
เรือ Disney Wish
Cruise Line: Disney Cruise Line
Max Guest: 4,000 / Tonnage: 144,000 GT / Year built: 2022
Updated on 1 Jan 2026
Overview
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
- Design Philosophy “A Castle on the Seas”: หัวใจหลักของการออกแบบคือการสร้างบรรยากาศให้เหมือนอาศัยอยู่ใน “ปราสาทเทพนิยาย” ที่ลอยอยู่กลางทะเล โถงล็อบบี้หลัก (Grand Hall) ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นพื้นที่ Atrium สูง 3 ชั้นที่เปิดโล่ง ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้าที่ส่องประกายระยิบระยับคล้ายเวทมนตร์ของนางฟ้าแม่ทูนหัว และมีรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของซินเดอเรลล่าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งต่างจากเรือรุ่นก่อนที่เน้นความขรึมขลังแบบ Art Deco หรือ Art Nouveau 1
- AquaMouse – The First Disney Attraction at Sea: นี่คือนวัตกรรมที่เปลี่ยนนิยามของ “สไลเดอร์น้ำ” บนเรือสำราญ Disney Wish ได้ติดตั้ง AquaMouse ซึ่งดิสนีย์นิยามว่าเป็น “เครื่องเล่นสวนสนุกกลางทะเลแห่งแรก” (Attraction at Sea) โดยผสมผสานระหว่างสไลเดอร์น้ำและ Dark Ride ที่มีการเล่าเรื่องผ่านจอภาพ แสง สี และเสียง ตลอดความยาว 760 ฟุต ผู้เล่นจะได้ผจญภัยไปกับมิกกี้และมินนี่ในตอนพิเศษของ “The Wonderful World of Mickey Mouse” ก่อนจะถูกส่งผ่านอุโมงค์ใสที่ยื่นออกไปนอกตัวเรือ 4
- Immersive Family Dining Revolution: แนวคิดการรับประทานอาหารแบบหมุนเวียน (Rotational Dining) ถูกยกระดับให้เหนือกว่าเดิมด้วย “Theatrical Dining” หรือการรับประทานอาหารในโรงละครที่สมจริงที่สุด ได้แก่ Arendelle: A Frozen Dining Adventure ที่มีการแสดงสดเต็มรูปแบบกลางร้านอาหาร และ Worlds of Marvel ที่ใช้เทคโนโลยี Interactive Quantum Core ให้ผู้ชมร่วมทำภารกิจกับเหล่า Avengers ขณะรับประทานอาหาร 7
- Adult-Exclusive Enhancements: แม้จะเป็นเรือสำหรับครอบครัว แต่พื้นที่สำหรับผู้ใหญ่ได้รับการออกแบบให้มีความซับซ้อนและหรูหราขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ Star Wars: Hyperspace Lounge บาร์ที่จำลองบรรยากาศยานอวกาศหรูหรา พร้อมหน้าต่างเสมือนจริงที่แสดงวิวอวกาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามการกระโดดข้ามไฮเปอร์สเปซ และร้านอาหาร Enchanté โดยเชฟระดับมิชลิน 3 ดาว Arnaud Lallement 7
ข้อมูลตัวเรือ (Specification)
Disney Wish จัดอยู่ในชั้นเรือ Triton Class (หรือ Wish Class) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเรือในตระกูล Dream Class (Disney Dream, Disney Fantasy) เล็กน้อยในแง่ของปริมาตรตัน (Gross Tonnage) แต่ยังคงรักษาจำนวนผู้โดยสารไว้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน เพื่อเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสาร (Space Ratio) ให้สูงขึ้น สร้างความรู้สึกโปร่งสบายและไม่แออัด
