
Celestyal Journey
Overview
Celestyal Journey ไม่ใช่เพียงเรือลำใหม่ในกองเรือ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการ “เกิดใหม่” (Rebirth) ภายหลังการทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านยูโร (ประมาณ 780 ล้านบาท) ในการปรับปรุงและยกเครื่องครั้งใหญ่ในปี 2023 1 การลงทุนมหาศาลนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์จากเรือที่มีโครงสร้างคลาสสิก ให้กลายเป็นรีสอร์ทลอยน้ำที่มีความร่วมสมัย (Modern Contemporary) แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณการต้อนรับแบบกรีก (Greek Hospitality) ไว้อย่างเต็มเปี่ยม จุดเด่นที่สำคัญของเรือลำนี้สามารถจำแนกออกเป็นประเด็นหลักได้ดังนี้:
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
- ขนาดที่เอื้อต่อการสำรวจ (Optimal Size for Exploration): ด้วยระวางขับน้ำประมาณ 55,877 ตัน และความจุผู้โดยสาร 1,260 คน Celestyal Journey จัดอยู่ในประเภท “เรือขนาดกลาง” (Mid-Sized Ship) ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด เรือขนาดนี้มีความคล่องตัวสูง สามารถเข้าเทียบท่าในเกาะขนาดเล็กหรือเมืองท่าที่มีข้อจำกัดทางกายภาพซึ่งเรือยักษ์ใหญ่ (Mega Ships) ไม่สามารถเข้าถึงได้ สอดคล้องกับปรัชญา “Destination Intensive” ของสายการเดินเรือที่เน้นให้ผู้โดยสารใช้เวลาบนฝั่งอย่างคุ้มค่า 3
- สัดส่วนพื้นที่ต่อผู้โดยสารที่เหนือกว่า (Superior Space Ratio): การจำกัดจำนวนผู้โดยสารไว้ที่ 1,260 คน ในขณะที่เรือมีขนาดโครงสร้างรองรับพื้นที่ส่วนกลางได้มาก ส่งผลให้เรือมีความโปร่งสบาย ไม่แออัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ดาดฟ้าเปิดโล่ง (Open Decks) ที่มีจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนแขก สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวมากกว่าเรือสำราญขนาดใหญ่ 1
- การยกระดับห้องพัก (Accommodation Upgrade): เรือลำนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขจุดอ่อนเดิมของกองเรือ Celestyal โดยเพิ่มสัดส่วนห้องพักที่มีระเบียง (Balcony) และห้องสวีท (Suite) ให้สูงถึงประมาณ 28% ของจำนวนห้องทั้งหมด รวมถึงการเปิดตัว “Stargazer Penthouse Suite” เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของนักเดินทางกลุ่ม Luxury ที่เพิ่มมากขึ้น 2
- นวัตกรรมสิ่งอำนวยความสะดวก (Innovative Facilities): โดดเด่นด้วยหลังคาเปิด-ปิดได้แบบ Magrodome เหนือสระว่ายน้ำกลางลำเรือ ซึ่งช่วยให้เรือสามารถให้บริการพื้นที่สระว่ายน้ำได้ในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนที่แดดจัดหรือฤดูหนาวที่มีลมแรงในทะเลอีเจียน รวมถึงโซนเพื่อสุขภาพ The Sozo Experience ที่กินพื้นที่เกือบทั้งดาดฟ้า สะท้อนถึงเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)
ข้อมูลตัวเรือ (Specification)
- ชื่อเรือเดิม (Former Names): MS Ryndam, Pacific Aria, Aegean Goddess
- ปีที่ต่อ (Year Built): 1994 (ปรับปรุงใหญ่ 2023)
- ผู้สร้าง (Builder): Fincantieri (Monfalcone, Italy)
- ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage): 55,877 GT
- ความยาว (Length): 219.4 เมตร (719 ฟุต 10 นิ้ว)
- ความกว้าง (Beam): 30.8 เมตร (101 ฟุต 1 นิ้ว)
- ระดับกินน้ำลึก (Draught): 7.71 เมตร
- ความเร็ว (Speed): เฉลี่ย 20 นอต (สูงสุด 22 นอต)
- จำนวนดาดฟ้า (Decks): 13 ชั้น (ชั้นผู้โดยสาร 9 ชั้น)
- ความจุผู้โดยสาร (Capacity): 1,260 คน (Double Occupancy)
- สัดส่วนลูกเรือ (Crew): ประมาณ 500-600 คน
Accommodation
Celestyal Journey มีห้องพักรวมทั้งหมด 630 ห้อง โดยได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความทันสมัย สว่าง และโปร่งสบาย (Light and Airy) การจัดประเภทห้องพักของเรือลำนี้มีความน่าสนใจตรงที่การให้ความสำคัญกับห้องสวีทและห้องระเบียงมากขึ้นเมื่อเทียบกับเรือรุ่นเก่าในกองเรือเดียวกัน
สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)
เพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ทุกห้องพักบนเรือไม่ว่าจะประเภทใด จะได้รับการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานดังต่อไปนี้:
- ระบบปรับอากาศที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้เอง (Adjustable Air-Conditioning)
- ห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัว (Private Bathroom with Shower)
- โทรทัศน์จอแบนพร้อมช่องสัญญาณดาวเทียม (Flat-screen TV)
- โทรศัพท์ภายใน (Telephone)
- ไดร์เป่าผม (Hair Dryer)
- ตู้เซฟอิเล็กทรอนิกส์ (Safety Deposit Box)
- ปลั๊กไฟมาตรฐานยุโรป 220V และพอร์ต USB Type A สำหรับชาร์จอุปกรณ์
Inside Staterooms (ห้องไม่มีหน้าต่าง)
ห้องพักประเภทนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางที่เน้นการใช้เวลาทำกิจกรรมบนเรือหรือท่องเที่ยวบนฝั่งเป็นหลัก (Active Travelers) และต้องการความคุ้มค่าสูงสุด แม้จะไม่มีหน้าต่าง แต่การออกแบบแสงสว่างภายในช่วยให้ห้องดูไม่อึดอัด
- รหัส Category: IA (Deck 4), IB (Deck 5, 9), IC (Deck 5, 6, 9, 10) 11
- ขนาดเฉลี่ย: ประมาณ 17 ตารางเมตร (sqm) 15 ซึ่งถือว่ากว้างขวางกว่ามาตรฐานเรือสำราญทั่วไปที่มักเริ่มต้นที่ 13-14 ตรม.
- ความจุ: พักได้สูงสุด 2-4 ท่าน
- การจัดวางเตียง:
- เตียงล่าง 2 เตียง (สามารถเลื่อนชิดกันเป็นเตียงใหญ่ Queen-size ได้)
- สำหรับการพัก 3-4 ท่าน: จะใช้เตียงบน (Upper Bed/Pullman) และโซฟาเบด (Sofa Bed) หรือเตียง 2 ชั้น (Bunk Beds) ขึ้นอยู่กับรหัสห้อง 11
- ห้องน้ำ: มาพร้อมฝักบัว (Shower)
Oceanview Staterooms
ห้องพักที่มีช่องหน้าต่างสำหรับชมวิวทะเล ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับมหาสมุทรและได้รับแสงธรรมชาติ การแบ่งประเภทของห้อง Oceanview บน Celestyal Journey มีความละเอียดและหลากหลาย
- รหัส Category:
- XA (Deck 4, 5): Exterior Cosmos Cabin – ห้องเริ่มต้น มักจะอยู่ชั้นล่าง หน้าต่างอาจเป็นทรงกลม (Porthole) ในบางตำแหน่ง
- XB (Deck 4, 6) & XC (Deck 4, 5): Exterior Cosmos Cabin – ห้องมาตรฐานที่มีหน้าต่าง
