
Icon of the Seas
Overview
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
การออกแบบ Icon of the Seas ยึดถือปรัชญาการแบ่งพื้นที่เป็น “Neighborhoods” หรือย่านต่างๆ เพื่อบริหารจัดการการไหลเวียนของผู้คน (Traffic Flow) และสร้างบรรยากาศที่หลากหลาย (Micro-atmospheres) ให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และลดความรู้สึกแออัดของเรือขนาดใหญ่ เรือลำนี้ประกอบด้วย 8 ย่านหลัก โดย 5 ย่านเป็นย่านใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกบน Icon of the Seas
2.1 Thrill Island: ดินแดนแห่งอะดรีนาลีน (Thrill Island – New)
ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นบนสุด ย่านนี้คือสวรรค์ของผู้แสวงหาความตื่นเต้นและนับเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมโครงสร้างที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของเรือ 1
- Category 6 Waterpark: นี่คือสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทร (Largest Waterpark at Sea) ประกอบด้วยสไลเดอร์ 6 ตัวที่ทำลายสถิติโลก
- Frightening Bolt: สไลเดอร์ที่สูงที่สุดในทะเล
- Pressure Drop: สไลเดอร์แบบ Open Free-fall แห่งแรกในทะเล ความชัน 66 องศา
- Storm Chasers: สไลเดอร์เสื่อคู่ (Mat-racing duo) แห่งแรกในทะเล
- การติดตั้งสวนน้ำขนาดใหญ่บนดาดฟ้าเรือต้องคำนึงถึง “Free Surface Effect” ของน้ำในสระและสไลเดอร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของเรือ วิศวกรจึงต้องออกแบบโครงสร้างรับน้ำหนักและการกั้นน้ำอย่างรัดกุม
- Crown’s Edge: กิจกรรมทดสอบความกล้าที่ผสมผสานระหว่าง Skywalk, เชือกไต่ และเครื่องเล่นหวาดเสียว ผู้เล่นจะเดินออกไปนอกตัวเรือที่ความสูง 154 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ก่อนที่พื้นจะเปิดออกให้ผู้เล่นห้อยตัวลงมา เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายจิตใจสูงสุด 9
- Adrenaline Peak: หน้าผาจำลองที่มีการออกแบบใหม่ให้มีความซับซ้อนและท้าทายกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมลวดลายที่กลมกลืนกับธีมเกาะร้างของ Thrill Island
2.2 Chill Island: ศาสตร์แห่งการผ่อนคลาย (Chill Island – New)
ในขณะที่ Thrill Island เน้นความตื่นเต้น Chill Island ซึ่งกระจายตัวอยู่บน 3 ดาดฟ้า เน้นการพักผ่อนด้วยสระว่ายน้ำที่หลากหลาย 7
- Royal Bay Pool: สระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาบนเรือสำราญ มีปริมาตรน้ำมหาศาลและพื้นที่รอบสระสำหรับอาบแดด
- Swim & Tonic: บาร์ในสระน้ำ (Swim-up Bar) แห่งแรกของ Royal Caribbean ซึ่งตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ต้องขึ้นจากน้ำเพื่อสั่งเครื่องดื่ม
- Cloud 17: สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (Adults-only) ตกแต่งในสไตล์ชิคและเงียบสงบ
- Cove Pool: สระว่ายน้ำแบบ Infinity edge ที่ให้มุมมองระดับสายตาเดียวกับทะเล
2.3 Surfside: ย่านสำหรับครอบครัวยุคใหม่ (Surfside – New)
Surfside คือ Game Changer ที่สำคัญที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์การตลาด ย่านนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “Young Families” (ครอบครัวที่มีเด็กเล็กและเด็กโต) โดยเฉพาะ โดยแก้ปัญหา Pain Point เดิมๆ ที่พ่อแม่ต้องแยกกันดูแลลูก หรือต้องเดินไกลระหว่างโซนเด็กและร้านอาหาร 7