ชื่อเรือ (Ship Name): Disney Wish
ระดับชั้นเรือ (Class): Wish Class (Triton Class)
อู่ต่อเรือ (Shipyard): Meyer Werft, Papenburg, Germany
ส่งมอบ (Delivered): 9 มิถุนายน 2022
เที่ยวเรือปฐมฤกษ์ (Maiden Voyage): 14 กรกฎาคม 2022
ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 144,000 GT
ความยาว (Length): 341.13 เมตร (1,119 ฟุต)
ความกว้าง (Beam): 39.0 เมตร (128 ฟุต)
ความสูง (Height): 67.3 เมตร (221 ฟุต)
จำนวนชั้น (Decks): 15 ชั้น
ความจุผู้โดยสาร (Passenger Capacity): ประมาณ 4,000 คน (สูงสุด) / 2,476 คน (Double Occupancy)
จำนวนลูกเรือ (Crew): 1,555 คน
จำนวนห้องพัก (Staterooms): 1,254 ห้อง
สัญชาติเรือ (Registry): บาฮามาส (The Bahamas)
Accommodation
ห้องพักบน Disney Wish (1,254 ห้อง) ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดภายใต้ธีม “Storybook” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานคลาสสิก เช่น Cinderella, Tangled, The Little Mermaid และ Sleeping Beauty การตกแต่งภายในเน้นความนุ่มนวล ใช้โทนสีพาสเทลและสีทองเพื่อให้ความรู้สึกหรูหราและผ่อนคลาย
Inside Staterooms (ห้องพักภายในตัวเรือ)
ห้องพักกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นทำกิจกรรมนอกห้องพัก หรือต้องการความมืดสนิทสำหรับการพักผ่อน
- Category Codes: 11A, 11B, 11C (11A อยู่ดาดฟ้าสูงกว่า/กลางลำเรือ, 11C อยู่ดาดฟ้าล่าง/หัว-ท้ายเรือ)
- ขนาด: ประมาณ 15.7 ตารางเมตร (169 ตารางฟุต) 17
- ความจุ: พักได้ 3-4 ท่าน
- สิ่งอำนวยความสะดวกและจุดเด่น:
- เตียงนอน: เตียง Queen-size (บางห้องไม่สามารถแยกเป็นเตียงคู่ได้), โซฟาเบดเดี่ยว และเตียงดึงจากเพดาน (Pull-down bed) ในห้องที่พักได้ 4 ท่าน
- ห้องน้ำ: ข้อควรระวังสำคัญ! ในเรือ Disney Wish ห้องพักแบบ Standard Inside Stateroom ไม่มี Split Bathroom (ห้องน้ำแยกส่วนแห้ง/เปียก) ซึ่งแตกต่างจากเรือรุ่นก่อนหน้า ห้องน้ำใน Category นี้จะเป็นห้องเดี่ยวที่มีอ่างอาบน้ำและฝักบัวในตัวเดียว ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าเรือรุ่นอื่นสำหรับครอบครัว 23
- การตกแต่ง: แม้จะไม่มีหน้าต่าง แต่หัวเตียงตกแต่งด้วยภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง (Mural) ในธีมเทพนิยาย เช่น Cinderella เพื่อสร้างบรรยากาศมหัศจรรย์
- สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ: ทีวี 43 นิ้ว, ตู้เย็น, ตู้นิรภัย, ไดร์เป่าผม, พอร์ต USB-A และ USB-C จำนวนมาก, และพื้นที่เก็บกระเป๋าใต้เตียงแบบยกสูง
Oceanview Staterooms (ห้องพักวิวทะเล)
ห้องพักที่มาพร้อมหน้าต่างเพื่อให้คุณชมวิวทะเลและท้องฟ้าได้ประมาณนึง
- Category Codes:
- Deluxe Oceanview: 9A, 9B, 9C, 9D (ขนาดประมาณ 19-20 ตร.ม.)