- XBO (Deck 6): Obstructed View – ห้องที่มีหน้าต่างแต่วิวอาจถูกบดบังบางส่วนหรือทั้งหมดโดยเรือชูชีพ ราคาจะย่อมเยากว่าห้องวิวปกติ
- XD (Deck 5, 9): Exterior Cosmos Cabin – ห้องเกรดสูงในกลุ่ม Oceanview ตำแหน่งดีกว่า
- ขนาดเฉลี่ย: ประมาณ 19 ตารางเมตร (sqm)
- ความจุ: พักได้สูงสุด 2-4 ท่าน
- สิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ: จุดที่น่าสังเกตคือห้องพัก Oceanview บางห้องในหมวด XC และ XD อาจมาพร้อมกับ อ่างอาบน้ำ (Bathtub) แทนที่จะเป็นเพียงฝักบัว ซึ่งเป็นความหรูหราที่ตกทอดมาจากโครงสร้างเดิมของ Holland America Line ที่หาได้ยากในเรือยุคใหม่ 11
Balcony Stateroom (ห้องพักมีระเบียง)
บนเรือ Celestyal Journey มีความพิเศษในการจัดหมวดหมู่ห้องพักแบบมีระเบียง โดยห้องพักที่มีระเบียงส่วนใหญ่จะถูกยกระดับสถานะและเรียกในชื่อ “Junior Dream Suite” แทนที่จะเรียกว่า Balcony Cabin เฉยๆ นี่เป็นการวางตำแหน่งทางการตลาดเพื่อให้ผู้พักรู้สึกถึงความพิเศษ แต่ในทางปฏิบัติ มันทำหน้าที่เป็นห้อง Balcony มาตรฐานของเรือที่มีขนาดกว้างขวางกว่าปกติ
- รหัส Category: SJA (Deck 9), SJB (Deck 9), SJC (Deck 10) 11
- ขนาด: พื้นที่ภายในประมาณ 21 ตารางเมตร + ระเบียงส่วนตัว 6 ตารางเมตร (รวมพื้นที่ใช้สอย 27 ตรม.) 12
- ความจุ: สูงสุด 3 ท่าน (เตียงล่าง 2 เตียง + โซฟาเบดเดี่ยว 1 ตัว)
- สิ่งอำนวยความสะดวก:
- พื้นที่นั่งเล่น (Living Area) ขนาดกะทัดรัด
- ประตูกระจกบานเลื่อนสู่ระเบียงส่วนตัวพร้อมเก้าอี้
- ห้องน้ำ: ส่วนใหญ่มาพร้อม อ่างจากุซซี่ (Jet Tub) หรืออ่างอาบน้ำ ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญที่เหนือกว่าห้อง Balcony ปกติของคู่แข่ง (บางห้องในรหัส SJA อาจเป็นฝักบัว ต้องตรวจสอบรายห้อง)
- ตู้เย็นมินิบาร์
Suites
ห้องสวีทบน Celestyal Journey คือนิยามใหม่ของความหรูหราในการล่องเรือ โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 149 ห้อง (รวม Junior Suite) ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากสำหรับเรือขนาดนี้ ผู้เข้าพักในระดับ Grand และ Penthouse จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษที่เรียกว่า “The Celestyal Suite Experience”
Grand Dream Suite (SG)
ห้องสวีทเต็มรูปแบบที่มอบพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและการแยกสัดส่วนที่ชัดเจน
- รหัส Category: SG (Deck 10) 16
- ขนาด: พื้นที่ภายใน 35 ตารางเมตร + ระเบียงขนาดใหญ่ 18 ตารางเมตร (รวม 53 ตรม.) 3
- ความจุ: สูงสุด 4 ท่าน
- สิ่งอำนวยความสะดวก:
- พื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วน (Separate Living Area)
- ห้องน้ำหรูพร้อมอ่างอาบน้ำ/ฝักบัว
- ระเบียงขนาดใหญ่ยาวตลอดแนวห้อง พร้อมเก้าอี้อาบแดดส่วนตัว
- เตียงนอนขนาดใหญ่และโซฟาเบดคู่ (Double Sofa Bed) 3
Stargazer Penthouse Suite (SP)
ห้องพักระดับสูงสุดและหรูหราที่สุดบนเรือ มีเพียง 1 ห้องเท่านั้น ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด (Forward-Starboard Deck 10) เปรียบเสมือนวิมานส่วนตัวบนท้องทะเล
