ลิฟต์ส่วนตัวสำหรับขึ้นตรงสู่ The Haven
| รหัส (Code) | ชื่อประเภท (Category Name) | ขนาดห้องโดยประมาณ (ตร.ม.) | รายละเอียดและสิ่งอำนวยความสะดวก |
| H2 | Premier Owner’s Suite | ~195 ตร.ม. (รวมระเบียง) | ห้องที่หรูหราที่สุด ระเบียงโค้งโอบล้อม (Wraparound) พร้อมจากุซซี่ พักได้สูงสุด 8 คน มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 12 |
| H3 | Deluxe Owner’s Suite | ~150-160 ตร.ม. | ห้องสวีทขนาดใหญ่ พร้อมห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน และระเบียงกว้าง 16 |
| H4 | Aft-Facing Owner’s Suite | ~80-100 ตร.ม. | ตั้งอยู่ท้ายเรือ วิวพาโนรามา มีห้องนอน Master และจากุซซี่ที่ระเบียง 14 |
| H5, H6 | 2-Bedroom Family Villa | ~55-60 ตร.ม. | เหมาะสำหรับครอบครัว มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตกแต่งหรูหรา 17 |
| HA, HB | Aft-Facing Penthouse | ~40-55 ตร.ม. | เพนท์เฮาส์ท้ายเรือ ห้องน้ำหรูพร้อมฝักบัว Jetted Shower 15 |
| HE | Penthouse with Balcony | ~34-39 ตร.ม. | ห้องเริ่มต้นของ The Haven แต่ยังคงได้รับสิทธิพิเศษครบครัน 17 |
Dining Experience
NCL เป็นผู้บุกเบิกแนวคิด “Freestyle Dining” (ทานที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ โดยไม่ต้องจองโต๊ะประจำ) บน Norwegian Prima แนวคิดนี้ถูกพัฒนาไปสู่ความหรูหราและความหลากหลายที่มากขึ้น โดยมีร้านอาหารทั้งแบบรวมในค่าตั๋วและแบบพิเศษรวมกว่า 20 แห่ง
4.1 ร้านอาหารที่รวมในค่าตั๋ว (Complimentary Dining)
ให้บริการฟรีสำหรับผู้โดยสารทุกคน 26
- Hudson’s (Deck 7): ห้องอาหารหลัก (Main Dining Room) ที่สวยงามที่สุดของเรือ ด้วยกระจกโค้งบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานรอบทิศทาง เปิดรับวิวทะเล 270 องศาขณะรับประทานอาหาร เสิร์ฟอาหารนานาชาติแบบ Course Menu
- The Commodore Room (Deck 6): ห้องอาหารหลักแห่งที่สอง ตกแต่งในสไตล์คลาสสิก อบอุ่น และเป็นทางการมากกว่า Hudson’s เมนูอาหารคล้ายคลึงกัน
- Indulge Food Hall (Deck 8): (ไฮไลท์) นี่คือ Game Changer ของวงการอาหารบนเรือสำราญ เป็นศูนย์อาหารแบบ Open-air marketplace ที่รวบรวมร้านย่อยๆ 11 ร้านไว้ในที่เดียว ผู้โดยสารสามารถสั่งอาหารผ่าน iPad ที่โต๊ะ และพนักงานจะนำมาเสิร์ฟ รวดเร็วและหลากหลาย เมนูรวมถึง:
- Q Texas Smokehouse: บาร์บีคิวสไตล์เท็กซัส
- The Latin Quarter: อาหารละติน
- Nudls: ก๋วยเตี๋ยวและพาสต้าจากทั่วโลก
- Tamara: อาหารอินเดีย (ได้รับคำชมมากในเรื่องรสชาติ) 28
- Tapas Truck: อาหารว่างสไตล์สเปน
- Surfside Café & Grill (Deck 17): ห้องอาหารบุฟเฟต์หลัก ให้บริการอาหารเช้า กลางวัน เย็น มีโซนที่นั่งทั้งในห้องแอร์และริมสระน้ำ