- Integration: Surfside รวมเอาสวนน้ำเด็ก (Splashaway Bay & Baby Bay), ม้าหมุน, และร้านอาหารแบบ Family-friendly ไว้ในที่เดียว
- Water’s Edge: สระว่ายน้ำสำหรับผู้ปกครองที่ตั้งอยู่ด้านหลังสวนน้ำเด็ก ทำให้พ่อแม่สามารถผ่อนคลายในสระของตนเองได้ในขณะที่ยังมองเห็นลูกๆ เล่นน้ำได้อย่างชัดเจน นี่คือการออกแบบที่เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้อย่างลึกซึ้ง
- ร้านอาหารในโซน: มีทั้ง Surfside Eatery (บุฟเฟต์), Pier 7 (All-day brunch), และ The Lemon Post (บาร์สำหรับครอบครัวที่มีเมนูสำหรับเด็กและผู้ใหญ่) 11
2.4 AquaDome: มหัศจรรย์เหนือหัวเรือ (AquaDome – New)
ตั้งอยู่ที่ส่วนหัวเรือด้านบนสุด AquaDome คือโครงสร้างกระจกและเหล็กที่มีน้ำหนักถึง 363 ตัน ยกขึ้นไปวางไว้บนยอดเรือ 1
- Day & Night Transformation: ในเวลากลางวัน พื้นที่นี้คือเลานจ์ชมวิวทะเลแบบ 220 องศาที่เงียบสงบ แต่ในเวลากลางคืนจะเปลี่ยนเป็นโรงละคร AquaTheater ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด รวมถึงม่านน้ำตกสูง 55 ฟุต (Tallest waterfall at sea) หุ่นยนต์แขนกล และระบบฉายภาพโฮโลแกรม
- The Overlook: โซนที่นั่งพักผ่อนที่มี “Overlook Pods” เป็นที่นั่งทรงรังนกลอยฟ้า ให้ความเป็นส่วนตัวและมุมมองที่แปลกใหม่
2.5 The Hideaway: บีชคลับลอยฟ้า (The Hideaway – New)
ซ่อนตัวอยู่ที่ส่วนท้ายเรือ (Aft) บนดาดฟ้า 15 ย่านนี้จำลองบรรยากาศของ Beach Club ระดับโลก 7
- Suspended Infinity Pool: ไฮไลท์สำคัญคือสระว่ายน้ำไร้ขอบลอยฟ้าแห่งแรกในทะเล (First suspended infinity pool at sea) ซึ่งยื่นออกไปที่ท้ายเรือ มอบวิวขอบฟ้าที่ไร้สิ่งกีดขวาง
- Atmosphere: เน้นดนตรีจาก DJ และเครื่องดื่มค็อกเทล เหมาะสำหรับกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายและวัยทำงาน
2.6 Suite Neighborhood: ความหรูหราที่เป็นเอกเทศ (Suite Neighborhood)
ย่านนี้ถูกขยายให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครอบคลุมพื้นที่หลายชั้น เพื่อสร้างประสบการณ์ “Ship within a Ship” สำหรับลูกค้าระดับพรีเมียม 12
- The Grove: ดาดฟ้าอาบน้ำแดดส่วนตัว (Sun Deck) ขนาดใหญ่ที่มีสระว่ายน้ำและอ่างจากุซซี่เฉพาะ รวมถึงร้านอาหาร Al Fresco ของตัวเอง
- Coastal Kitchen: ร้านอาหารสองชั้นที่เสิร์ฟอาหารฟิวชั่น โดยผนังกระจกสูงมองเห็นวิว AquaDome และทะเล
2.7 Royal Promenade: ถนนสายหลักที่สว่างไสว (Royal Promenade)
โถงทางเดินกลางเรือที่เป็นสัญลักษณ์ของ Royal Caribbean ได้รับการปรับปรุงใหม่บน Icon of the Seas 7
- Natural Light: ด้วยโครงสร้าง The Pearl ทำให้ Royal Promenade บนเรือลำนี้ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าเรือรุ่นก่อนๆ ผ่านหน้าต่างกระจกบานยักษ์
- Connectivity: เป็นจุดเชื่อมต่อหลักไปยังร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์กว่า 15 แห่ง
2.8 Central Park: ปอดของเรือ (Central Park)
สวนสาธารณะกลางแจ้งที่ปลูกต้นไม้จริงกว่า 33,500 ต้น เป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกร่มรื่นและผ่อนคลายเหมือนเดินอยู่ในสวนสาธารณะบนบก แวดล้อมด้วยร้านอาหารหรูและร้านแบรนด์เนม มีระบบจัดการน้ำและดูแลพืชพรรณที่ซับซ้อนเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ท่ามกลางไอเค็มของทะเล
ข้อมูลตัวเรือ (Specification)