- รหัส Category: SP (Deck 10) 3
- ขนาด: พื้นที่ภายใน 88 ตารางเมตร + ระเบียงขนาดยักษ์ 18 ตารางเมตร (รวม 106 ตรม.) 3
- ความจุ: สูงสุด 4 ท่าน
- สิ่งอำนวยความสะดวกระดับ Ultra-Luxury:
- พื้นที่รับประทานอาหารส่วนตัว (Private Dining Area)
- ห้องเตรียมอาหาร (Catering/Pantry Area) สำหรับการจัดเลี้ยงส่วนตัวภายในห้อง
- ห้องน้ำ master bathroom พร้อม อ่างจากุซซี่ (Jacuzzi Bathtub) และฝักบัวแยกส่วน
- ระเบียงกว้างขวางที่สามารถจัดปาร์ตี้ส่วนตัวได้ 3
สิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าพักห้อง Suite (Suite Privileges)
ผู้เข้าพักในระดับ Grand Dream Suite (SG) และ Stargazer Penthouse Suite (SP) จะได้รับเอกสิทธิ์เหนือระดับที่คัดสรรมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด:
- Concierge Service: บริการผู้ช่วยส่วนตัว พร้อมเคาน์เตอร์เช็คอิน VIP แยกต่างหาก เพื่อความรวดเร็วในการขึ้น-ลงเรือ และบริการช่วยจัดเก็บสัมภาระ (Unpacking Service) 20
- Exclusive Lounge Access: สิทธิ์เข้าใช้ Poseidon Lounge และ The Compass Lounge บนชั้น 10 ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเงียบสงบพร้อมบริการเครื่องดื่ม 10
- Private Sundeck “Rays”: สิทธิ์เข้าใช้พื้นที่อาบแดดส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟชื่อ “Rays” บนชั้น 14 ที่แยกตัวออกจากความวุ่นวาย 10
- Priority Services: สิทธิ์ในการจองร้านอาหารพิเศษ (Specialty Dining) และการขึ้นเรือก่อนใคร (Priority Embarkation/Disembarkation) 20
- In-Room Amenities: การต้อนรับด้วยแชมเปญและผลไม้สดทุกวัน, คานาเป้ยามบ่าย (Afternoon Canapés), ช็อกโกแลตก่อนนอน, เครื่องชงกาแฟ Espresso ในห้อง, เสื้อคลุมอาบน้ำและรองเท้าแตะคุณภาพสูง 21
- (หมายเหตุ: Junior Dream Suite จะได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วน แต่ไม่รวมการเข้าใช้ Rays Sundeck หรือ Concierge เต็มรูปแบบเท่าห้องใหญ่)
Dining Experience
Celestyal Journey นำเสนอปรัชญาการรับประทานอาหารที่ผสมผสานระหว่าง “ความคุ้มค่า” และ “ประสบการณ์พิเศษ” ผ่านห้องอาหาร 7 แห่งและบาร์ 8 แห่ง โดยมีนโยบาย “Celestyal One” ที่รวมอาหารและเครื่องดื่มพื้นฐานไว้ในค่าตั๋วแล้ว เพื่อลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิก 2
4.1 ห้องอาหารที่รวมในค่าตั๋ว (Complimentary Dining)
- Thalassa Restaurant (Deck 7): ห้องอาหารหลัก (Main Dining Room) ที่ตั้งชื่อตามเทพีแห่งท้องทะเล ให้บริการแบบ A La Carte ในบรรยากาศหรูหราแต่ผ่อนคลาย เสิร์ฟอาหารเช้า กลางวัน และเย็น เมนูเน้นอาหารกรีกแท้ๆ (Authentic Greek) และอาหารนานาชาติ แขกสามารถสัมผัสการบริการแบบ Sit-down dinner ได้ทุกมื้อโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 24
- The Taverna (Deck 11): ห้องอาหารบุฟเฟต์ที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินแบบเป็นกันเอง มีโซนอาหารหลากหลายรวมถึง “Pizza Oven” ที่อบพิซซ่าสดใหม่ตลอดวัน เหมาะสำหรับมื้อที่ต้องการความรวดเร็วหรือการแต่งกายแบบลำลอง 26
