Royal Caribbean Cruises

ปัจจุบัน Royal Caribbean มีเรือกว่า 20 ลำ แบ่งเป็น Class
เรือที่อยู่ใน Class เดียวกัน จะมีขนาดใกล้เคียงกัน

Quantum Class

โดดเด่นด้วยแคปซูลชมวิว North Star และลานรถบั๊ม (SeaPlex) ออกแบบมาให้ล่องในที่อากาศหนาวได้ดี

rci an aerials dec2015 402 1

Anthem of the Seas

Max Guest: 6,700 / Tonnage: 20,899 GT / Year built: 2026

lifestyle spectrum of the seas cover

Spectrum of the Seas

Max Guest: 4,000 / Tonnage: 144,000 GT / Year built: 2023

rov

Ovation of the Seas

Max Guest: 4,000 / Tonnage: 144,000 GT / Year built: 2022

Icon Class

เรือรุ่นใหม่แห่งยุคที่รวมความเป็นที่สุดไว้ เน้นกลุ่มครอบครัวและสวนน้ำขนาดใหญ่

rci an aerials dec2015 402 1

Anthem of the Seas

Max Guest: 6,700 / Tonnage: 20,899 GT / Year built: 2026

lifestyle spectrum of the seas cover

Spectrum of the Seas

Max Guest: 4,000 / Tonnage: 144,000 GT / Year built: 2023

rov

Ovation of the Seas

Max Guest: 4,000 / Tonnage: 144,000 GT / Year built: 2022

เจาะลึก “Royal Caribbean International” เจ้าแห่งนวัตกรรมเรือสำราญระดับโลก ที่จะเปลี่ยนนิยามการพักผ่อนของคุณไปตลอดกาล

[Intro] ถ้าพูดถึงคำว่า “เรือสำราญ” ชื่อแรกที่นักเดินทางทั่วโลกและคนไทยนึกถึงคงหนีไม่พ้น Royal Caribbean International (RCI) แบรนด์เรือสำราญยักษ์ใหญ่ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนาด แต่คือผู้นำด้านความบันเทิงและนวัตกรรมที่ทำให้ทะเลกลายเป็นสวนสนุกระดับโลก

วันนี้ Habo Cruise จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Royal Caribbean แบบเจาะลึก ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมเรือลำนี้ถึงครองใจนักเดินทางชาวไทยมากที่สุด!


1. ความเป็นมา: จากนอร์เวย์สู่เจ้าสมุทรโลก

Royal Caribbean ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1968 (กว่า 50 ปีมาแล้ว) โดยเริ่มจากการรวมตัวของบริษัทเดินเรือในนอร์เวย์ ก่อนจะย้ายฐานทัพหลักมาอยู่ที่ไมอามี สหรัฐอเมริกา

จุดเปลี่ยนที่ทำให้โลกจดจำแบรนด์นี้ได้คือ “ความกล้าที่จะใหญ่กว่าเดิม” Royal Caribbean มุ่งมั่นสร้างสถิติโลกด้วยการเปิดตัวเรือที่ “ใหญ่ที่สุดในโลก” รุ่นแล้วรุ่นเล่า ตั้งแต่ยุค Sovereign of the Seas จนมาถึงยุคปัจจุบันอย่าง Icon of the Seas

ปรัชญาของแบรนด์: ไม่ใช่แค่การพาคุณล่องเรือ แต่คือการมอบประสบการณ์ “First at Sea” (สิ่งแรกบนน่านน้ำ) เช่น หน้าผาจำลองบนเรือ, ลานสเก็ตน้ำแข็ง หรือแคปซูลชมวิว 360 องศา


2. จุดเด่น: ทำไมต้อง Royal Caribbean?