Icon of the Seas เปรียบเสมือนเมืองขนาดย่อมที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทร การบริหารจัดการประชากร (Crowd Management) เป็นความท้าทายสูงสุดประการหนึ่ง
- ความจุผู้โดยสารสูงสุด (Maximum Capacity): 7,600 คน 4 ตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างมากนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของเรือที่เน้นกลุ่มครอบครัว (Family-Oriented) ซึ่งห้องพักจำนวนมากถูกออกแบบให้รองรับผู้เข้าพัก 3-4 ท่าน หรือมากกว่านั้น (เช่น Family Infinite Balcony หรือ Ultimate Family Townhouse)อู่ต่อเรือ (Builder) Meyer Turku (ฟินแลนด์)
- จำนวนลูกเรือ (Crew): 2,350 คน 2 อัตราส่วนลูกเรือต่อผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 1:2.4 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ช่วยให้สามารถบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว แม้ในช่วงเวลาที่มีความหนาแน่นสูง
- ความจุผู้โดยสาร (Double Occupancy): 5,610 คน 2 ตัวเลขนี้คำนวณจากการเข้าพัก 2 ท่านต่อห้อง ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม
- ระวางขับน้ำ (Gross Tonnage) 248,663 GT
- ความยาว (Length) 364.75 เมตร (1,196 ฟุต)
- ความกว้าง (Beam) 48.47 เมตร (แนวน้ำ) / 66 เมตร (สูงสุด)
- ระดับกินน้ำลึก (Draft) 9.25 เมตร
- จำนวนดาดฟ้า (Decks) 20 ชั้น (18 ชั้นสำหรับผู้โดยสาร)
- ความเร็วเดินทาง (Speed) 22 นอต (41 กม./ชม.)
Accommodation
Icon of the Seas นำเสนอประเภทห้องพักที่หลากหลายถึง 28 ประเภท (Categories) ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ Micro-segmentation ที่ต้องการตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักเดินทางงบประหยัดไปจนถึงมหาเศรษฐี การออกแบบห้องพักมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและความยืดหยุ่นสำหรับครอบครัว
สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในทุกห้องพัก (Standard Amenities)
ไม่ว่าจะเป็นห้องพักประเภทใด ผู้โดยสารจะได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานดังนี้:
- เตียงนอน Royal King Bed (ขนาดกว้าง 72.5 นิ้ว x ยาว 82 นิ้ว) ที่สามารถแยกเป็นเตียงเดี่ยว 2 เตียงได้
- ระบบทีวี Interactive จอแบน
- โทรศัพท์, ตู้นิรภัย (Safe), เครื่องเป่าผม
- ตู้เย็นมินิบาร์ (Mini-cooler)
- ช่องเสียบ USB และปลั๊กไฟ (US/European sockets) – แนะนำให้พก Universal Adapter
- ห้องน้ำส่วนตัว
Inside Staterooms (ห้องพักภายในตัวเรือ)
ห้องพักกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นทำกิจกรรมนอกห้องพัก หรือต้องการความมืดสนิทสำหรับการพักผ่อน
ห้องพักแบบไม่มีหน้าต่าง (Inside Stateroom)
- Category Code & รายละเอียด:
- ขนาดห้องเฉลี่ย: ประมาณ 15.4 – 17.3 ตารางเมตร (166 – 187 ตารางฟุต)
- รายละเอียดหมวดหมู่และรหัส (Categories & Codes):
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง (Room Type) | รายละเอียดเพิ่มเติม |
| 1U, 2U, 3U, 4U | Interior with Virtual Balcony | ห้องพักมาตรฐานพร้อมระเบียงเสมือนจริง (เลขน้อยมักอยู่ชั้นบนหรือตำแหน่งดีกว่า) |
| 2W | Studio Interior | ห้องพักสำหรับผู้เดินทางคนเดียว (Solo Traveler) ขนาดเล็กกว่า (ประมาณ 9.4 ตร.ม. / 101 sq. ft.) พร้อม Virtual Balcony ไม่มีค่าธรรมเนียมพักเดี่ยว (Single Supplement) |