- Greek Deli (Deck 11): มุมของว่างที่เสิร์ฟอาหารว่างสไตล์กรีก เช่น โยเกิร์ตพาร์เฟต์ หรือแซนด์วิชในช่วงเวลาต่างๆ สำหรับรองท้องระหว่างวัน 26
4.2 ห้องอาหารพิเศษ (Specialty Dining – มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
เพื่อยกระดับประสบการณ์ Celestyal นำเสนอห้องอาหารพิเศษที่ต้องจองล่วงหน้า ซึ่งแต่ละแห่งมีธีมและเอกลักษณ์เฉพาะตัว:
| ห้องอาหาร (Venue) | แนวคิด (Concept) | เมนูไฮไลท์และราคา (Highlights & Pricing) |
| Grill Seekers (Deck 8) | ร้านสเต็กและซีฟู้ดระดับพรีเมียม (Surf & Turf Brasserie) | เน้นเนื้อเกรดพรีเมียม เช่น Wagyu Sirloin, Tomahawk Ribeye และกุ้งมังกร (Lobster) ราคา: Set Menu 5 คอร์ส ประมาณ €49 (หรือ A La Carte) 27 |
| Pink Moon (Deck 8) | อาหารเอเชียฟิวชั่น (Asian-inspired) | ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย (Japanese decor) เมนูเด่นคือ Ramen, Noodle Bowls และของหวานสไตล์เอเชีย ราคา: Set Menu 3 คอร์ส ประมาณ €40 26 |
| The Smoked Olive (Deck 8) | เมดิเตอร์เรเนียนไฟน์ไดนิ่ง (Mediterranean Fine Dining) | ให้บริการเมนูที่ประณีตกว่าห้องอาหารหลัก ในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ราคา: Set Menu 5 คอร์ส ประมาณ €45 26 |
| Chef’s Table (Deck 8) | Private Dining Experience | ประสบการณ์รับประทานอาหารแบบส่วนตัวสำหรับกลุ่มเล็ก หรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความเป็นเลิศทางรสชาติสูงสุด 26 |
| Fig & Honey (Deck 11) | Juice Bar & Gelato | บาร์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำผลไม้ปั่น (Smoothies) และไอศกรีมเจลาโต้บริเวณสระว่ายน้ำ (คิดราคาตามเมนู) 26 |
ระบบ CelestyalPay และเครื่องดื่ม:
ค่าตั๋วเรือรวมเครื่องดื่มพื้นฐาน (น้ำเปล่า กาแฟ ชา น้ำผลไม้ตู้) และไวน์/เบียร์/น้ำอัดลม เฉพาะช่วงมื้ออาหาร สำหรับการสั่งเครื่องดื่มนอกมื้ออาหารหรือเครื่องดื่มพรีเมียม ผู้โดยสารสามารถใช้ระบบ CelestyalPay (Virtual Wallet) ที่เติมเงินล่วงหน้าและรับโบนัสเครดิตเพิ่ม ซึ่งช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายและสะดวกสบาย
Entertainment & Activities
Celestyal Journey ถูกออกแบบมาให้เป็น “จุดหมายปลายทางในตัวเอง” (Destination in itself) ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับสุขภาพ (Wellness) และความบันเทิง (Entertainment)
5.1 สระว่ายน้ำและพื้นที่กลางแจ้ง (Pools & Outdoor Decks)
- Halara Cove (Deck 11): สระว่ายน้ำกลางลำเรือที่เป็นหัวใจของกิจกรรมบนดาดฟ้า จุดเด่นสำคัญทางวิศวกรรมคือ Magrodome (หลังคาเลื่อนเปิด-ปิดได้) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ตกทอดมาจาก Holland America Line ช่วยให้พื้นที่นี้สามารถใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ลมแรงหรือฝนตก หลังคาก็จะปิดลงเพื่อสร้างบรรยากาศเรือนกระจกที่อบอุ่น 8
