image

Odyssey of the Seas

Overview

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

นวัตกรรมจุดชมวิวเหนือระดับ: The North Star®

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดทางสถาปัตยกรรมภายนอกของเรือคือ North Star® ซึ่งเป็นกระเช้าลอยฟ้าทรงแคปซูลแก้วรูปอัญมณี ที่ติดตั้งอยู่บนแขนกลไฮดรอลิกบริเวณดาดฟ้าเรือ นวัตกรรมนี้ได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดบนเรือสำราญ โดยสามารถยกตัวผู้โดยสารขึ้นสู่ความสูงกว่า 300 ฟุต (ประมาณ 91 เมตร) เหนือระดับน้ำทะเล และสามารถหมุนได้รอบทิศทาง 360 องศา 1 การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้โดยสารได้สัมผัสทัศนียภาพของท้องทะเลและเมืองท่าในมุมมองแบบ Bird’s-eye view ซึ่งหาไม่ได้จากการยืนชมวิวบนดาดฟ้าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรือล่องผ่านสถานที่ที่มีความงดงามทางธรรมชาติสูง เช่น ธารน้ำแข็งในอลาสก้า หรืออ่าวซิดนีย์ฮาร์เบอร์

1.2 การปฏิวัติพื้นที่ความบันเทิง: Two70® และ Vistarama™

พื้นที่บริเวณท้ายเรือซึ่งมักจะเป็นห้องอาหารในเรือยุคเก่า ได้ถูกเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็น Two70® พื้นที่อเนกประสงค์ที่มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทะเล ในช่วงเวลากลางวัน พื้นที่นี้ทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ (Living Room) ที่เปิดรับแสงธรรมชาติผ่านผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน (Floor-to-ceiling windows) ที่มีความสูงเทียบเท่าตึก 2 ชั้นครึ่ง เปิดมุมมองกว้าง 270 องศา

อย่างไรก็ตาม ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงเกิดขึ้นในยามค่ำคืน เมื่อเทคโนโลยี Vistarama™ เข้ามามีบทบาท โดยเปลี่ยนผนังกระจกใสเหล่านั้นให้กลายเป็นฉากรับภาพความละเอียดสูงระดับ 12K ที่มีความกว้างกว่า 100 ฟุต ผสมผสานกับการทำงานของ Roboscreens® ซึ่งเป็นจอภาพ LED จำนวน 6 จอที่ติดตั้งบนแขนกลหุ่นยนต์ สามารถเคลื่อนไหว บิดหมุน และประกอบร่างเป็นภาพต่างๆ ได้อย่างอิสระ สอดประสานกับการแสดงกายกรรม แสง สี และเสียง สร้างประสบการณ์ความบันเทิงแบบ Immersive ที่ผู้ชมจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกของการแสดงนั้นจริงๆ

1.3 พื้นที่กิจกรรมในร่มอเนกประสงค์: SeaPlex®

เพื่อตอบโจทย์สภาพอากาศที่แปรปรวนในเส้นทางเดินเรือต่างๆ Royal Caribbean ได้สร้างสรรค์ SeaPlex® ซึ่งเป็นพื้นที่กิจกรรมในร่มที่ใหญ่ที่สุดในท้องทะเล (Largest Indoor Active Space at Sea) 7 ความโดดเด่นของ SeaPlex คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งาน (Transformative Space) ได้อย่างหลากหลาย ในช่วงเวลาหนึ่งอาจเป็นสนามบาสเกตบอลขนาดมาตรฐาน แต่สามารถเปลี่ยนเป็นลานสเก็ตโรลเลอร์ หรือโรงเรียนสอนศิลปะการแสดงละครสัตว์ (Trapeze School) ได้ในเวลาต่อมา และที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญคือการเป็นลาน รถบั๊ม (Bumper Cars) แห่งแรกในโลกบนเรือสำราญ ซึ่งเป็นการนำความสนุกจากสวนสนุกบนบกมาไว้กลางมหาสมุทรได้อย่างลงตัว