| ZI | Interior Guarantee | ตั๋วราคาโปรโมชั่นที่ระบุเพียงประเภทห้อง แต่ไม่สามารถเลือกเลขห้องหรือชั้นได้ (ทางเรือจะสุ่มให้) |
Oceanview Staterooms (ห้องพักวิวทะเล)
ห้องพักที่มาพร้อมหน้าต่างเพื่อให้คุณชมวิวทะเลและท้องฟ้าได้ประมาณนึง
ห้องพักที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ (Porthole หรือ Picture Window) เพื่อรับแสงธรรมชาติและชมวิวทะเล แต่ไม่สามารถเปิดออกได้ มักตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้นล่างหรือบริเวณหัวเรือ/ท้ายเรือ
- ขนาดเฉลี่ย: 17.0 – 19.9 ตารางเมตร (182 – 214 ตารางฟุต)
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง (Room Type) | รายละเอียดเพิ่มเติม |
| 1N, 2N | Ocean View | ห้องพักวิวทะเลมาตรฐาน หน้าต่างบานใหญ่ |
| 3M, 4M | Large Ocean View | ห้องพักวิวทะเลที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานเล็กน้อย มักอยู่บริเวณหัวเรือหรือท้ายเรือ |
| YO | Ocean View Guarantee | ตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Ocean View แต่ไม่ระบุเลขห้อง |
Verandah Staterooms (ห้องพักพร้อมระเบียง)
เป็นประเภทห้องพักที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีระเบียงส่วนตัวสำหรับรับลมทะเล
- ขนาดเฉลี่ย:
- พื้นที่ภายในห้อง: 16.4 – 18.4 ตารางเมตร (177 – 198 ตารางฟุต)
- พื้นที่ระเบียง: 5.1 – 11.0 ตารางเมตร (55 – 119 ตารางฟุต)
- สิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม: โซฟา (บางห้องเป็น Sofa Bed), โต๊ะและเก้าอี้บริเวณระเบียง
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง (Room Type) | รายละเอียดเพิ่มเติม |
| 1D, 2D, 3D, 4D | Ocean View Balcony | ห้องระเบียงมาตรฐาน วิวทะเลปกติ (เลขน้อยตำแหน่งดีกว่า) |
| 1C, 2C | Ocean View Balcony (Large Balcony) | ห้องพักที่มีขนาดระเบียงใหญ่พิเศษ (ประมาณ 6-10 ตร.ม.) |
| 1E, 2E | Obstructed Ocean View Balcony | ห้องระเบียงที่มีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนียภาพ (เช่น เรือชูชีพ) ราคาจะประหยัดกว่า |
| 2F | Studio Balcony | ห้องระเบียงสำหรับพักเดี่ยว (Solo) ขนาดห้อง 11 ตร.ม. + ระเบียง 5 ตร.ม. |
| XB | Balcony Guarantee | ตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Balcony แต่ไม่ระบุเลขห้อง |
Suites (ห้องพักระดับพรีเมียม)
ห้องพักระดับสวีทบน Anthem of the Seas ไม่ได้เป็นเพียงห้องพักขนาดใหญ่ แต่ถูกจัดอยู่ในระบบ Royal Suite Class ซึ่งแบ่งระดับการบริการและสิทธิพิเศษออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ได้แก่ Sea Class, Sky Class และ Star Class เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ
| Category Code | ชื่อประเภทห้อง (Room Type) | รายละเอียดเพิ่มเติม |
| 1D, 2D, 3D, 4D | Ocean View Balcony | ห้องระเบียงมาตรฐาน วิวทะเลปกติ (เลขน้อยตำแหน่งดีกว่า) |
| 1C, 2C | Ocean View Balcony (Large Balcony) | ห้องพักที่มีขนาดระเบียงใหญ่พิเศษ (ประมาณ 6-10 ตร.ม.) |
| 1E, 2E | Obstructed Ocean View Balcony | ห้องระเบียงที่มีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนียภาพ (เช่น เรือชูชีพ) ราคาจะประหยัดกว่า |