- Deluxe Family Oceanview: 8B, 8C (ขนาดประมาณ 22 ตร.ม. เป็นห้องที่กว้างขวางเป็นพิเศษ)
- ความจุ: 3-5 ท่าน (รุ่น Family พักได้สูงสุด 5 ท่าน)
- สิ่งอำนวยความสะดวกและจุดเด่น:
- Split Bathroom: ห้องพักประเภทนี้ส่วนใหญ่ (ตรวจสอบผังเรือเฉพาะห้อง) จะมาพร้อมกับ Split Bathroom ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Disney Cruise Line โดยแบ่งเป็น 2 ห้องย่อย: ห้องหนึ่งมีอ่างอาบน้ำ/ฝักบัวและอ่างล้างหน้า ส่วนอีกห้องมีโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้า ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวใช้งานพร้อมกันได้ 16
- หน้าต่าง: หน้าต่างทรงกลมขนาดใหญ่พร้อมเบาะที่นั่ง (Window Seat) ให้เด็กๆ หรือผู้ใหญ่นั่งชมวิวทะเลได้
- เตียงเสริม: ในห้อง Family (Category 8) จะมีเตียง Murphy Bed (เตียงพับเก็บผนัง) เพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับผู้เข้าพักคนที่ 5 โดยไม่กินพื้นที่ในเวลากลางวัน 16
Verandah Staterooms (ห้องพักพร้อมระเบียง)
เป็นประเภทห้องพักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีระเบียงส่วนตัวสำหรับรับลมทะเล
- Category Codes:
- Deluxe Oceanview with Verandah: 5A, 5B, 5C, 6A, 6B (ขนาด ~22.6 ตร.ม.)
- Deluxe Oceanview with Navigator’s Verandah: 7A (ระเบียงที่มีโครงสร้างเรือบังบางส่วน หรือเจาะช่องหน้าต่างขนาดใหญ่แทนระเบียงเปิดโล่ง) 20
- Deluxe Family Oceanview with Verandah: 4A, 4B, 4C, 4E (ขนาด ~26.4 ตร.ม.) 19
- ความจุ: 3-5 ท่าน
- สิ่งอำนวยความสะดวกและจุดเด่น:
- ระเบียงส่วนตัว: พื้นที่ระเบียงพร้อมเก้าอี้ 2 ตัวและโต๊ะเล็ก มีประตูกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบล็อกนิรภัยสำหรับเด็ก (Child-proof locks) ที่อยู่สูงเกินเอื้อมเด็กเล็ก
- ห้องน้ำ: มี Split Bathroom ในทุกห้องของ Category นี้
- การจัดวาง: มีผ้าม่านกั้นระหว่างโซนเตียงนอนหลักและโซนนั่งเล่น (ที่มีโซฟาเบด) เพิ่มความเป็นสัดส่วนและความเป็นส่วนตัวเมื่อปิดไฟนอน
- ธีมการตกแต่ง: แตกต่างกันไปตามตำแหน่งของห้อง โดยจะอิงตามธีม “Storybook” เช่น The Little Mermaid, Cinderella หรือ Frozen 16
Concierge Staterooms & Suites (ห้องพักระดับพรีเมียม)
สิทธิพิเศษระดับ Concierge (Concierge Benefits & Privileges) ผู้เข้าพักจะได้รับบริการที่เหนือระดับ (Exclusivity) ดังนี้:
- Dedicated Concierge Lounge: เลานจ์ขนาดใหญ่บนดาดฟ้า 12 (ขยายใหญ่กว่าเรือรุ่นก่อน 3 เท่า) มีกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานชมวิวทะเล ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดวัน รวมถึงบาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเย็น และมีระเบียงอาบแดดส่วนตัว (Private Sun Deck) บนดาดฟ้า 13 ที่มีสระว่ายน้ำ 2 สระและอ่างจากุซซี่ 2 อ่าง 29
- Pre-Arrival Services: ทีมงาน Concierge จะติดต่อล่วงหน้าเพื่อช่วยวางแผนการเดินทาง จองกิจกรรม (Port Adventures), จองร้านอาหารพิเศษ (Palo/Enchanté), และจองซุ้ม Cabana บนเกาะ Castaway Cay ได้ก่อนผู้โดยสารทั่วไป (สิทธิ์จองล่วงหน้า 120-130 วัน) 31