1.4 ประสบการณ์ไร้แรงโน้มถ่วง: RipCord® by iFLY®

สำหรับผู้ที่แสวงหาความตื่นเต้น Odyssey of the Seas ได้ติดตั้งเครื่องจำลองการดิ่งพสุธา (Skydiving Simulator) ไว้บนดาดฟ้าเรือในชื่อ RipCord® by iFLY® เทคโนโลยีอุโมงค์ลมแนวตั้งนี้ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสประสบการณ์การลอยตัวในอากาศได้เสมือนการกระโดดร่มจริง ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย นับเป็นครั้งแรกที่กิจกรรมผาดโผนระดับนี้ถูกนำมาให้บริการบนเรือสำราญ

1.5 เทคโนโลยีเพื่อการพักผ่อน: Virtual Balcony

ในแง่ของการออกแบบห้องพัก เรือลำนี้ได้แก้ไขจุดอ่อนของ “ห้องไม่มีหน้าต่าง” (Inside Stateroom) ด้วยการนำเทคโนโลยี Virtual Balcony มาใช้ โดยติดตั้งจอความละเอียดสูงขนาด 80 นิ้ว จรดพื้นถึงเพดาน เพื่อฉายภาพสด (Real-time footage) จากกล้องที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวเรือ พร้อมระบบเสียงบรรยากาศจริง ทำให้ผู้อยู่ในห้องรู้สึกเหมือนมีระเบียงส่วนตัวและสามารถมองเห็นสภาพอากาศภายนอกได้จริง ซึ่งช่วยลดความรู้สึกอึดอัดและอาการเมาเรือได้เป็นอย่างดี 

ข้อมูลตัวเรือ (Specification)

  • ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 168,666 ตัน (GT)
  • ความยาว (Length): 348 เมตร (1,141 ฟุต)
  • ความกว้าง (Beam): 41.2 เมตร (แนวน้ำ) / 48.9 เมตร (กว้างสุด)
  • ระดับกินน้ำลึก (Draft): 8.5 เมตร (28 ฟุต)
  • ความเร็วเดินทาง (Cruising Speed): 22 นอต (ประมาณ 40.7 กม./ชม.)
  • จำนวนชั้น (Decks): 16 ชั้น (สำหรับผู้โดยสาร 14 ชั้น)
  • จำนวนห้องพัก (Staterooms): 2,091 ห้อง
  • ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): 4,180 คน (พักคู่) / 4,905 คน (สูงสุด)
  • ระบบขับเคลื่อน (Propulsion): Diesel-electric / Azipod XO thrusters
  • ลูกเรือ (Crew): ประมาณ 1,500 คน
  • สัญชาติเรือ (Registry): บาฮามาส (Bahamas)

Accommodation

Odyssey of the Seas มีห้องพักรวม 2,137 ห้อง ที่ได้รับการออกแบบตกแต่งในสไตล์ “Modern Luxury” ผสมผสานความอบอุ่นและความทันสมัย การจัดแบ่งประเภทห้องพักมีความซับซ้อนเพื่อให้ตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม โดยมีขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)

ไม่ว่าจะเป็นห้องพักประเภทใด ผู้โดยสารจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานดังนี้:

  • เตียงนอน Royal King Bed (ขนาดกว้าง 72.5 นิ้ว x ยาว 82 นิ้ว) ที่สามารถแยกเป็นเตียงเดี่ยว 2 เตียงได้
  • ระบบทีวี Interactive จอแบน
  • โทรศัพท์, ตู้นิรภัย (Safe), เครื่องเป่าผม
  • ตู้เย็นมินิบาร์ (Mini-cooler)
  • ช่องเสียบ USB และปลั๊กไฟ (US/European sockets) – แนะนำให้พก Universal Adapter
  • ห้องน้ำส่วนตัว

Inside Staterooms (ห้องพักภายในตัวเรือ)

ห้องพักกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นทำกิจกรรมนอกห้องพัก หรือต้องการความมืดสนิทสำหรับการพักผ่อน