- The Local Bar & Grill (Deck 8): ร้านอาหารสไตล์ Pub & Sport Bar เปิด 24 ชั่วโมง เสิร์ฟอาหาร Comfort Food เช่น ปีกไก่ เบอร์เกอร์ และ Fish & Chips 26
4.2 ร้านอาหารพิเศษ (Specialty Dining)
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Cover Charge หรือ A la carte) หรือใช้สิทธิ์แพ็คเกจ Free at Sea 26
- Palomar (Deck 17): ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนแห่งแรกของ NCL เน้นอาหารทะเลสดใหม่ (Seafood) ปลาทั้งตัว และวัตถุดิบระดับพรีเมียม ในบรรยากาศหรูหรา
- Hasuki (Deck 7): ร้านเทปันยากิ (Teppanyaki) ที่เชฟปรุงอาหารบนกระทะเหล็กต่อหน้า พร้อมลีลาการแสดงที่สนุกสนาน
- Nama (Deck 7): ซูชิบาร์ที่เสิร์ฟซาชิมิและโรลเกรดพรีเมียม
- Onda by Scarpetta (Deck 8): ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังจากนิวยอร์ก (Scarpetta) โดดเด่นด้วยพาสต้าเส้นสดและซอสสูตรเฉพาะ บรรยากาศโรแมนติกและทันสมัย 30
- Cagney’s Steakhouse (Deck 6): สเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันคลาสสิก เสิร์ฟเนื้อ Angus Beef และ Truffle Fries ที่เป็นเมนูยอดนิยม
- Le Bistro (Deck 7): อาหารฝรั่งเศสสุดหรู ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าคริสตัล ให้บรรยากาศปารีส
- Los Lobos (Deck 8): ร้านอาหารเม็กซิกันระดับพรีเมียม ที่ยกระดับจากอาหาร Street Food สู่ Fine Dining พร้อมกัวคาโมเล่ทำสดที่โต๊ะ 30
- Food Republic (Deck 17): อาหารฟิวชั่นเอเชีย-ละติน-เมดิเตอร์เรเนียน ในรูปแบบจานเล็ก (Small Plates) สำหรับแชร์กัน สั่งผ่านจอสัมผัส
Insight เชิงลึกด้านอาหาร: จากรีวิวของผู้ใช้จริง พบว่าคุณภาพอาหารที่ Indulge Food Hall มีความโดดเด่นมากและดีกว่าบุฟเฟต์ทั่วไป จนทำให้ผู้โดยสารหลายคนเลือกทานที่นี่เป็นหลัก ในขณะที่ร้าน Los Lobos และ Onda ได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงที่สุดในกลุ่มร้านอาหารพิเศษ อย่างไรก็ตาม บางรีวิวระบุว่าร้านอาหารพิเศษมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและโต๊ะเต็มเร็ว จึงควรจองล่วงหน้า
Entertainment & Activities
Norwegian Prima ได้รับการออกแบบให้เป็น “Floating Resort” ที่มีกิจกรรมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ผู้ที่รักความสงบไปจนถึงผู้ที่ชอบความตื่นเต้นท้าทาย
5.1 ความบันเทิงและกิจกรรมแอดเวนเจอร์ (Thrills & Entertainment)
- Prima Speedway: สนามแข่งรถโกคาร์ท 3 ชั้นแห่งแรกในทะเล (The first three-level racetrack at sea)
- ความยาว: 420 เมตร (ยาวกว่าสนามบนเรือ Norwegian Encore ถึง 22%) 6
- ความเร็ว: สูงสุดประมาณ 50 กม./ชม. (30 mph)
- ดีไซน์: เส้นทางขับวนรอบปล่องเรือ (Funnel) และมีทางโค้งถึง 14 โค้ง
- ค่าใช้จ่าย: ประมาณ $15 ต่อรอบ หรือ $199 สำหรับตั๋วเหมาไม่จำกัดตลอดทริป (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง) 31