- Priority Access: สิทธิ์ในการเช็คอินและขึ้นเรือก่อนใคร (Priority Boarding), สิทธิ์ลงจากเรือก่อน, และที่นั่งสำรองพิเศษในการชมโชว์ที่ Walt Disney Theatre
- Premium In-Room Amenities: เมนูหมอน (Pillow Menu), ผ้าปูที่นอน Frette, เสื้อคลุมอาบน้ำและรองเท้าแตะแบรนด์หรู, และบริการสั่งอาหารจากร้านอาหารหลักมาทานในห้องพัก 31
Category Codes & Details:
- Concierge Family Oceanview (3B): ห้องประเภทใหม่ที่ตั้งอยู่บริเวณหัวเรือ (Forward) เหนือสะพานเดินเรือ มีหน้าต่าง Floor-to-Ceiling ขนาดใหญ่หันหน้าไปทางทิศเดียวกับกัปตันเรือ ไม่มีระเบียงแต่ได้วิวที่แปลกใหม่และกว้างขวาง 2
- Concierge Family Verandah (3A): ห้องพร้อมระเบียงขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว
- Concierge 1-Bedroom Suite (2A, 2B): ห้องชุดที่มีห้องนอนแยกจากห้องนั่งเล่น, ห้องน้ำหินอ่อน 2 ห้อง, Walk-in closet และระเบียงกว้าง
- Concierge Royal Suites (1B, 1C): ห้องสวีทธีม Sleeping Beauty (Briar Rose) มีทั้งแบบชั้นเดียว (1C) และสองชั้น (1B) ภายในมีบันไดวน, ห้องรับประทานอาหาร, และอ่างจากุซซี่ส่วนตัวที่ระเบียง 2
- Concierge Wish Tower Suite (1A): “Penthouse in the Sky” ห้องสวีทขนาดใหญ่ที่สุด (182.6 ตร.ม.) ตั้งอยู่ในปล่องเรือ (Funnel) ด้านหน้า ตกแต่งในธีม Moana มีทางเข้าส่วนตัวด้วยลิฟต์เฉพาะ เป็นห้องพักที่ unique ที่สุดในวงการเรือสำราญ 22
Dining Experience
Disney Wish ปฏิวัติการรับประทานอาหารบนเรือด้วยแนวคิดที่ผสาน “Cinematic Storytelling” เข้ากับมื้ออาหาร โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
Rotational Dining (ร้านอาหารหลักแบบหมุนเวียน)
ผู้โดยสารจะรับประทานอาหารค่ำหมุนเวียนไปตามร้านอาหาร 3 แห่งตามตารางที่กำหนด โดยมีพนักงานเสิร์ฟชุดเดิมติดตามไปบริการทุกคืน เพื่อความต่อเนื่องและการบริการที่รู้ใจ
- Arendelle: A Frozen Dining Adventure:
- บรรยากาศ: ร้านอาหารรูปแบบ “Theater-in-the-round” แห่งแรกของโลก จำลองห้องโถงในปราสาท Arendelle เพื่อฉลองงานหมั้นของราชินี Anna และ Kristoff
- ความบันเทิง: การแสดงดนตรีสดและละครเวทีจากตัวละคร Elsa, Olaf, Oaken และนักดนตรีพื้นเมือง ที่จะเดินทักทายและแสดงรอบห้องอาหาร 360 องศา
- เมนู: อาหารสไตล์นอร์ดิกผสมผสาน (Nordic-influenced) เช่น สลัดกุ้งและแซลมอน, มีทบอลสไตล์สแกนดิเนเวียน, และพายเบอร์รี่ 8
- Worlds of Marvel:
- บรรยากาศ: “Cinematic Dining Adventure” ผู้โดยสารจะได้รับบทเป็นแขกรับเชิญในงานโชว์เทคโนโลยีของ Avengers โดยมี Ant-Man และ The Wasp เป็นพิธีกรดำเนินรายการผ่านจอภาพรอบร้าน
- ความบันเทิง: บนโต๊ะอาหารจะมีอุปกรณ์ “Quantum Core” ที่ผู้โดยสารสามารถกดปุ่มและโต้ตอบเพื่อช่วยเหล่าฮีโร่ต่อสู้กับวายร้าย (เช่น Ultron) ที่พยายามขโมยเทคโนโลยี พร้อมแสงสีเสียงที่ซิงค์กับเหตุการณ์บนจอ
- เมนู: อาหารนานาชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ใน Marvel Universe เช่น อาหารแอฟริกัน (Wakanda), อาหารยุโรปตะวันออก (Sokovia) และอาหารอเมริกัน (New York) 8