ห้องพักแบบไม่มีหน้าต่าง (Inside Stateroom)

  • Category Code & รายละเอียด:
  • ขนาดห้องเฉลี่ย: ประมาณ 15.4 – 17.3 ตารางเมตร (166 – 187 ตารางฟุต)
  • รายละเอียดหมวดหมู่และรหัส (Categories & Codes):
Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1U, 2U, 3U, 4UInterior with Virtual Balconyห้องพักมาตรฐานพร้อมระเบียงเสมือนจริง (เลขน้อยมักอยู่ชั้นบนหรือตำแหน่งดีกว่า)
2WStudio Interiorห้องพักสำหรับผู้เดินทางคนเดียว (Solo Traveler) ขนาดเล็กกว่า (ประมาณ 9.4 ตร.ม. / 101 sq. ft.) พร้อม Virtual Balcony ไม่มีค่าธรรมเนียมพักเดี่ยว (Single Supplement)
ZIInterior Guaranteeตั๋วราคาโปรโมชั่นที่ระบุเพียงประเภทห้อง แต่ไม่สามารถเลือกเลขห้องหรือชั้นได้ (ทางเรือจะสุ่มให้)

Oceanview Staterooms (ห้องพักวิวทะเล)

ห้องพักที่มาพร้อมหน้าต่างเพื่อให้คุณชมวิวทะเลและท้องฟ้าได้ประมาณนึง

ห้องพักที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ (Porthole หรือ Picture Window) เพื่อรับแสงธรรมชาติและชมวิวทะเล แต่ไม่สามารถเปิดออกได้ มักตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นล่างหรือบริเวณหัวเรือ/ท้ายเรือ

  • ขนาดเฉลี่ย: 17.0 – 19.9 ตารางเมตร (182 – 214 ตารางฟุต)
Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1N, 2NOcean Viewห้องพักวิวทะเลมาตรฐาน หน้าต่างบานใหญ่
3M, 4MLarge Ocean Viewห้องพักวิวทะเลที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานเล็กน้อย มักอยู่บริเวณหัวเรือหรือท้ายเรือ
YOOcean View Guaranteeตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Ocean View แต่ไม่ระบุเลขห้อง

Balcony Staterooms (ห้องพักพร้อมระเบียง)

เป็นประเภทห้องพักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีระเบียงส่วนตัวสำหรับรับลมทะเล

  • ขนาดเฉลี่ย:
    • พื้นที่ภายในห้อง: 16.4 – 18.4 ตารางเมตร (177 – 198 ตารางฟุต)
    • พื้นที่ระเบียง: 5.1 – 11.0 ตารางเมตร (55 – 119 ตารางฟุต)
  • สิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม: โซฟา (บางห้องเป็น Sofa Bed), โต๊ะและเก้าอี้บริเวณระเบียง
Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1D, 2D, 3D, 4DOcean View Balconyห้องระเบียงมาตรฐาน วิวทะเลปกติ (เลขน้อยตำแหน่งดีกว่า)
1C, 2COcean View Balcony (Large Balcony)ห้องพักที่มีขนาดระเบียงใหญ่พิเศษ (ประมาณ 6-10 ตร.ม.)
1E, 2EObstructed Ocean View Balconyห้องระเบียงที่มีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนียภาพ (เช่น เรือชูชีพ) ราคาจะประหยัดกว่า
2FStudio Balconyห้องระเบียงสำหรับพักเดี่ยว (Solo) ขนาดห้อง 11 ตร.ม. + ระเบียง 5 ตร.ม.
XBBalcony Guaranteeตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Balcony แต่ไม่ระบุเลขห้อง

Suites (ห้องพักระดับพรีเมียม)

ห้องพักระดับสวีทบน Anthem of the Seas ไม่ได้เป็นเพียงห้องพักขนาดใหญ่ แต่ถูกจัดอยู่ในระบบ Royal Suite Class ซึ่งแบ่งระดับการบริการและสิทธิพิเศษออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ได้แก่ Sea Class, Sky Class และ Star Class เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ

Category Codeชื่อประเภทห้อง (Room Type)รายละเอียดเพิ่มเติม
1D, 2D, 3D, 4DOcean View Balconyห้องระเบียงมาตรฐาน วิวทะเลปกติ (เลขน้อยตำแหน่งดีกว่า)
1C, 2COcean View Balcony (Large Balcony)ห้องพักที่มีขนาดระเบียงใหญ่พิเศษ (ประมาณ 6-10 ตร.ม.)
1E, 2EObstructed Ocean View Balconyห้องระเบียงที่มีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนียภาพ (เช่น เรือชูชีพ) ราคาจะประหยัดกว่า
2FStudio Balconyห้องระเบียงสำหรับพักเดี่ยว (Solo) ขนาดห้อง 11 ตร.ม. + ระเบียง 5 ตร.ม.
XBBalcony Guaranteeตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Balcony แต่ไม่ระบุเลขห้อง

สิทธิพิเศษระดับ Royal Suite Benefit ผู้เข้าพักจะได้รับบริการที่เหนือระดับ (Exclusivity) ดังนี้:

ระบบห้องสวีทบนเรือตระกูล Quantum Class ถูกยกระดับให้มีความพิเศษเหนือกว่าเรือรุ่นก่อนๆ ภายใต้ชื่อ Royal Suite Class ซึ่งแบ่งระดับการบริการและสิทธิประโยชน์ออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ได้แก่ Sea Class, Sky Class, และ Star Class โดยแต่ละระดับจะได้รับสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

A. Star Class (ระดับสูงสุด: ความหรูหราไร้ขีดจำกัด)

เป็นระดับที่หรูหราที่สุด มอบประสบการณ์แบบ All-Inclusive และบริการส่วนตัวระดับ VVIP

  • ประเภทห้อง: Royal Loft Suite, Owner’s Loft Suite, Grand Loft Suite, Sky Loft Suite (บางห้อง) 3
  • ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
  • Royal Loft Suite (RL): ห้องสวีท 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 152 ตารางเมตร (1,660 sq. ft.) พร้อมระเบียงขนาดใหญ่  ตารางเมตร (620 sq. ft.)
  • Grand Loft Suite (GL): สวีท 2 ชั้น พื้นที่ประมาณ 65-78 ตร.ม.
  • สิทธิพิเศษ (Star Class Benefits): 
  • Royal Genie Service: ผู้ช่วยส่วนตัวระดับมืออาชีพที่ดูแลทุกความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่จองที่นั่งแถวหน้าในโชว์ ไปจนถึงวางแผนปาร์ตี้ส่วนตัว
  • Complimentary Gratuities: ฟรีค่าทิปพนักงานทั้งหมด
  • Unlimited Dining: รับประทานอาหารในร้านอาหารพิเศษ (Specialty Dining) ได้ฟรีทุกมื้อ
  • Beverage Package: ฟรีแพ็กเกจเครื่องดื่มระดับ Deluxe (รวมแอลกอฮอล์)
  • VOOM Internet: ฟรีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ Surf + Stream
  • สิทธิ์เข้าใช้ Coastal Kitchen (ร้านอาหารส่วนตัว) ได้ตลอดทั้งวัน
  • สิทธิ์เข้าใช้ Suite Lounge

B. Sky Class (ระดับพรีเมียม: ความสะดวกสบายเหนือระดับ)

เน้นบริการ Concierge และสิทธิพิเศษในการเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัว

  • ประเภทห้อง: Owner’s Suite, Grand Suite (1 & 2 Bedroom), Sky Loft Suite
  • ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
  • Grand Suite 1 Bedroom (GS): พื้นที่ประมาณ 32-35 ตร.ม. พร้อมระเบียง 10 ตร.ม.
  • สิทธิพิเศษ (Sky Class Benefits): 
  • บริการ Concierge Service ช่วยจัดการการจองต่างๆ
  • รับประทานอาหารที่ Coastal Kitchen ได้ตลอดทั้งวัน (เช้า, กลางวัน, เย็น)
  • ฟรีอินเทอร์เน็ต VOOM (1 รหัสต่อ 1 ผู้เข้าพัก)
  • สิทธิ์เข้าใช้ Suite Lounge (พร้อมบริการเครื่องดื่มและของว่างฟรีในช่วงเวลา Happy Hour)
  • Priority Boarding & Departure (ช่องทางพิเศษขึ้น-ลงเรือ)
  • ที่นั่งสำรองพิเศษในโรงละคร (Reserved Seating)

C. Sea Class (ระดับเริ่มต้น: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า)

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ห้องพักกว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้น

  • ประเภทห้อง: Junior Suite, Junior Suite with Large Balcony
  • Category Codes: J1, J3, J4 
  • ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
  • Junior Suite: พื้นที่ประมาณ 25 ตารางเมตร (267 sq. ft.) พร้อมระเบียง 7.5 ตารางเมตร (81 sq. ft.)
  • สิทธิพิเศษ (Sea Class Benefits): 
  • สิทธิ์รับประทานอาหารมื้อเย็นที่ Coastal Kitchen (ขึ้นอยู่กับที่ว่างและต้องจองล่วงหน้า)
  • ชุดเครื่องนอนและที่นอนเกรดพรีเมียม (Royal Caribbean Plush Bathrobes & Luxury Pillow Top Mattress)
  • ผลิตภัณฑ์อาบน้ำแบรนด์หรู (Luxury Bathroom Amenities – เช่น L’Occitane หรือ Gilchrist & Soames)
  • เครื่องชากาแฟ Lavazza ในห้องพัก

Dining Experience

4.1 ร้านอาหาร Complimentary (รวมในค่าตั๋ว)

คุณภาพและความหลากหลายของอาหารฟรีบน Odyssey of the Seas ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

  1. Main Dining Room (ห้องอาหารหลัก): ตั้งอยู่ท้ายเรือ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีความหรูหราโอ่อ่า ให้บริการอาหารแบบ A la carte สำหรับมื้อเช้าและมื้อเย็น เมนูมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยผสมผสานอาหารนานาชาติเข้ากับอาหารท้องถิ่นตามเส้นทางที่เรือผ่าน ผู้โดยสารสามารถเลือกรูปแบบการทานได้ทั้งแบบ “Traditional Dining” (ระบุเวลาและโต๊ะประจำ) หรือ “My Time Dining” (ยืดหยุ่นเวลาได้)
  2. Windjammer Café: เป็นบุฟเฟต์ขนาดใหญ่ที่ชั้น 14 มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รอบทิศทาง ให้บริการอาหารทุกมื้อ โซนอาหารแบ่งเป็นซุ้มต่างๆ เช่น เอเชีย, พาสต้า, ย่าง, สลัด และเบเกอรี่ จุดเด่นคือความรวดเร็วและความหลากหลาย
  3. Solarium Bistro: เป็น “Hidden Gem” หรืออัญมณีที่ซ่อนอยู่ ตั้งอยู่ในโซน Solarium ด้านหน้าเรือ ให้บริการอาหารแนวสุขภาพและเมดิเตอร์เรเนียน ในมื้อเช้าและกลางวันจะเป็นบุฟเฟต์ที่คนไม่พลุกพล่าน ส่วนมื้อเย็นต้องจองล่วงหน้า (ฟรี) แต่บรรยากาศจะโรแมนติกกว่า Windjammer มาก หมายเหตุ: บางเมนูพิเศษในมื้อเย็นอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อย เช่น ล็อบสเตอร์ แต่เมนูพื้นฐานฟรี 
  4. Café @ Two70: ตั้งอยู่ด้านท้ายเรือในโซน Two70 ให้บริการอาหารเช้าแบบเบาๆ (Continental) และมื้อกลางวันที่เน้นซุป สลัด และแซนด์วิชทำสด โดยเฉพาะเมนู “Kummelweck Roast Beef Sandwich” ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Royal Caribbean
  5. Sorrento’s Pizza & Café Promenade: ตั้งอยู่บน Royal Esplanade ให้บริการพิซซ่าอบใหม่และของว่างตลอด 24 ชั่วโมง หรือจนดึก เป็นจุดนัดพบยอดนิยม
  6. El Loco Fresh: ร้านอาหารเม็กซิกันแบบ Open-air ริมสระว่ายน้ำ ให้บริการทาโก้ เบอร์ริโต นาโช่ และซัลซ่าบาร์ เหมาะสำหรับมื้อด่วนขณะเล่นน้ำ