- The Drop: สไลเดอร์แห้งแบบทิ้งดิ่ง (Freefall Dry Slide) สูง 10 ชั้น แห่งแรกในโลกบนเรือสำราญ ผู้เล่นจะยืนบนแท่นก่อนที่พื้นจะเปิดออก ให้ความรู้สึกถึงแรง G-force ที่สูงกว่ารถ F1 ในจังหวะออกตัว 8
- The Rush: สไลเดอร์แห้งคู่ (Dueling Slides) ที่ให้ผู้เล่นแข่งความเร็วกันลงมาจากชั้น 18 สู่ชั้น 8
- Galaxy Pavilion: สวนสนุก VR (Virtual Reality) ในร่มที่ทันสมัยที่สุด มีเครื่องเล่น Simulator กว่า 14 ชนิด เช่น Escape Rooms, Topgolf Swing Suite และเครื่องจำลองการขับรถแข่ง
- ค่าใช้จ่าย: มีทั้งแบบจ่ายต่อเกม ($9) และเหมารายวัน ($28-$45) 33
- Prima Theater & Club: โรงละครอเนกประสงค์ 3 ชั้น ที่สามารถปรับเปลี่ยนจากโรงละครที่นั่งปกติ ให้กลายเป็นไนท์คลับขนาดใหญ่โดยการเก็บเก้าอี้ (Retractable seating) เพื่อเปิดเป็น Floor เต้นรำ รองรับโชว์ระดับบรอดเวย์ เช่น Summer: The Donna Summer Musical และปาร์ตี้ดึกดื่น 34
5.2 การพักผ่อนและพื้นที่ส่วนกลาง (Relaxation & Wellness)
- Ocean Boulevard (Deck 8): หัวใจสำคัญของ Prima คือพื้นที่ดาดฟ้า promenade กว้างขวางที่โอบล้อมเรือ มีสระว่ายน้ำ Infinity Beach สองฝั่งซ้ายขวา ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับทะเล และสะพานกระจก Oceanwalk ที่มองเห็นทะเลเบื้องล่าง
- Mandara Spa & Salon: สปาระดับเวิลด์คลาส ที่มีไฮไลท์คือ น้ำตกในร่มสูง 2 ชั้น (Two-story waterfall) แห่งแรกบนเรือสำราญ พร้อมสระ Vitality Pool, ห้องซาวน่าถ่าน (Charcoal Sauna), ห้องเกลือ และห้องหิมะ (Ice Room) เพื่อการฟื้นฟูร่างกาย 3
- Vibe Beach Club: โซนอาบแดดและบาร์ส่วนตัวสำหรับผู้ใหญ่ (Adults-only) บนชั้นบนสุด ให้ความสงบและเป็นส่วนตัว (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
- Main Pool Deck (Deck 17): สระว่ายน้ำหลักพร้อมสไลเดอร์น้ำ (Water Slide) ชื่อ The Wave ที่ผู้เล่นจะนั่งห่วงยางไหลลงมาสู่ชามขนาดยักษ์
5.3 กิจกรรมสำหรับครอบครัว (Family & Kids)
- Splash Academy: ศูนย์กิจกรรมสำหรับเด็กที่มีการแบ่งกลุ่มตามอายุ พร้อมพี่เลี้ยงดูแล
- Kids’ Aqua Park: สวนน้ำสำหรับเด็กเล็ก พร้อมเครื่องเล่นพ่นน้ำและสไลเดอร์ขนาดเล็ก
Tee Time: สนามมินิกอล์ฟอินเทอร์แอคทีฟ (Interactive Tech-Mini Golf) แห่งแรกในทะเล ที่ใช้เทคโนโลยีในการนับคะแนนและสร้างความสนุกสนาน
Conclusion
Norwegian Prima เป็นเรือที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ NCL และอุตสาหกรรมเรือสำราญในกลุ่ม Contemporary ด้วยการผสานความหรูหราแบบ Boutique Hotel เข้ากับความสนุกสนานของเรือสำราญขนาดใหญ่ จุดแข็งที่สุดของเรือลำนี้คือ การออกแบบที่เน้นการเชื่อมต่อกับทะเล ผ่าน Ocean Boulevard และ Indulge Food Hall ซึ่งแก้ไขจุดอ่อนของเรือสำราญยุคเก่าที่มักจะปิดทึบ