| 2F | Studio Balcony | ห้องระเบียงสำหรับพักเดี่ยว (Solo) ขนาดห้อง 11 ตร.ม. + ระเบียง 5 ตร.ม. |
| XB | Balcony Guarantee | ตั๋วโปรโมชั่นระบุประเภท Balcony แต่ไม่ระบุเลขห้อง |
สิทธิพิเศษระดับ Royal Suite Benefit ผู้เข้าพักจะได้รับบริการที่เหนือระดับ (Exclusivity) ดังนี้:
ระบบห้องสวีทบนเรือตระกูล Quantum Class ถูกยกระดับให้มีความพิเศษเหนือกว่าเรือรุ่นก่อนๆ ภายใต้ชื่อ Royal Suite Class ซึ่งแบ่งระดับการบริการและสิทธิประโยชน์ออกเป็น 3 ระดับ (Tiers) ได้แก่ Sea Class, Sky Class, และ Star Class โดยแต่ละระดับจะได้รับสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
A. Star Class (ระดับสูงสุด: ความหรูหราไร้ขีดจำกัด)
เป็นระดับที่หรูหราที่สุด มอบประสบการณ์แบบ All-Inclusive และบริการส่วนตัวระดับ VVIP
- ประเภทห้อง: Royal Loft Suite, Owner’s Loft Suite, Grand Loft Suite, Sky Loft Suite (บางห้อง) 3
- ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
- Royal Loft Suite (RL): ห้องสวีท 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 152 ตารางเมตร (1,660 sq. ft.) พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ ตารางเมตร (620 sq. ft.)
- Grand Loft Suite (GL): สวีท 2 ชั้น พื้นที่ประมาณ 65-78 ตร.ม.
- สิทธิพิเศษ (Star Class Benefits):
- Royal Genie Service: ผู้ช่วยส่วนตัวระดับมืออาชีพที่ดูแลทุกความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่จองที่นั่งแถวหน้าในโชว์ ไปจนถึงวางแผนปาร์ตี้ส่วนตัว
- Complimentary Gratuities: ฟรีค่าทิปพนักงานทั้งหมด
- Unlimited Dining: รับประทานอาหารในร้านอาหารพิเศษ (Specialty Dining) ได้ฟรีทุกมื้อ
- Beverage Package: ฟรีแพ็กเกจเครื่องดื่มระดับ Deluxe (รวมแอลกอฮอล์)
- VOOM Internet: ฟรีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ Surf + Stream
- สิทธิ์เข้าใช้ Coastal Kitchen (ร้านอาหารส่วนตัว) ได้ตลอดทั้งวัน
- สิทธิ์เข้าใช้ Suite Lounge
B. Sky Class (ระดับพรีเมียม: ความสะดวกสบายเหนือระดับ)
เน้นบริการ Concierge และสิทธิพิเศษในการเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัว
- ประเภทห้อง: Owner’s Suite, Grand Suite (1 & 2 Bedroom), Sky Loft Suite
- ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
- Grand Suite 1 Bedroom (GS): พื้นที่ประมาณ 32-35 ตร.ม. พร้อมระเบียง 10 ตร.ม.
- สิทธิพิเศษ (Sky Class Benefits):
- บริการ Concierge Service ช่วยจัดการการจองต่างๆ
- รับประทานอาหารที่ Coastal Kitchen ได้ตลอดทั้งวัน (เช้า, กลางวัน, เย็น)
- ฟรีอินเทอร์เน็ต VOOM (1 รหัสต่อ 1 ผู้เข้าพัก)
- สิทธิ์เข้าใช้ Suite Lounge (พร้อมบริการเครื่องดื่มและของว่างฟรีในช่วงเวลา Happy Hour)
- Priority Boarding & Departure (ช่องทางพิเศษขึ้น-ลงเรือ)
- ที่นั่งสำรองพิเศษในโรงละคร (Reserved Seating)
C. Sea Class (ระดับเริ่มต้น: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่า)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ห้องพักกว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้น
- ประเภทห้อง: Junior Suite, Junior Suite with Large Balcony
- Category Codes: J1, J3, J4
- ขนาดห้อง (ตัวอย่าง):
- Junior Suite: พื้นที่ประมาณ 25 ตารางเมตร (267 sq. ft.) พร้อมระเบียง 7.5 ตารางเมตร (81 sq. ft.)