- 1923:
- บรรยากาศ: ร้านอาหารที่หรูหราและคลาสสิกที่สุด ตั้งชื่อตามปีที่ Walt และ Roy Disney ก่อตั้งสตูดิโอ ตกแต่งด้วยภาพสเก็ตช์ (Storyboards) และอุปกรณ์ประกอบฉาก (Props) ของจริงจากภาพยนตร์แอนิเมชันกว่า 1,000 ชิ้น แบ่งเป็นห้อง Walt Disney และห้อง Roy Disney
- เมนู: อาหารสไตล์ Contemporary Californian ที่เน้นความสดใหม่และวัตถุดิบคุณภาพสูง สะท้อนถึงวัฒนธรรมอาหารของรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่น Ahi Tuna, Tortelloni และสเต็กเนื้อชั้นดี 8
Casual Dining (ร้านอาหารแบบสบายๆ)
- Marceline Market: ฟู้ดฮอลล์ขนาดใหญ่ที่มาแทนที่ Cabana (บนเรือรุ่นเก่า) ตั้งชื่อตามเมืองบ้านเกิดของ Walt Disney ในรัฐ Missouri มีซุ้มอาหารนานาชาติกว่า 10 ซุ้ม ให้บริการมื้อเช้า/กลางวันแบบบุฟเฟต์ และมื้อเย็นแบบ Table Service ในบรรยากาศสบายๆ ชมวิวทะเล 33
- Mickey & Friends Festival of Foods: โซนอาหารริมสระน้ำแบบ Quick Service แห่งแรกของ DCL ที่มีตัวเลือกหลากหลาย เช่น Mickey’s Smokestack Barbecue (บาร์บีคิวซี่โครงและหมูฉีก), Donald’s Cantina (ทาโก้และโบวล์สไตล์เม็กซิกัน), Daisy’s Pizza Pies (พิซซ่า), Goofy’s Grill (เบอร์เกอร์และฮอทดอก) และ Sweet Minnie’s Ice Cream (ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ) 33
Adult-Exclusive Dining & Lounges (โซนเฉพาะผู้ใหญ่)
- Star Wars: Hyperspace Lounge: ไฮไลท์สำหรับแฟน Star Wars บาร์ที่จำลองบรรยากาศยานอวกาศระดับหรู หน้าต่างด้านหลังบาร์เป็นจอภาพความละเอียดสูงที่แสดงวิวอวกาศ โดยจะ “Jump to Hyperspace” เปลี่ยนฉากไปยังดาวเคราะห์ต่างๆ เช่น Tatooine, Mustafar และ Batuu ทุกๆ 7-10 นาที เสิร์ฟค็อกเทลที่มีควันและลูกเล่นพิเศษ 9
- Enchanté by Chef Arnaud Lallement: ร้านอาหารที่หรูหราที่สุดบนเรือ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) รังสรรค์เมนูโดยเชฟมิชลิน 3 ดาว ตกแต่งในธีม Lumiere จาก Beauty and the Beast เน้นอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศ 7
- Palo Steakhouse: ร้านอาหารอิตาเลียนผสมสเต็กเฮาส์ ในบรรยากาศธีม Cogsworth (นาฬิกา) ให้บริการมื้อค่ำและบรันช์สุดหรู 7
The Rose: เลานจ์สุดเก๋หน้าทางเข้า Palo และ Enchanté ตกแต่งด้วยธีมดอกกุหลาบต้องมนตร์ เหมาะสำหรับจิบแชมเปญชมพระอาทิตย์ตก 4
Entertainment & Activities
Disney Wish อัดแน่นด้วยกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกวัย โดยเน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) ในทุกกิจกรรม
AquaMouse: เครื่องเล่นทางน้ำแห่งแรกในทะเล
ไม่ใช่แค่สไลเดอร์ แต่คือ “Attraction” ที่มีความยาว 760 ฟุต ผู้เล่นจะนั่งบนแพยาง 2 ที่นั่ง ผ่านสายพานลำเลียงเข้าสู่อุโมงค์ที่มีจอภาพฉายการ์ตูนสั้น “The Wonderful World of Mickey Mouse” เรื่องราวจะสุ่มระหว่าง 2 ตอน คือ “Scuba Scramble” (การผจญภัยใต้น้ำ) และ “Swiss Meltdown” (การเล่นสกีบนภูเขาหิมะที่กำลังละลาย) ก่อนจะถูกดันด้วยแรงดันน้ำ (Water Jets) ขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะและเหวี่ยงออกไปในอุโมงค์ใสข้างตัวเรือ 4