4.2 ร้านอาหาร Specialty (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์พิเศษ Odyssey of the Seas มีตัวเลือกที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพอาหารของ Royal Caribbean

  1. Giovanni’s Italian Kitchen & Wine Bar: เป็นการรีแบรนด์ใหม่จาก Giovanni’s Table เดิม โดยปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและอบอุ่นเหมือนครัวอิตาเลียนในบ้าน เน้นพิซซ่าแป้งบางกรอบและพาสต้าโฮมเมด พร้อมไวน์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างดี
  2. Teppanyaki: แยกออกมาเป็นร้านเฉพาะทาง (ต่างจากเรือบางลำที่รวมกับ Izumi) ให้บริการอาหารญี่ปุ่นแบบกระทะร้อนที่เชฟจะโชว์ลีลาการปรุงอาหารต่อหน้าผู้ทาน เป็นประสบการณ์ที่เน้นความสนุกสนานและรสชาติที่เข้มข้น
  3. Wonderland: ร้านอาหารแนว Molecular Gastronomy หรือ Imaginative Cuisine ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยาย Alice in Wonderland การตกแต่งและเมนูอาหารมีความแฟนตาซีสูง โดยเมนูจะแบ่งตามธาตุ (ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, น้ำแข็ง) การทานอาหารที่นี่เปรียบเสมือนการชมการแสดงทางศิลปะ
  4. Chops Grille: สเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันคลาสสิกที่เป็นสัญลักษณ์ของ Royal Caribbean เสิร์ฟเนื้อ Dry-aged คุณภาพสูงและอาหารทะเล 16
  5. Izumi: ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้บริการซูชิ ซาชิมิ และอาหารจานร้อน คิดราคาแบบ A la carte หรือ Prix fixe

Playmakers Sports Bar & Arcade: ตั้งอยู่ในโซน SeaPlex ให้บริการอาหารสไตล์ผับอเมริกัน เช่น เบอร์เกอร์ ปีกไก่ (Wings) และนาโช่ พร้อมเบียร์สด รูปแบบราคา: เป็นแบบ A la carte (จ่ายตามเมนู) แต่ผู้ที่มีแพ็คเกจอาหาร Unlimited Dining Package จะได้รับเครดิตค่าอาหาร $20 ต่อการเข้าใช้บริการ

Entertainment & Activities

Odyssey of the Seas ถูกออกแบบให้เป็น “เรือสำหรับทุกฤดูกาล” (Ship for All Seasons) ด้วยพื้นที่กิจกรรมในร่มจำนวนมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ได้แม้ในวันที่อากาศหนาวเย็นหรือฝนตก

 พื้นที่กิจกรรมไฮเทค (High-Tech Activity Zones)

Two70 (ทูเซเวนตี้)

พื้นที่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมของเรือตระกูล Quantum Class ตั้งอยู่ที่ท้ายเรือ ชั้น 5-6 ในเวลากลางวันเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีผนังกระจกสูงโปร่งเห็นวิวทะเล 270 องศา แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน เทคโนโลยี Vistarama จะเปลี่ยนกระจกเหล่านี้ให้กลายเป็นจอฉายภาพความละเอียด 12K ที่มีความกว้างกว่า 100 ฟุต ผสมผสานกับการทำงานของ Roboscreens (จอภาพติดแขนกลหุ่นยนต์ 6 ตัว) ที่เคลื่อนไหวประสานกับนักแสดงกายกรรมและดนตรี สร้างโชว์ที่มีมิติและตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งในทะเล