- สิทธิพิเศษ (Sea Class Benefits):
- สิทธิ์รับประทานอาหารมื้อเย็นที่ Coastal Kitchen (ขึ้นอยู่กับที่ว่างและต้องจองล่วงหน้า)
- ชุดเครื่องนอนและที่นอนเกรดพรีเมียม (Royal Caribbean Plush Bathrobes & Luxury Pillow Top Mattress)
- ผลิตภัณฑ์อาบน้ำแบรนด์หรู (Luxury Bathroom Amenities – เช่น L’Occitane หรือ Gilchrist & Soames)
- เครื่องชากาแฟ Lavazza ในห้องพัก
Dining Experience
Ovation of the Seas ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการอาหารจากระบบ Dynamic Dining เดิม กลับมาใช้ระบบ Traditional Dining และ My Time Dining ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ยังคงรักษาโครงสร้างร้านอาหารที่หลากหลายและสวยงามเอาไว้ โดยมีตัวเลือกมากกว่า 15 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มร้านอาหารที่รวมในค่าตั๋ว (Complimentary) และร้านอาหารพิเศษ (Specialty)
4.1 Complimentary Dining (ร้านอาหารที่รวมในค่าตั๋วเรือ)
ผู้โดยสารสามารถอิ่มอร่อยได้ไม่อั้นกับร้านอาหารเหล่านี้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม หากไม่ได้ซื้อแพ็กเกจเพิ่ม)
- Main Dining Rooms (ห้องอาหารหลัก): แม้จะมีการรวมเมนูเป็นหนึ่งเดียว (Unified Menu) แต่เรือยังคงรักษาบรรยากาศการตกแต่งของ 4 ห้องอาหารเดิมไว้ ได้แก่ The Grande (หรูหราคลาสสิก), Chic (ร่วมสมัย), Silk (ตกแต่งสไตล์เอเชียวิจิตร), และ American Icon Grill (สไตล์อเมริกันโรดทริป) เมนูอาหารจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน ครอบคลุมอาหารนานาชาติ อาหารเอเชีย และเมนูเพื่อสุขภาพ ให้บริการทั้งมื้อเช้า กลางวัน (ในวันที่เรือล่องทะเล) และเย็น
- Windjammer Marketplace: ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติขนาดใหญ่บนชั้น 14 ที่มีซุ้มอาหารหลากหลายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาหารเอเชีย (ก๋วยเตี๋ยว, ผัดหมี่, แกงต่างๆ) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคนี้ มีวิวทะเลพาโนรามาที่งดงาม
- Sorrento’s Pizza: ร้านพิซซ่าสไตล์นิวยอร์ก อบสดใหม่ตลอดวัน ให้บริการฟรีจนถึงดึก เป็นจุดนัดพบยอดนิยมสำหรับมื้อดึก
- Café Promenade: คาเฟ่ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ให้บริการกาแฟ (เกรดมาตรฐาน), ชา, แซนด์วิช, ครัวซองต์, คุกกี้ และพิซซ่าชิ้นเล็กๆ
- SeaPlex Dog House: รถขายฮอทดอก (Food Truck Style) ที่ตั้งอยู่ในโซน SeaPlex เสิร์ฟไส้กรอกกูร์เมต์หลากหลายชนิดพร้อมท็อปปิ้ง
- Fish & Ships℠: (ไฮไลท์พิเศษของ Ovation) ร้านอาหารริมสระน้ำที่มาแทนที่ Kung Fu Panda Noodle Shop เดิม ให้บริการเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Fish & Chips (ปลาชุบแป้งทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่ง) สไตล์อังกฤษแท้ๆ, ปลาหมึกทอด (Calamari) หมายเหตุ: เมนูหลักส่วนใหญ่ให้บริการฟรี แต่อาจมีเมนูพิเศษบางรายการ เช่น Lobster Roll ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- Solarium Bistro: ห้องอาหารบรรยากาศกึ่งเอ้าท์ดอร์บริเวณหัวเรือ เน้นอาหารเพื่อสุขภาพ มักให้บริการบุฟเฟต์มื้อเช้าและกลางวันฟรี (มื้อเย็นอาจต้องจองหรือมีค่าใช้จ่ายในบางเส้นทาง)