สิ่งที่ทำให้ RCI แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจนคือคำว่า “Innovation & Entertainment” ครับ

  • กิจกรรมแน่นที่สุด: ลืมภาพการนั่งเฉยๆ ดูทะเลไปได้เลย บนเรือจะมีกิจกรรมอย่าง FlowRider (เซิร์ฟบอร์ดจำลอง), RipCord by iFLY (ดิ่งพกาท้าลม), หน้าผาจำลอง, รถบั๊ม, และสวนน้ำขนาดใหญ่
  • โชว์ระดับโลก: การแสดงของที่นี่เล่นใหญ่ระดับ Broadway Musical, การแสดงสเก็ตน้ำแข็ง (Ice Show) และโชว์กระโดดน้ำแสงสีเสียงสุดอลังการที่ AquaTheater
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ตั้งแต่หุ่นยนต์ชงบาร์เทนเดอร์ (Bionic Bar) ไปจนถึงระเบียงห้องพักแบบ Virtual Balcony สำหรับห้องไม่มีหน้าต่าง ให้เห็นวิวทะเลแบบ Real-time
  • อาหารหลากหลาย: แม้จะเป็นเรือสไตล์ Mass Market แต่อาหารในห้อง Main Dining และ Buffet (Windjammer) มีตัวเลือกเยอะมาก รวมถึงร้านอาหารพิเศษ (Specialty Restaurants) อย่าง Chops Grille หรือ Izumi

3. ใครคือ “Target Guest” ของเรือลำนี้?

Royal Caribbean ออกแบบมาให้เป็นเรือสำหรับ “ทุกคนในครอบครัว” (Multi-generational Family) ครับ

  • ✅ เหมาะมากสำหรับ:
    • ครอบครัวและเด็ก: มี Kids Club แบ่งตามวัย มีสวนน้ำ และตัวการ์ตูน DreamWorks (ในบางลำ)
    • กลุ่มเพื่อนและวัยรุ่น: สาย Activity ชอบความตื่นเต้น ปาร์ตี้สนุก บาร์เยอะ
    • นักล่องเรือมือใหม่ (First Timer): เพราะบรรยากาศเป็นกันเอง ไม่เกร็ง ไม่ต้องแต่งตัวทางการมาก (ยกเว้นคืน Formal Night) และอาหารทานง่าย
  • ⚠️ อาจจะไม่เหมาะกับ:
    • ผู้ที่ต้องการความเงียบสงบขั้นสุด หรือความหรูหราแบบ Butler Service ส่วนตัว (ถ้าต้องการแบบนั้น แนะนำขยับไปแบรนด์ในเครืออย่าง Celebrity Cruises หรือ Silversea แทน)

4. รู้จักกองเรือ (Fleet) : ความยิ่งใหญ่แบ่งเป็นตระกูล

ปัจจุบัน Royal Caribbean มีเรือกว่า 20 ลำ แต่รุ่นที่คนไทยควรรู้จักหลักๆ มีดังนี้ครับ:

1. Icon Class (ใหม่ล่าสุด & ใหญ่ที่สุดในโลก) 🆕

เรือรุ่นใหม่แห่งยุคที่รวมความเป็นที่สุดไว้ เน้นกลุ่มครอบครัวและสวนน้ำขนาดใหญ่

  • Icon of the Seas (เปิดตัว 2024 – ลำปัจจุบันที่ใหญ่ที่สุดในโลก)
  • Star of the Seas (กำลังจะมาปี 2025)
  • Star of the Seas 2 (อยู่ระหว่างการสร้าง – มาปี 2026)

2. Oasis Class (เรือยักษ์ยอดนิยม)

ตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุด มีจุดเด่นคือ “Central Park” (สวนต้นไม้จริง) และ “AquaTheater”

  • Utopia of the Seas (เปิดตัว 2024 – น้องใหม่สายปาร์ตี้)
  • Wonder of the Seas
  • Symphony of the Seas
  • Harmony of the Seas
  • Allure of the Seas
  • Oasis of the Seas (พี่ใหญ่ต้นกำเนิดตำนาน)

3. Quantum Ultra Class (เรือไฮเทค – อัปเกรด) 🚀

รุ่นพัฒนาต่อจาก Quantum เน้นเทคโนโลยีและความหรูหรา

  • Spectrum of the Seas (เรือขวัญใจคนไทย ท่าเรือสิงคโปร์)
  • Odyssey of the Seas

4. Quantum Class (เรือไฮเทค)

โดดเด่นด้วยแคปซูลชมวิว North Star และลานรถบั๊ม (SeaPlex) ออกแบบมาให้ล่องในที่อากาศหนาวได้ดี