SeaPlex (ซีเพล็กซ์)

เป็นพื้นที่กิจกรรมในร่มที่ใหญ่ที่สุดในทะเล (Largest Indoor Active Space at Sea) ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง (Multi-functional space)

  • การใช้งาน: ในช่วงเวลาต่างๆ พื้นที่จะถูกปรับเปลี่ยนจากสนามบาสเก็ตบอล เป็นลานสเก็ต (Roller Skating), โรงเรียนสอนละครสัตว์ (Trapeze School), และไฮไลท์สำคัญคือ รถบั๊มพ์ (Bumper Cars)
  • Zone Gaming: ชั้นบนของ SeaPlex เป็นพื้นที่ของ Playmakers Sports Bar และโซนเกมตู้ (Arcade) รวมถึง Laser Tag ในธีม “Clash for the Crystal City”

Sky Pad (สถานะและการเปลี่ยนแปลงปี 2025)

โครงสร้างทรงกลมสีเหลืองสะดุดตาที่ท้ายเรือ เดิมที Sky Pad ถูกโปรโมทว่าเป็นประสบการณ์ VR Bungee Trampoline ที่ผู้เล่นจะสวมแว่น VR ขณะกระโดด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลล่าสุดในปี 2025 นโยบายของ Royal Caribbean ได้เปลี่ยนแปลงไป:

  • การเปลี่ยนแปลง: ระบบ VR ถูกยกเลิกไปในเรือส่วนใหญ่รวมถึง Odyssey of the Seas ตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากเหตุผลด้านความนิยมและการบำรุงรักษา
  • สถานะปัจจุบัน: ปัจจุบัน Sky Pad ถูกใช้งานเป็นแทรมโพลีนแบบธรรมดา (ไม่มี VR) สำหรับการกระโดดเพื่อความสนุกสนาน หรือในบางช่วงเวลาอาจถูกปรับเป็นพื้นที่นั่งเล่น (Lounge/Sun Deck) ฟรี สำหรับชมวิวทะเลมุมสูง ข้อมูลบางแหล่งระบุถึงการทดลองระบบ VR ใหม่บนเรือ Spectrum of the Seas แต่สำหรับ Odyssey สถานะหลักยังคงเป็น Non-VR

5.2 กิจกรรมกลางแจ้งที่เป็นเอกลักษณ์ (Signature Outdoor Activities)

  • North Star: กระเช้าชมวิวติดแขนกลไฮดรอลิกที่ยกตัวขึ้นสูงกว่า 300 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล มอบวิวมุมสูง 360 องศา (อาจมีค่าใช้จ่ายในบางช่วงเวลา)
  • RipCord by iFly: เครื่องจำลองการกระโดดร่ม (Skydiving Simulator) แห่งแรกในทะเล ให้ผู้เล่นสัมผัสประสบการณ์ลอยตัวในอุโมงค์ลม
  • FlowRider: เครื่องจำลองการเล่นเซิร์ฟที่มีความยาว 40 ฟุต ตั้งอยู่ที่ท้ายเรือ

Pool Deck: ดาดฟ้าสระว่ายน้ำสไตล์รีสอร์ท (Resort-style) ที่ออกแบบใหม่ให้มีสีสันสดใสแบบแคริบเบียน (Lime & Coconut) มีสระว่ายน้ำ 2 สระใหญ่ และสวนน้ำเด็ก Splashaway Bay 

Summary

Odyssey of the Seas คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Royal Caribbean ในการนำเสนอนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยการผสานความตื่นเต้นของกิจกรรมระดับโลกเข้ากับความสะดวกสบายของที่พักและการบริการระดับพรีเมียม เรือลำนี้จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ต้องการเปิดประสบการณ์การล่องเรือสำราญในมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเป็นคู่ ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ก็สามารถค้นพบความสุขในแบบฉบับของตัวเองได้บนเรืออัจฉริยะลำนี้

Scroll to Top