- Coastal Kitchen: ร้านอาหารฟิวชั่นเมดิเตอร์เรเนียน-แคลิฟอร์เนีย บรรยากาศส่วนตัว สงวนสิทธิ์เฉพาะแขกห้อง Suite (Junior Suite ขึ้นไป) และสมาชิก Pinnacle Club เท่านั้น
4.2 Specialty Dining (ร้านอาหารพิเศษ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
ร้านอาหารเหล่านี้มอบประสบการณ์การทานอาหารที่ยกระดับขึ้น ทั้งในด้านวัตถุดิบ การบริการ และธีมของร้าน (คิดค่าบริการแบบ Cover Charge หรือ A La Carte)
- Jamie’s Italian by Jamie Oliver: ร้านอาหารอิตาเลียนโดยเชฟคนดัง Jamie Oliver โดดเด่นด้วยพาสต้าทำสดใหม่ทุกวัน (Homemade Pasta) และแผ่นไม้เสิร์ฟ Cold Cuts (Planks) วัตถุดิบคุณภาพสูงในบรรยากาศอบอุ่น
- Chops Grille℠: สเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Caribbean เสิร์ฟเนื้อสเต็กเกรดพรีเมียม (Dry-aged steaks) และอาหารทะเลสดใหม่ เช่น Maine Lobster
- Wonderland Imaginative Cuisine: ประสบการณ์อาหารแนว Molecular Gastronomy ที่จะพาคุณหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ เมนูแบ่งตามธาตุ (Sun, Ice, Fire, Water, Earth) การนำเสนออาหารมีความตื่นตาตื่นใจและรสชาติที่คาดเดาไม่ได้ ถือเป็นร้านที่ “ต้องลอง” สักครั้ง
- Izumi: ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม แบ่งเป็น 2 โซนคือ
- Izumi Sushi: ให้บริการซูชิ ซาชิมิ และโรลต่างๆ (A La Carte)
- Izumi Teppanyaki: โชว์การปรุงอาหารบนกระทะร้อนโดยเชฟที่มากความสามารถ ทั้งสนุกและอร่อย (ต้องจองล่วงหน้าเพราะที่นั่งจำกัด)
- Chef’s Table: ประสบการณ์ดินเนอร์ส่วนตัวสุดหรู ดูแลโดยเชฟใหญ่ (Executive Chef) ของเรือ เสิร์ฟอาหารคอร์สพร้อมไวน์ที่จับคู่อย่างลงตัว (Wine Pairing)
- La Patisserie: ร้านกาแฟและขนมหวานพรีเมียม ให้บริการกาแฟ Starbucks (ในบางเส้นทาง) และขนมมาการอง ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล
Entertainment & Activities
Ovation of the Seas ถูกออกแบบให้เป็น “เรือสำหรับทุกฤดูกาล” (Ship for All Seasons) ด้วยพื้นที่กิจกรรมในร่มจำนวนมาก ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ได้แม้ในวันที่อากาศหนาวเย็นหรือฝนตก
5.1 โซนกิจกรรมและการผจญภัย (Adventure & Action)
- RipCord® by iFLY®: เครื่องจำลองการดิ่งพสุธาแห่งแรกและแห่งเดียวในทะเล (First Skydiving Simulator at Sea) ตั้งอยู่บริเวณท้ายเรือ ให้คุณสัมผัสลมแรงดันสูงที่พยุงตัวให้ลอยขึ้นเหมือนบินได้จริง (แนะนำให้จองล่วงหน้าทันทีที่ขึ้นเรือ)
- FlowRider®: เครื่องจำลองการโต้คลื่นขนาดยักษ์ ความยาว 40 ฟุต สำหรับเล่นเซิร์ฟบอร์ด (Stand-up surfing) หรือบอดี้บอร์ด (Boogie boarding) ท่ามกลางวิวมหาสมุทร
- Rock Climbing Wall: หน้าผาจำลองความสูง 30 ฟุต ตั้งอยู่ด้านข้างของเรือ ท้าทายความสามารถในการปีนป่ายพร้อมชมวิวทะเล