  • Ovation of the Seas
  • Anthem of the Seas (กำลังจะมาสิงคโปร์ช่วงปลายปี 2024/2025)
  • Quantum of the Seas

5. Freedom Class

เรือขนาดกลาง-ใหญ่ เคยเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกช่วงปี 2006 มี Promenade กว้างขวาง

  • Independence of the Seas
  • Liberty of the Seas
  • Freedom of the Seas

6. Voyager Class

ต้นแบบเรือที่มีลานไอซ์สเก็ตและถนนคนเดิน (Promenade) ภายในเรือ

  • Mariner of the Seas
  • Navigator of the Seas
  • Adventure of the Seas
  • Explorer of the Seas
  • Voyager of the Seas

7. Radiance Class

เรือที่เน้นกระจกเยอะที่สุด (Glass-faced) เพื่อให้มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศ เหมาะกับเส้นทางธรรมชาติ

  • Jewel of the Seas
  • Serenade of the Seas
  • Brilliance of the Seas
  • Radiance of the Seas

8. Vision Class

เรือขนาดเล็ก (Small-mid size) เข้าจอดท่าเรือเล็กๆ ได้ คลาสสิกและเงียบสงบกว่าเรือใหญ่

  • Vision of the Seas
  • Enchantment of the Seas
  • Rhapsody of the Seas
  • Grandeur of the Seas

5. Destination: เส้นทางยอดฮิต

Royal Caribbean ล่องไปทั่วโลก แต่เส้นทางที่ Habo Cruise แนะนำคือ:

  1. Singapore (เอเชีย): เส้นทางยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทย บินใกล้ ราคาจับต้องได้ ส่วนใหญ่ล่องไป ปีนัง, ภูเก็ต หรือ ท่าเรือกลาง (Port Klang) โดยเรือ Spectrum of the Seas หรือ Anthem of the Seas
  2. Caribbean (อเมริกา): บ้านเกิดของเรือสำราญ ไฮไลท์คือเกาะส่วนตัว “Perfect Day at CocoCay” ที่มีสวนน้ำและบอลลูนยักษ์ สวยจนต้องไปสักครั้งในชีวิต
  3. Europe (เมดิเตอร์เรเนียน): ล่องเรือชมเมืองเก่า สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส ไปกับเรือลำใหญ่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  4. Alaska: ล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็ง ด้วยเรือตระกูล Quantum Class ที่มีกระจกเยอะ ทำให้ชมวิวได้ฟินที่สุด

6. Duration: ระยะเวลาการเดินทาง

มีความยืดหยุ่นสูงมาก เพื่อตอบโจทย์วันหยุดที่แตกต่างกัน:

  • Short Getaway (3-4 คืน): เหมาะสำหรับเส้นทางสิงคโปร์-ปีนัง หรือ บาฮามาส เน้นเที่ยวเร็ว พักผ่อนสั้นๆ
  • Standard (5-7 คืน): ระยะเวลามาตรฐานสำหรับการล่องเรือโซนยุโรป หรือแคริบเบียน ได้พักผ่อนเต็มที่
  • Long Haul (10 คืนขึ้นไป): สำหรับเส้นทางไกลๆ หรือการย้ายโซนเรือ (Repositioning)

บทสรุป Royal Caribbean ไม่ใช่แค่ยานพาหนะพาคุณไปเที่ยว แต่ตัวเรือเองคือ “จุดหมายปลายทาง” ที่จะมอบความสุข เสียงหัวเราะ และประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับคุณและคนที่คุณรัก

ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดประสบการณ์ล่องเรือสำราญระดับโลก Habo Cruise พร้อมดูแลคุณด้วยทีมงานมืออาชีพ ที่จะช่วยเลือกเรือที่ใช่ ในเส้นทางที่ชอบ ให้กับคุณครับ

Scroll to Top