- Galazio Pool & Terrace (Deck 10): สระว่ายน้ำท้ายเรือ (Aft Pool) ที่มอบวิวมหาสมุทรแบบพาโนรามา (Wake View) บรรยากาศที่นี่จะเงียบสงบและผ่อนคลายกว่าสระกลาง เหมาะสำหรับการนอนอ่านหนังสือหรือจิบเครื่องดื่มชมพระอาทิตย์ตก 6
5.2 สุขภาพและความงาม: The Sozo Experience (Wellness)
พื้นที่บน Deck 11 เกือบทั้งหมดถูกอุทิศให้กับสุขภาพภายใต้ชื่อ Sozo Health Spa ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมเนียมกรีกโบราณเรื่องความสมดุลของกายและใจ 10:
- Gym: ฟิตเนสเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ Cardio และ Weight Training ครบครัน พร้อมวิวมหาสมุทรขณะออกกำลังกาย
- Thermal Suites: โซนบำบัดด้วยความร้อนและความเย็น ประกอบด้วยห้องซาวน่า (Sauna), ห้องอบไอน้ำ (Steam Room) และจากุซซี่
- Relaxation Room: ห้องพักผ่อนหลังทำสปาบนเตียงหินร้อน (Heated Stone Beds)
- Beauty Center: บริการเสริมสวยครบวงจร ตั้งแต่ทำผม ทำเล็บ ไปจนถึงทรีทเมนท์ใบหน้า
5.3 ความบันเทิงและกิจกรรม (Entertainment & Venues)
- The Amphitheatro (Deck 8): โรงละครหลักขนาดใหญ่ที่ออกแบบเป็นชั้นลอย 2 ระดับ ใช้สำหรับการแสดงโชว์ตระการตาในยามค่ำคืน ตั้งแต่การแสดงกายกรรม (Acrobatics) ดนตรีสด ไปจนถึงการแสดงวัฒนธรรม 2
- Horizons Lounge & Disco (Deck 12): เลานจ์ชมวิว (Observation Lounge) ที่ตั้งอยู่จุดสูงสุดด้านหน้าเรือ ด้วยกระจกบานใหญ่รอบด้านทำให้เห็นวิวทะเลได้ 360 องศา ในตอนกลางคืนจะเปลี่ยนโฉมเป็นดิสโก้เธคสำหรับขาแดนซ์ 6
- Casino (Deck 8): สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้น มีให้บริการทั้งตู้สล็อตแมชชีนและโต๊ะเกมต่างๆ 11
- Sports Deck (Deck 12): พื้นที่สำหรับผู้รักสุขภาพกลางแจ้ง มีสนามเทนนิสและบาสเก็ตบอล ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่หาได้ยากในเรือขนาดกลาง 10
- Kids Room & Video Arcade (Deck 12): โซนเฉพาะสำหรับเด็กและวัยรุ่น ให้มีพื้นที่ส่วนตัวในการทำกิจกรรมและเล่นเกม 10
Symposium (Deck 7): พื้นที่อเนกประสงค์สำหรับจัดสัมมนา ประชุม หรือกิจกรรมสาธิตการทำอาหาร (Cooking Demonstration) รองรับกลุ่ม MICE ได้เป็นอย่างดี
Conclusion
Celestyal Journey ประสบความสำเร็จในการผสานรวม “ความคลาสสิกของโครงสร้างเรือในตำนาน” เข้ากับ “ความสะดวกสบายและดีไซน์ที่ทันสมัย” ได้อย่างลงตัว การรีโนเวทด้วยงบประมาณมหาศาลไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมเรือ แต่ยังเปลี่ยนวิธีการนำเสนอการท่องเที่ยวในแถบอีเจียนและเมดิเตอร์เรเนียน ด้วยจำนวนห้องสวีทที่มีระเบียงเพิ่มขึ้น พื้นที่สระว่ายน้ำที่ยืดหยุ่นด้วยระบบหลังคา Magrodome และตัวเลือกห้องอาหารที่หลากหลาย ทำให้เรือลำนี้มีศักยภาพในการตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่ม Premium ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การล่องเรือที่ไม่วุ่นวายจนเกินไป แต่ยังคงไว้ซึ่งบริการระดับสูงและเส้นทางที่เจาะลึกถึงแก่นแท้ของจุดหมายปลายทาง Celestyal Journey คือคำตอบที่น่าประทับใจที่สุดในขณะนี้