- North Star®: แคปซูลชมวิว 360 องศาที่ได้กล่าวถึงในบทนำ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเพื่อเก็บภาพความประทับใจจากมุมสูง
5.2 SeaPlex®: อาณาจักรความสนุกในร่ม
พื้นที่อเนกประสงค์ขนาดมหึมาที่เปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมไปตลอดทั้งวัน:
- Bumper Cars: สนุกสนานไปกับรถบั๊มไฟฟ้า พื้นที่กว้างขวางให้ขับชนกันอย่างปลอดภัย
- Roller Skating: ลานสเก็ตโรลเลอร์พร้อมแสงสีเสียงและดีเจ
- Trapeze School: โรงเรียนสอนศิลปะกายกรรมโหนบาร์ (Circus skills) ที่จะสอนให้คุณโหนตัวกลางอากาศอย่างปลอดภัย
- Xbox Lounge: โซนเล่นเกมคอนโซล Xbox เชื่อมต่อออนไลน์ สำหรับเกมเมอร์ทุกวัย
5.3 ความบันเทิงและยามค่ำคืน (Entertainment & Nightlife)
- Two70®: นอกจากเทคโนโลยี Vistarama ในตอนกลางคืนแล้ว ยังมีการแสดงชุดพิเศษ เช่น Spectra’s Cabaret ที่ผสมผสานการเต้นรำ กายกรรม และดนตรีเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์จอภาพอย่างน่าทึ่ง
- Royal Theater: โรงละครหลักความจุ 1,300 ที่นั่ง จัดแสดงโชว์โปรดักชั่นระดับบรอดเวย์และออริจินัลโชว์ของ Royal Caribbean เช่น The Beautiful Dream และ Live. Love. Legs. ซึ่งเต็มไปด้วยเทคนิคตระการตา
- Bionic Bar®: บาร์แห่งโลกอนาคตที่คุณสามารถสั่งเครื่องดื่มผ่านแท็บเล็ต แล้วชมแขนกลหุ่นยนต์ 2 ตัว ชงค็อกเทล (หรือม็อกเทล) ให้คุณอย่างแม่นยำพร้อมลีลาประกอบเพลง
- Music Hall: สถานที่ฟังดนตรีสดที่ดีที่สุดบนเรือ ออกแบบเป็น 2 ชั้น ตกแต่งสไตล์ Rock & Roll มีวงดนตรีเล่นสด ปาร์ตี้เต้นรำ และโต๊ะพูล
- Casino Royale: คาสิโนขนาดใหญ่สไตล์เวกัส มีเครื่องสล็อตหลายร้อยเครื่องและโต๊ะเกมต่างๆ ครบครัน 2
5.4 สุขภาพและการพักผ่อน (Wellness & Relaxation)
- Vitality℠ at Sea Spa & Fitness: สปาครบวงจรให้บริการนวด ทรีตเมนต์หน้า และเสริมสวย พร้อมฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่มีอุปกรณ์ทันสมัยและคลาสออกกำลังกาย
- Solarium: โซนสระน้ำและพื้นที่พักผ่อนบริเวณหัวเรือ สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (Adults Only) โดดเด่นด้วยหลังคากระจกใสและสระน้ำไล่ระดับ (Cascading pools) บรรยากาศเงียบสงบเหมือนรีสอร์ทส่วนตัว เหมาะสำหรับการพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือชมวิวขณะเรือแล่นออกจากท่า
- Indoor & Outdoor Pools: สระว่ายน้ำกลางแจ้งและในร่ม (เปิด-ปิดหลังคาได้ตามสภาพอากาศ) พร้อมสระน้ำวนจากุซซี่ (Whirlpools) หลายจุดทั่วเรือ
Summary
Ovation of the Seas คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Royal Caribbean ในการนำเสนอนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ด้วยการผสานความตื่นเต้นของกิจกรรมระดับโลกเข้ากับความสะดวกสบายของที่พักและการบริการระดับพรีเมียม เรือลำนี้จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่ต้องการเปิดประสบการณ์การล่องเรือสำราญในมุมมองใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเป็นคู่ ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ก็สามารถค้นพบความสุขในแบบฉบับของตัวเองได้บนเรืออัจฉริยะลำนี้