Pools & Recreation
- Mickey & Friends District: พื้นที่ดาดฟ้าเรือแบบไล่ระดับ (Tiered Decks) มีสระว่ายน้ำ 6 สระขนาดต่างๆ กระจายตัวอยู่ เพื่อลดความแออัดและให้ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว
- Toy Story Splash Zone: สวนน้ำสำหรับเด็กเล็ก (Toddlers) ตกแต่งด้วยตัวละครจาก Toy Story ขนาดใหญ่และสไลเดอร์ Slide-a-saurus Rex 4
- Quiet Cove (Adults Only): โซนสระว่ายน้ำ Infinity Pool ท้ายเรือสำหรับผู้ใหญ่ (18+) ให้บรรยากาศเงียบสงบพร้อมบาร์ Cove Bar และคาเฟ่ Cove Café 38
- Hero Zone: สนามกีฬาในร่มปรับอากาศ (Air-conditioned Sports Arena) ที่มีสนามบาสเก็ตบอล และสนามประลองความสามารถ Incredibles-themed obstacle course สำหรับครอบครัวมาแข่งขันกัน
Kids Clubs: โลกแห่งจินตนาการของเด็กๆ
- Disney’s Oceaneer Club (3-12 ปี): ไฮไลท์คือ “สไลเดอร์” ที่ให้เด็กๆ สไลด์ตัวจาก Grand Hall ลงมายังคลับได้โดยตรง (มีบันไดสำหรับผู้ปกครอง) ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ:
- Marvel Super Hero Academy: ฝึกฝนการเป็นฮีโร่และออกแบบชุดซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเอง
- Fairytale Hall: ห้องกิจกรรมของเจ้าหญิง Belle (ห้องสมุด), Rapunzel (งานศิลปะ) และ Anna & Elsa (เกมหิมะ)
- Star Wars: Cargo Bay: รับบทเป็นผู้ดูแลสัตว์ต่างดาว (Creature Handlers) และช่วย Rey กับ Chewbacca ซ่อนตัวจาก Stormtroopers
- Walt Disney Imagineering Lab: เรียนรู้เบื้องหลังการออกแบบสวนสนุกและลองออกแบบรถไฟเหาะของตัวเอง 3
- Edge (11-14 ปี): คลับสไตล์ลอฟท์นิวยอร์กสำหรับวัยรุ่นตอนต้น
- Vibe (14-17 ปี): คลับสไตล์ปารีสสำหรับวัยรุ่นตอนปลาย พร้อมร้านกาแฟและพื้นที่สังสรรค์
- “it’s a small world” Nursery: รับดูแลทารกอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
Entertainment & Wellness
- Walt Disney Theatre: โรงละครขนาดใหญ่จัดการแสดงโชว์ระดับบรอดเวย์ ได้แก่ “Disney’s The Little Mermaid” (เวอร์ชันใหม่), “Disney Seas the Adventure” (รวมตัวละคร Disney/Pixar) และ “Disney’s Aladdin – A Musical Spectacular” 4
- Luna: ศูนย์รวมความบันเทิงอเนกประสงค์ กลางวันเป็นพื้นที่กิจกรรมครอบครัว (เช่น เกมโชว์) กลางคืนเปลี่ยนเป็นเลานจ์และไนท์คลับ
- Senses Spa & Salon: สปาครบวงจรที่มี Rainforest Room แห่งแรกที่มีโซน Outdoor Oasis ให้บริการอ่างน้ำร้อนและพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติจำลอง 34
Summary
Disney Wish คือบทพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำด้านจินตนาการของดิสนีย์ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีวิศวกรรมสมัยใหม่ (LNG) เข้ากับการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบห้องพักไปจนถึงมื้ออาหาร ทำให้เรือลำนี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์สำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง